xs
xsm
sm
md
lg

ปอกเปลือก "ทอม" เป็นหน้ากากทุเรียน ดังกว่าตอนเป็น Room39! (มีคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เป็นผู้ชายที่ได้ชื่อว่า "ตะมุตะมิ" ที่สุดในประเทศ "ทอม อิศรา กิจนิตย์ชีว์" หรือ "ทอม Room39" เจ้าของหน้ากากทุเรียน แชมป์ The Mask Singer คนแรกของไทย สร้างปรากฏการณ์ทุเรียนฟีเวอร์จนสาวเล็กสาวใหญ่อยากลิ้มชิมทุเรียนลูกนี้ว่าจะ "อร่อย" สมกับที่เจ้าตัวได้เคย "อ่อย" ไว้หรือไม่...

"ผมก็ไม่เคยได้ยินคำว่าตะมุตะมิมาก่อนนะ แต่มีคนบัญญัติคำนี้มาให้ทุเรียน ซึ่งจริงๆ ผมก็เป็นคนแบบนี้นะ มีความขี้อ้อน ขี้อาย แต่ผมไม่กล้าที่จะเป็นแบบนี้เวลาอยู่ข้างนอก หรืออยู่กับคนที่ไม่รู้จัก ผมก็เลย อ๋อ เพิ่งรู้นี่แหละว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่มันคือตะมุตะมิ (ยิ้ม)" เป็นคำอธิบายถึงนิยามคาแรกเตอร์หน้ากากทุเรียน และกลายเป็นเครื่องหมายการค้าติดตัว "ทอม" ไปแล้ว ซึ่งในชีวิตจริงก็ตะมุตะมิจนเป็นที่รักของคนรอบข้างเหมือนกัน

"...จริงๆ แล้วทอมเป็นน้องที่แบบ..ขี้อ้อน ยิ่งอยู่กับพวกเราที่เป็นพี่ๆ มันจะเป็นคนขี้อ้อนมากๆ..." คัตโตะ-อารมณ์ แห่งวงลิปตา เคยให้การยืนยันถึงน้องชายคนนี้เอาไว้ เช่นเดียวกับผู้สัมภาษณ์ที่ยังไม่ค่อยเชื่อจนกระทั่งได้เห็นกับตา 



"(ยิ้มหวาน)...นี่แหละครับ (ยิ้มแก้เขิน) จริงๆ แล้วผมเป็นคนเขินครับ (ยิ้ม)" นักร้องหนุ่มยอมรับด้วยความเขินอายหลังถูกให้อธิบายความตะมุตะมิเป็นภาษากายจนผู้สัมภาษณ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับอมยิ้มเพราะเอ็นดูในความน่ารักของผู้ชายคนนี้

ทุเรียนฟีเวอร์! นาทีนี้ต้องยกให้เขา

ด้วยความน่ารักตะมุตะมิ แถมยังมีเทคนิคการร้องเป็นเลิศ ไม่แปลกที่จะสร้างปรากฏการณ์ "ทุเรียนฟีเวอร์" ทำคนหลงรักไปทั่วประเทศ เรียกได้ว่า ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ไหน คนแห่ชมแน่นจนห้างแทบแตก (ดังกว่าตอนเป็น Room 39 เสียอีก) ซึ่งเรื่องนี้เจ้าตัวเผยยิ้มดีใจ และขอบคุณทุกกำลังใจที่เอ็นดูนักร้องตัวเล็กๆ อย่างเขา

"เอาจริงๆ ผมยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่เลยนะ (ยิ้มเขินๆ) รู้สึกอยากขอบคุณทุกๆ คนที่หลังจากเปิดหน้ากากออกมา ทุกๆ คนเปิดใจรับในตัวผม ยอมรับในตัวทอม Room 39 ไม่ได้มีกระแสอะไรที่ไม่ดี หรือเวลาไปร้องเพลงตามงานต่างๆ หลายคนก็จะคอยมาเชียร์ มาให้กำลังใจ ผมขอบคุณมากๆ เลยครับ" นักร้องหนุ่มเผยความรู้สึกด้วยท่าทีอ่อนน้อม อ่อนโยน ก่อนจะหลุดขำเมื่อเล่าถึงช่วงเวลาที่ได้นั่งกลับมาดูตัวเองย้อนหลัง





