เงิบกันไปเล็กน้อยต่อกรณีคลิป บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสถานีโทรทัศน์ช่องวัน 31 ถูกคนขับรถแท็กซี่ขู่ยิง พร้อมสั่งให้ยกมือไหว้ และรีดเงินอีก 1 พันบาท ต่อมาในวันรุ่งขึ้น “บอย” ได้ออกมาแถลงยอมรับกับสื่อมวลชน ว่า แท็กซี่ไม่ได้รีดเงิน แต่เขาเสนอชดใช้ให้แท็กซี่เอง เหตุเพราะบันดาลโทสะใช้เท้าถีบรถ เนื่องจากรถเปิดไฟว่างแต่ไม่รับผู้โดยสาร
งานนี้แม้ผลสรุปออกมาต่างฝ่ายต่างผิดคนละครึ่งทาง แต่กว่าที่ “บอย” จะออกมาแถลงความจริงแห่งค่ำคืนเกิดเหตุนั้น กระแสดรามาในโลกโซเชียลก็รุมด่าแท็กกันเต็มทีแล้ว
ต้องยอมรับว่า คนไทยเจ็บปวดและฝังใจกับการที่คนขับแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสารมากที่สุด จึงไม่แปลกที่หลายคนจะแค้นเคืองรัฐบาลไทย ที่ยังหงอไม่จัดการขั้นเด็ดขาด เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีทางเลือกใช้แท็กซี่ระบบอื่นได้
บอย-ถกลเกียรติสะท้อนความคิดส่วนตัวของเขา ว่า ทั้งผมและคนขับแท็กซี่คนนี้เป็นเหยื่อของระบบ เพราะทุกวันนี้เรามีทางเลือกที่จะใช้บริการอะไรก็ได้ แต่กฎหมายกำลังจำกัดทางเลือกประชาชน มันมีทั้งออนไลน์ บริษัทโน้นบริษัทนี้ ผมถ้าไม่มีรถผมก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์ บางทีเรียกแท็กซี่ บางทีก็ออนไลน์เรียก ผมมีหลายอ็อปชั่น แต่ส่วนใหญ่กลายเป็นผิดกฎหมาย ในฐานะพลเมืองก็ต้องเลือกสิ่งที่ถูกต้อง
“วันนั้นผมเรียกมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ เพราะมีลูก มีของพะรุงพะรัง ผมจะเรียกใช้ “อูเบอร์” แต่ลูกสาวบอกว่าอูเบอร์ผิดกฎหมาย จึงเปลี่ยนเรียกแท็กซี่แทน แต่เจอแท็กซี่ไม่รับ ทั้งที่บ้านกับจุดที่เรียกก็ไม่ไกลกัน จึงเกิดความรู้สึกอึดอัดและคลางแคลงใจว่า มันกำลังเป็นประเด็นปัญหาสังคมอยู่ แล้วเราก็มาเจอกับตัวเอง มันรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำยิ่งทำให้อาชีพนี้หมดความน่าเชื่อถือ และทำให้รู้ว่าเรื่องแบบนี้ มันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ถึงตอนนี้ผมอยากตั้งคำถามว่า “ระบบ” คืออะไร ตัวเลือกเรามี แต่จำกัดตัวเลือกของเรา คืนนั้นถ้าไม่มีการจำกัดตัวเลือก แท็กซี่ไม่รับผมก็ไปเรียกใช้บริการอย่างอื่นครับ”
บอย ยังยอมรับอีกว่า ที่ผ่านมานั้นเจอกรณีแท็กซี่ไม่รับ หรือไม่ไปน้อยมาก ต่างจากคนอื่น เราก็ได้รับข่าวสาร อ่านมาเยอะแยะว่าเป็นเรื่องใหญ่ของสังคมตอนนี้ “ถึงจะหมดความน่าเชื่อถือกับตรงนี้ แต่ไม่ถึงกับไม่ขึ้นแท็กซี่อีก ส่วนเรื่องที่จะจุดกระแสให้อูเบอร์มั้ย ผมไม่มีหน้าที่ทำตรงนั้น ผมแค่เป็นหนึ่งเสียงที่อยากฝากไปถึงผู้ที่รับผิดชอบที่จะทำให้กฎหมายเปลี่ยนแปลงอะไรก็แล้วแต่”
