xs
xsm
sm
md
lg

กะโหลกยุบ-เบ้าตาแตก-สมองบวม! ความเป็นธรรมไม่คืบเกือบปี “น้องจูน" เหยื่อสามีทหาร!!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


 
สังคมวิจารณ์หนัก คดี “น้องจูน” อดีตภรรยาทหารถูกทำร้ายร่างกายเสียโฉม-พิการ ยังไม่เดินหน้า! เกือบปียังลากคอผู้กระทำความผิดมาลงโทษไม่ได้ ร้อนถึงทนายความ “สงกานต์” เข้าช่วยทวงความยุติธรรม โลกโซเชียลฯ แซวแรง “นี่มันปีทองของคนมีสีจริงๆ”





วินาทีปางตาย! เหตุเกิดเพราะสามีลายพราง

“เขาต่อยหนูสองที และเอาของแข็งสีขาวทุบที่หน้าหลายครั้งจนสลบ จากนั้นลากจากรถไปที่พื้นเพื่อทำร้ายต่อ” ถ้อยคำสุดสะเทือนใจของ “จูน-สกฤตา สุภานิล” อดีตภรรยาทหารที่ถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส เล่าวินาทีชีวิต หลังนัดเจรจาเรื่องความสัมพันธ์ แต่กลับถูกทำร้ายร่างกายถึงขั้นปางตาย!

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2558เธอเป็นพนักงานราชการอยู่ในค่ายธนะรัชต์ จ.ประจวบฯ ซึ่งชายหนุ่มเป็นนักเรียนนายร้อยอยู่ชั้นปีที่ 4 ได้เข้ามาฝึกที่ค่ายเดียวกันนี้ หลังจากทั้งคู่ได้เจอกัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองได้พัฒนาต่อเนื่อง จนตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกันในเดือนเมษายน ปี 2559

ทว่า เหตุการณ์น่าสลดได้เกิดขึ้นหลังจากที่เธอทราบว่าสามีของเธอนอกใจมีผู้หญิงอื่นในวันเดียวกับที่เธอจดทะเบียนสมรส ต่อมาในวันที่ 20 กรกฎาคม 2559 ทั้งสองตกลงนัดเจรจาเพื่อสะสางปัญหาความรักในจุดเกิดเหตุที่เป็นซอยเปลี่ยวร้างเกือบ 20 กิโลฯ

“หลังเกิดปากเสียงกันไม่นาน เธอถูกของแข็งระดมตีที่ใบหน้าจนหมดสติ พลเมืองดีพบตัวรีบนำส่งโรงพยาบาลในสภาพเจ็บปางตาย ผลการตรวจของแพทย์ในขณะนั้นพบว่า กะโหลกส่วนหน้าแตกยุบ เบ้าตาด้านซ้ายแตก โครงหน้าแตกละเอียด อาการเป็น-ตายเท่าๆ กัน” ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเกินมนุษย์มนา ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดจากฝีมือของผู้ที่ชื่อว่าเป็น “สามี”
จูนกับอดีตสามี

 
กว่า 3 เดือนที่หมดสติ จากสาวสวยหน้าตาดีต้องทนอยู่กับความทุกข์ทรมานตลอดชีวิต ในสภาพกะโหลกส่วนหน้าแตก สมองบวม นัย์ตาด้านซ้ายแตก ต้องใช้เหล็กยึดโครงหน้าตลอดเวลา และมีอาการสาหัสต้องผ่าตัดทุกเดือน แพทย์เผยว่า โอกาสรอดมีเพียง 1% เท่านั้น

ทว่า ปาฏิหาริย์ยังมีให้เห็น เธอฟื้นขึ้นแต่ความจำกลับหลับใหล จูนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างถูกตั้งค่าเป็นศูนย์หลังจากที่เธอลืมตาตื่น การทำกายภาพบำบัด ฝึกการเคลื่อนไหวร่างกาย และฝึกใช้อวัยวะฝั่งซ้ายที่แทบจะใช้การไม่ได้ โดยมีคุณแม่คอยดูแลเคียงข้างตลอด แต่แล้วเมื่อความทรงจำที่เลือนหายกลับมาอีกครั้ง นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เธอจะขอทวงคืน “ความยุติธรรม” ที่หายไป

โลกโซเชียลฯ แซะ “ปีทองของคนมีสี”

หลังจากเกิดเหตุการณ์น่าสลดได้สร้างความสะเทือนฉาวถึงวงการคนมีสี และได้มีการเผยแพร่ข้อความและรูปภาพเรื่องราวของสาวจูนในโซเชียลมีเดีย โลกออนไลน์ต่างพูดถึงประเด็นดังกล่าว โดยให้ความเห็นไปในทางต่อว่าและโจมตีฝ่ายชายที่กระทำการโหดเหี้ยมผิดมนุษย์
รวมถึงทางด้านคดีความที่ไม่มีความคืบหน้า วนเข้าลูปเดิมสะท้อนการทำงานของคนมีสีที่เลือกปฏิบัติ อีกทั้งยังแซะคนในเครื่องแบบอีกว่านี่คือ “ปีทองข่าวฉาว” ของคนมีสีจริงๆ