"ผมก็มีโอกาสได้ดูนะ (ยิ้ม) ผมก็ตลกตัวเองเหมือนกัน คือความตะมุตะมิของผม ผมก็ไม่รู้มาก่อนว่า สิ่งที่ผมเป็น เขาเรียกตะมุตะมิเหรอ แต่มันคืออีกมุมของผมที่มักจะแสดงออกกับคนที่สนิทด้วย พอมาอยู่บนเวทีนี้ภายใต้หน้ากากผมก็เลยกล้า และเผยความขี้เล่น ออกแนวกวนๆ ออกมา ซึ่งในชีวิตจริงผมก็เป็นแบบนั้นนะ" นักร้องหนุ่มยิ้มแกมหัวเราะ

เมื่อถอดหน้ากาก และเอาตัวเองออกมานั่งดูรายการ The Mask Singer นี่คือความเห็นในมุมของเขา ซึ่งชวนให้ใครหลายคนได้คิดตามไม่น้อย

"ผมว่า...คุณจะได้รู้จักตัวตน และความสามารถของพวกเขามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ดารา นักแสดง บางทีพวกเขาอยู่ในหน้าที่ อยู่ในกรอบที่ถูกตั้งความหวังว่าควรจะเป็นแบบอย่าง และต้องเพอร์เฟกต์ตลอดเวลา ซึ่งบางครั้งอาจไม่สามารถเป็นตัวเองไปได้ทั้งหมด เพราะกลัวว่าถ้าทำแบบนี้คนจะไม่ชอบ ทำแบบนี้จะดูไม่ดี





อย่างผม ผมเป็นคนเขินมาก ตอนไปร้องเพลงตามงานต่างๆ ผมก็ยังเขิน กลุ่มไหนสนุกเราก็ดีใจ แต่ถ้าไม่สนุกเราก็จะเสียความมั่นใจ แต่พอมาอยู่บนเวทีนี้ผมได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองภายใต้หน้ากากทุเรียน หรือกระแสหน้ากากจิงโจ้ หลายคนชื่นชอบความสามารถของเขา และเกิดการคาดหวังว่าถ้าถอดหน้ากากออกมาแล้วจะต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ แต่พอเปิดมาไม่ใช่ ก็เกิดความผิดหวัง"

ดังนั้น ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และดรามาสนั่นโซเชียลฯ กรณีหน้ากากจิงโจ้ถูกเฉลยออกมาว่าเป็นนักร้องชื่อดัง "เป๊ก ผลิตโชค" อย่างน้อยๆ ก็สร้างมุมมองหลายๆ อย่างให้แก่สังคมไทย โดยเฉพาะการได้เรียนรู้ ทบทวน และเติบโตจากสิ่งที่เป็นตัวตนภายใต้หน้ากากของตัวเอง

"พอเปิดหน้ากากออกมาแล้วเขาไม่ใช่ในสิ่งที่เราหวัง มันจึงทำให้สิ่งที่เราเคยชื่นชมค่อยๆ หายไป ผมอยากให้ทุกคนเปิดใจว่าเขาก็เป็นหนึ่งคนที่มีความสามารถ มีความตลก มีความเอนเตอร์เทน ผมว่าเราควรมองตรงนั้นมากกว่าที่จะไปตัดสินคนๆ หนึ่งเพียงเพราะเขาไม่ใช่คนที่เราชอบ"

#ทอมเป๊ก คู่จิ้นฟินกระจาย

ไม่ถามไม่ได้ถึงกระแสคู่จิ้นกับหน้ากากจิงโจ้ แม้รายการจะจบไป แต่ภาพความจิ้นฟินกระจายยังคงหลุดออกมาให้อมยิ้มกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับการออกมาตอบกลับหน้ากากจิงโจ้หลังเผยอาการน้อยใจผ่านไอจี บอกพยายามชวนคุยแต่อีกฝ่ายไม่คุยด้วย กระทั่ง "ทอม" โพสต์รูปคู่ และหยอดข้อความผ่านไอจีว่า "..รูปคู่พี่จิงโจ้ คนเก่งของทอม พี่ครับตอนนี้พี่อยากคุยกับทอม มาเลย จะไม่เงียบ จะไม่เดินหนีแล้ว เดี๋ยวไปคุยต่อที่บ้าน ขอไปอยู่บ้านด้วยสัก 3 วัน"



แน่นอนว่า เมื่อภาพ และข้อความเผยแพร่ออกไป ความจิ้นก็ฟินกระจายไปทั่วโลกออนไลน์ จนถูกยกให้เป็นคู่จิ้นคู่ใหม่ที่ทำเอาแฟนคลับอินหนักมาก 