ขณะที่โลกโซเชียลก็ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ขณะที่สมาชิกเว็ปต์พันทิปบางรายโพสต์ตัดพ้อ อาทิ “คงต้องนั่งแทกซี่กันต่อไป (ถ้าจำเป็น) เจอคนขับดีก็แล้วไป เจอไม่ไปนี่ก็ เฮ้ออออ สงสัยว่าคงต้องประมูลราคาค่าโดยสารกันล่ะมั้ง ทั้งๆที่ขับแบบกดมิเตอร์นี่แหละ ชูบอร์ดเลยว่าจะไปไหน ทิปเพิ่มให้เท่าไหร่ (50-100 )ถ้าจะรับก็คงรับแหละ"
“เทคโนโลยี เคยฆ่า ค่ายเพลงที่ออกซีดี แล้วก็มี ซีดีเถือน MP3 จากนั้นเทคโนโลยี ก็ฆ๋า แผ่นผีซีดีเถือน เป็นมาฟังฟรี แต่เทคโนโลยีจะมาฆ่าแท๊กซี่ ฆ่าวินมอเตอร์ไซต์ ก็ยังมีกฎหมายคุ้มครอง เพราะกว่าพวกเค้าจะได้ใบขับขี่กับป้ายเหลือง ก็มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงหลายอย่าง แต่ทำไงได้ การขออนุญาติใบขับขี่ไม่ได้กรองคนดีๆ ได้ทุกคน ก็มีคนไม่ดีเข้ามาหากินเยอะ แล้วใครรรับกรรมล่ะ??” สมาชิกหมายเลข 1331491
ไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองชื่อดัง สมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว "สมชาย แสวงการ" ถึงกรณีดังกล่าว ว่า ปัจจุบันแท็กซี่ มีการเรียกร้องให้จัดการกลุ่มอูเบอร์และแกรบที่เข้ามาแย่งผู้โดยสาร แต่พฤติกรรมเช่นนี้ของแท็กซี่ยังเกิดขึ้นประจำ ถ้ายังปรับตัวไม่ได้ก็เจ๊งหมดแน่นอนเพราะเบื่อพฤติกรรมทำนองนี้ "แท็กซี่ไทยกำลังต่อสู้กับบริการอูเบอร์ แต่หมอนี่กลับสร้างความเสื่อมเสีย ทำให้คนเบื่อที่ใช้บริการและหันไปใช้อูเบอร์กันหมด ซึ่งอันตรายต่ออาชีพแท็กซี่ ถ้ายังปรับตัวไม่ได้ พฤติกรรมกรรโชกทรัพย์ชัดๆ แบบเห็นทะเบียนและเห็นหน้าคนขับชัดขนาดนี้ ติดสติ๊กเกอร์วิ่งในสนามบินสุวรรณภูมิชัดเจนครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมการขนส่งจัดการซะก่อน แท็กซี่ไทยจะเจ๊งหมดเพราะเบื่อพฤติกรรมทำนองนี้กัน ครับ"
ย้อนกลับมากรณีปัญหา เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นจากหน่วยงานรัฐ โดย ณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้ระบุชัดว่า แม้ บอย-ถกลเกียรติ จะไม่เอาเรื่อง แต่ ได้เรียกตัว นายรุ่งนคร ดลกุล อายุ 40 ปี คนขับแท็กซี่ผู้เกิดเหตุ เข้าพบสอบถามก่อนเปรียบเทียบปรับ2 ข้อหา ฐานไม่รับผู้โดยสาร ปรับ 1,000 บาท และ แสดงกิริยาและใช้วาจาไม่สุภาพ ปรับ 1,000 บาท โดยพักใบอนุญาต 30 วัน และให้เข้าร่วมอบรมเสริมสร้างจิตสำนึกในการให้บริการผู้โดยสารด้วย จำนวน 3 ชั่วโมง
อนึ่ง!! ข้อแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป หากเกิดกรณีคนขับรถแท็กซี่ ทำร้าย หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมนั้น ผู้โดยสารทุกคนต้องรู้จักป้องกันตัวเองด้วย โดยทุกครั้งที่ใช้บริการรถแท็กซี่ ให้ถ่ายภาพทะเบียนรถ ป้ายชื่อผู้ขับขี่ สอบถามชื่อคนขับ โทรศัพท์หรือแจ้งข้อมูลบอกญาติหรือเพื่อนสนิทไว้ เป็นการป้องกันเหตุไว้ก่อนได้
มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram
"MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!
และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754