“เป็นผู้ชายไม่สมควรทำร้ายร่างกายผู้หญิงขนาดนี้ แล้วนี้อะไร ทำงานรับราชการเป็นชายชาติ ทหาร เสียชื่อ สถาบันเขาหมด ถอดออกถะ ชุดที่มึ-ใส่อยู่ เอาผ้าถุงไปไหม เอาไปใส่ เลว!!!! ”

“ไม่น่ามีจุดยืนในสังคมต่อไปเลยนะคะ ขาดข้าราชการแบบนี้ไปสักคน คงไม่ทำให้ประเทศเสียหายหรอก แต่ถ้าอยู่ต่อไปนั่นแหละ ประเทศอาจจะตกต่ำกว่านี้ เพราะไม่รู้เลยว่าจะไปทำแบบนี้กะใครอีกไหม ”

“คุกประเทศนี้มีไว้ขังหมาเหรอครับ ”

“คุณเป็นทหารคุณได้รับเกียรติ ติดยศ ซึ่งคุณทำมันเสื่อมเสียมาก คุณยังมีจิตวิญณาณของทหารอยู่ไหม เขาให้ปกป้องไม่ใช่ทำร้ายประชาชน”

 
นอกจากนี้ เพจดัง “อีจัน” ได้มีการทำคลิปวิดีโอ เพื่อให้กำลังใจสาวจูน ด้วยการรวบรวมเหตุการณ์ตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงปัจจุบันที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรม ในคลิปฯ “เมื่อความรัก ทำลายชีวิตเธอ #คดีน้องจูน ถูกสามีทหารทุบหน้า” ชาวโซเชียลฯ แชร์กระหึ่มช่วยคดีน้องจูนไปแล้ว 1แสนกว่าแชร์ วอนให้จับตัวคนผิดมาดำเนินคดีโดยไว

“คดีนี้ ผู้ต้องหา มอบตัวแล้ว และกำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว #เราคงไม่ต้องวาปไปไหน รอติดตามดีกว่าว่าเมื่อไรจะสั่งฟ้อง และผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร? เพจอีจันจะติดตามมารายงานอย่างใกล้ชิด ไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องนี้ ไม่เงียบอีกต่อไปแล้ว มีพี่ทนายสงกานต์อีกคน รับรองน้องจูนต้องได้รับความเป็นธรรม!!!”

เกือบปี..คดีไม่ไปไหน?

ประเด็นที่น่าสนใจคือว่า แม้โลกโซเชียลฯ และสื่อต่างๆ จะมีการออกมาแสดงความคิดเห็น กดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมให้กำลังใจช่วยเหลือน้องจูนอย่างไรก็ตาม ทว่า คดีความกลับไม่คืบหน้าตามแรงผลักดันของสังคม เป็นไปได้หรือไม่ว่าเพราะเกี่ยวข้องกับคนมีสีและผู้มีอิทธิพล จึงทำให้คดีลักษณะนี้ไม่เดินหน้าไปไหน?

ทางด้านทนายความอิสระ “สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์” ได้ออกมาโพสต์เดือดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขอความเป็นธรรมและให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการโดยเร็ว เชื่อว่าสังคมยังคงอยากเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้นในประเทศไทย


 
โดยใจความระบุว่า “เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2559 จนผ่านมา 9 เดือน ก็ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและความคืบหน้าของคดีแต่อย่างใด ตนจึงขอให้ผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และหากพบการกระทำความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงก็ขอให้ลงโทษสถานหนัก เพื่อทวงความยุติธรรมให้น้องจูน”

แม้ก่อนหน้านี้ จะมีการนำตัวอดีตสามีทหารคนดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหา ฐานทำร้ายร่างกายอดีตภรรยาจนบาดเจ็บสาหัส แต่ชายหนุ่มได้ให้การยอมรับว่าทำร้ายร่างกายจริง แต่ภาคเสธเรื่องมีอาวุธปืนและไม่ได้พยายามฆ่า จากนั้นจึงได้พาไปฝากขังที่ศาลทหาร พร้อมขอคัดค้านการประกันตัว แต่ต่อมาได้มีการยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวออกไป

กว่า 9 เดือนแล้ว ที่คดีความยังคงเลือนรางในบทสรุป และการตั้งคำถามในกระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้ยังคงไม่ได้คำตอบในการกระทำที่ดูเหมือนว่าเลือกปฏิบัติเช่นนั้น หรือว่านี่คือยุคทอง(ข่าวฉาว)ของคนมีสี และกระบวนการยุติธรรมที่ค่อยๆ ถอยหลังเข้าคลองกันแน่ ?

ข่าวโดย ทีมข่าวผู้จัดการ Live
ขอบคุณภาพ FB Fanpage อีจัน




มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!


และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754