"(ยิ้มเขิน) ผมกับพี่เป๊ก เราไม่เคยร่วมงานกันมาก่อนเลย แต่ได้เจอกันตามงานบ้าง เพราะด้วยความที่ผมรู้จักกับพี่แพรว คณิตกุล แล้วพี่เป๊กก็สนิทด้วยเหมือนกัน นอกจากนั้นด้วยความที่เราต่างชื่นชอบผลงานของกันและกัน ประทับใจความสามารถของกันและกัน วันหนึ่งที่เราได้มาเจอกัน ร่วมงานกัน มันทำให้ผมรู้สึก..ดีอ่ะ (ยิ้ม) ซึ่งตัวจริงพี่เป๊กนิสัยน่ารักครับ ยิ่งสนิทยิ่งได้เห็นความน่ารักในตัวพี่เขา"

"แล้วภรรยา (ฟิล์ม-วณิชยา) ว่าอย่างไรบ้าง" นักร้องหนุ่มเผยยิ้มก่อนจะเป็นตัวแทนบอกเล่าความรู้สึกของภรรยาถึงกระแสคู่จิ้นสนั่นเมือง "มีคุยกันครับ พี่ฟิล์มก็บอกว่าน่ารักดี เพราะปลื้มในตัวพี่เป๊กอยู่แล้ว เวลาไปไหนกับพี่แพรว คณิตกุลก็จะเจอพี่เป๊กด้วยกัน"

เบื้องหลัง "หน้ากากทุเรียน"





อย่างไรก็ดี การอยู่ภายใต้หน้ากาก และชุดทุเรียนที่นอกจากจะอึดอัด สร้างความลำบากในเรื่องการเกาเวลาคัน และการเข้าห้องน้ำแล้ว ยังสร้างความอึดอัดใจเพราะไม่สามารถบอกใครได้แม่แต่คุณพ่อคุณแม่ แต่ยังดีที่ภรรยาสาวรู้มาตั้งแต่แรก

"พี่ฟิล์มรู้ตั้งแต่แรกครับ ถ้าเกิดไม่บอกเขา ผมคงอึดอัดตาย เพราะกลับไปบ้านก็ต้องนอนด้วยกัน ซึ่งก็ต้องช่วยปิดด้วย อย่างเวลามากับผมที่รายการ พอมาถึงก็ต้องรอให้ทีมงานมารับที่รถ เปิดประตูลงมาต้องใส่หน้ากาก และชุดโม่งสีดำคลุมทั้งตัวเพื่อเดินไปพร้อมกับผม ซึ่งเราต่างเห็นความลำบากของกันและกัน แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดีครับ"

อีกหนึ่งกระแสที่กวนใจเขาไม่น้อยก็คือ ดรามาโจมตี และวิจารณ์รายการว่าเหมือนยืดเวลาเรียกเรตติ้ง และไม่แจ้งกติกาการเปิดหน้ากากชัดเจน ทำให้หลายคนที่เฝ้ารอการเปิดหน้ากากอย่างกระวนกระวายเกิดความไม่พอใจ จนบางคนบอกจะเลิกดูรายการนี้ไปเลย



"ผมเข้าใจในมุมของคนดูนะครับว่า ทุกคนอยากรู้ว่าใครอยู่ภายใต้หน้ากาก รวมถึงตัวผมเองด้วย ขณะที่ผมแข่ง ผมยังไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ดังนั้น ด้วยความอยากรู้ มันก็เลยเกิดอาการผิดหวังเมื่อไม่ได้เห็นหน้าคนที่อยากเห็น ซึ่งในส่วนของผม ผมก็ชิลๆ นะ เพราะในพาร์ตของผม ผมทำเต็มที่ พยายามร้องออกมาให้เป็นตัวเรา และสร้างความสนุกให้แก่คนดู ตรงนี้ผมทำหน้าที่ของผมอย่างดีที่สุดแล้ว"

เมื่อถามเล่นๆ ว่ารายการนี้ทำให้ผู้เข้าแข่งขัน หรือทีมงานผิดศีลข้อ 4 หรือไม่ "(หัวเราะ) นั่นน่ะสิ มันเป็นการโกหกคนทั้งประเทศ ส่วนตัวอยากให้มองว่ามันเป็นเกมการแข่งขันของรายการที่ให้ผู้ชมคนดูสนุกมากกว่ครับ" ส่วน The Mask Singer ซีซั่น 2 ตัวเขาจะเข้าไปมีส่วนร่วมหรือไม่อย่างไร คงต้องตามดูกันอีกที เพราะเขาไม่สามารถให้คำตอบอะไรในเรื่องนี้ได้

"หมอนทอง" นี่แหละตัวผม

"เป็นทุเรียนพุ่มใหญ่ เจริญเติบโตง่าย ก้านขั้วใหญ่แข็งแรง ส่วนตัวเนื้อค่อนข้างแห้งไม่แฉะติดมือ รสชาติหวานมันพอดีเป็นที่นิยมทั่วไป" คือลักษณะประจำพันธุ์ และลักษณะทางการเกษตรของทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ "ทอม" เลือกมาอธิบายความเป็นตัวตนของเขา





"ผมชอบกินทุเรียนหมอนทอง และมันก็บอกความเป็นตัวตนของผมได้ดี คนที่ไม่ชอบก็จะไม่รู้หรอกว่า ทุเรียนมีกี่พันธุ์ แต่คนที่กินจะรู้เลยว่า หมอนทองเป็นพันธุ์ทุเรียนที่กินง่าย หลายๆ คนชอบ เหมือนกันกับผมที่เข้าถึงง่าย ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ไม่ได้มีความยากอะไรในตัวผมเลย" พูดจบก็ชวนให้นึกถึงสโลแกน "ไม่ได้อ่อย แต่อร่อยๆ จริงนะ" ซึ่งเป็นการ "อ่อย" สไตล์ตะมุตะมิที่สร้างความเอ็นดูไปทั่วประเทศ

อย่างไรก็ดี ด้วยศักยภาพ ความสามารถ และความตะมุตะมิที่เขามี การย้อนกลับไปค้นหายังสถานที่ที่สร้างเขาขึ้นมาอย่าง "ครอบครัว" จึงเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจว่า สภาพครอบครัวและการอบรมเลี้ยงดูแบบใดที่สามารถสร้างให้คน ๆ หนึ่งสามารถมายืนอยู่ได้ ณ จุดนี้

"ผมเป็นลูกชายคนเล็กครับ เป็นน้องเล็กในจำนวนพี่น้อง 4 คน เป็นเหมือนลูกหลงเลยแหละ ผมห่างจากพี่คนที่ 3 ถึง 7 ปี ทำให้ผมเป็นลูกที่ติดทั้งคุณพ่อและคุณแม่ คือตอนเด็กๆ เป็นธรรมดาที่ลูกจะติดคุณแม่ แต่เมื่อผมอายุ 14 ปี ผมไปอยู่กับคุณพ่อที่อเมริกา มันทำให้ความสัมพันธ์ของผมกับคุณพ่อดีขึ้น จากที่เคยมองว่าคุณพ่อดุก็เริ่มสนิทกัน รักกันมากขึ้น และสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง คุยกันด้วยเหตุผล ทำให้ผมแฮปปี้ทั้งอยู่กับคุณพ่อและคุณแม่


ส้มฉุย (ทอมในวัยเด็ก) จากละครเรือนมรุยา


คุณพ่อคุณแม่ของหนุ่มทอม

ทุกวันนี้ก็ยังอ้อนอยู่นะ (ยิ้ม) บางทีก็กอดกัน โอบไหล่กันโดยไม่มีความเขินอาย ส่วนเรื่องตี ก็เคยถูกตีนะ แต่น้อยมากในบรรดาพี่น้อง 4 คน ไม่ใช่ว่าเขารักเราที่สุด หรือเพราะเป็นลูกคนเล็ก อาจจะด้วยความที่พี่ๆ เขาโตกันหมดก็เลยช่วยกันเลี้ยงดูผม อีกอย่าง ผมเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนเด็กๆ ทำให้ผมเจอผู้คนมากขึ้น เจอผู้ใหญ่มากขึ้น ผมก็เลยกลายเป็นคนค่อนข้างคิดและทำอะไรในแบบผู้ใหญ่ประมาณหนึ่ง"

ด้านคำสอน แม้จะไม่ลึกซึ้งคมคาย แต่สำหรับเขา มันคือพื้นฐานสำคัญในการใช้ชีวิต "ท่านมักจะบอกว่าทำอะไรที่ตัวเราสบายใจ และมีความสุข" เขาบอก "แต่เราต้องมาคิดต่อด้วยว่า ความสุข ความสบายใจ เราต้องไม่เบียดเบียนคนอื่นอย่างไร และไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนอย่างไร" นี่เป็นคำสอนที่ซึมลึกอยู่ในสายเลือดของเขา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า นอกจากรักตัวเองแล้ว ยังต้องรู้จักหยิบยื่นความรักให้แก่ผู้อื่นด้วย

ปัจจุบัน ความสุขของเขาคือการได้ "ร้องเพลง" ส่วนอีกอาชีพที่อยากทำก็คือ "Sound Engineering" หรือวิศวกรควบคุมเสียง ล่าสุดเขากับเพื่อนๆ วง Room39 แห่งค่ายเลิฟอีสก็กลับมาพร้อมผลงานใหม่สุดโดนใจอย่างเพลง "เป็นทุกอย่าง" ที่เปลี่ยนฟีลจากสองเพลงแรก (ความจริง,อย่าให้ฉันคิด) ไปอย่างชัดเจน ซึ่งหลังจากปล่อยออกมาแค่ไม่กี่ชั่วโมง ยอดวิวของเพลงก็ทะลุหลักล้านแล้ว



"เพลงนี้ไม่ได้เป็นเพลงที่สมหวัง แต่เราทำให้มันมีจังหวะขึ้นมา เป็นความเศร้าที่ให้อารมณ์เข้าใจชีวิต ซึ่งเนื้อหาของเพลงนี้มันเกิดจากคนใกล้ตัวของผม ผมมองว่าเขาเป็นคนที่ดีมาก (ลากเสียงยาว) ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งจะมีใครสักคนเดินเข้ามาหาเขา ถ้าใครเป็นเหมือนเขาคนนี้ คุณจะเจอคนที่ดีอย่างแน่นอน ขอให้คุณรักษาความดีตรงนี้เอาไว้ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่คอยปลุก คนที่คอยบอกฝันดี หรือคนที่เป็นทุกอย่าง"

เป็นสามีหัวใจตะมุตะมิ

ปิดท้ายกับอีกบทบาทในมุมของความเป็น "สามี" หลังจากจูงมือหวานใจนอกวงการเข้าประตูวิวาห์ไปเมื่อต้นปี 2559 แม้ในหน้าที่การงานจะเล่นบทบาทนักร้อง หรือคนหน้ากล้อง แต่ในบทบาท "คู่ชีวิต" ก็ยังคงให้ความสำคัญ ทั้งความรัก เวลา และการเอาใจใส่





"เราเป็นคู่ที่สนิทกันครับ มีอะไรคุยกันตลอด ชีวิตคู่ก็เลยแฮปปี้ครับ บางครั้งก็มีอ้อนๆ นะ เช่น หิวข้าวแล้ว (เสียงอ้อน) ไม่ค่อยมีเรื่องทะเลาะกัน หรือถ้ามี ผมจะคิดอยู่เสมอว่า การที่เราทะเลาะกัน มันเป็นการเสียเวลาที่จะใช้ชีวิตรัก ชีวิตคู่ด้วยกัน ดังนั้น ผมจะพยายามคุยด้วยเหตุผล ถ้าผมผิดผมก็จะขอโทษเขา จากนั้นจะพยายามทำให้เรากลับมาเหมือนเดิมให้เร็วที่สุด เช่น ชวนไปกินข้าว ชวนไปไหนมาไหนด้วยกัน อีกอย่างผมไม่มีฟอร์ม หรือวางมาดอะไรเลย เพราะการเอาชนะด้วยการบึ้งตึงใส่กัน มันเสียเวลาความสุขในการใช้ชีวิตคู่อย่างมากเลยครับ" นักร้องหนุ่มทิ้งท้าย

แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้พูดคุยกัน แต่ก็เผยให้เห็นตัวตน และทัศนคติในการใช้ชีวิต ทั้งการงาน ความรัก และครอบครัว รวมไปถึงความน่ารักตะมุตะมิที่ใครๆ ต่างก็ตกหลุมรัก เช่นเดียวกับความน่ารักแบบกวนๆ ที่ชวนให้ยิ้มตาม



เรื่อง : ปิยะนันท์ ขุนทอง
ภาพ : พลภัทร วรรณดี, แฟนเพจ Room39 และขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @Tom_Reckless




มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!


และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754



กำลังโหลดความคิดเห็น...