xs
xsm
sm
md
lg

เอเลี่ยนบุกรันเวย์! สวย แปลก เขย่าวงการแฟชั่นโลก (มีคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


นาทีนี้ คงไม่มีรันเวย์ไหนจะร้อนฉ่าไปกว่างานฉลองครบรอบ 5 ปีของแฮร์ซาลอนสุดหรู "ไฮฟ์ ซาลอน" ที่ต้องบอกว่า ดุเด็ดเผ็ดซ่าจนสร้างความฮือฮาไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะการปรากฎตัวของ "เอเลี่ยน-การย์ริฏา พงษ์กมลโรจน์ (กัญญณัท บํารุงพงษ์) นางแบบหน้าเก๋ ใจถึงที่แย่งซีนดารา เซเลบทั้งงาน ด้วยชุดตาข่าย ปิดแค่จุก เช่นเดียวกับของสงวนที่ปิดไว้แค่แผ่นบางๆ จนเกิดคำถามตามมามากมาย

อย่างไรก็ดี แม้ลุค และชุดที่ดูแรงจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา ทว่ากลับพบแง่งามทางความคิด และการใช้ชีวิตที่น้อยคนนักมักจะรู้ ชวนให้นึกถึงคำกล่าวที่ว่า "อย่าตัดสินหนังสือจากปกของมัน" นางแบบคนนี้ก็เช่นกัน...

ชุดนี้..ยอมใจสปิริตนาง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าชุดตาข่ายที่เธอสวมใส่บนรันเวย์บวกกับสีผมสุดร้อนแรงพร้อมกับท่าแบดเกิร์ลตามคอนเซ็ปต์ที่เจ้าของงานต้องการ ทำให้ "เอเลี่ยน" กลายเป็นนางแบบที่ถูกจับตา ซึ่งมีทั้งเสียงชื่นชม และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะชุดที่เผยให้เห็นเนื้อนมชวนเสียวซ่าน แถมยังมีแผ่นอะไรก็ไม่รู้มาปิดทับบริเวณของสงวนอีกต่างหาก






"เอาจริงๆ เราเดินแบบตามปกติของเราอยู่แล้วค่ะ ซึ่งในวันนั้นมันมี 2 เซ็ต แล้วหนูดันอยู่เซตพี่พลอย (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) ในความคิดหนู หนูไม่ได้ดึงกระแสใคร หนูทำตามที่ดีไซเนอร์ต้องการ เขาต้องการแบบแบดเกิร์ล เราก็ต้องทำออกมาให้ดีที่สุด เพราะส่วนตัวรู้สึกว่า ถ้าเราเป็นคนดู ไม่อยากให้โชว์ออกมาเอื่อย หนูอยากให้ทุกคนสนุกไปด้วย ให้ทุกคนรู้สึกว่า เฮ้ย! มาดูโชว์แล้วมันคุ้มค่า

ส่วนชุด หนูแต่งตัวโป๊ก็จริง แต่ไม่ได้แบบ..หูย! ฉันมีนมใหญ่ หรือฉันอย่างโน้น ฉันอย่างนี้ มันไม่ใช่เลยค่ะ เราเดินเป็นโชว์ และต้องทำให้มันมีจุดสนใจ อีกอย่าง หนูอยู่ในเซตพี่พลอย โจทย์ที่หนูต้องตีให้แตกก็คือ ดึงจุดสนใจมาอยู่ที่เซตของเราให้ได้ ซึ่งก็ตรงตามความคาดหมาย" พูดจบนางแบบสาวก็อธิบายถึงตัวชุดว่าไม่ใช่ชุดว่ายน้ำซีทรูตามที่สื่อนำเสนอ


"มันเป็นชุดตาข่ายค่ะ เป็นแบรนด์ของ VATANIKA (วทานิกา) ถามว่าจะใส่แบบนั้นเพรียวๆ ได้มั้ย ก็ได้ค่ะ แต่สิ่งที่อยากสร้างความเข้าใจก็คือ หนูเป็นโมเดล เป็นหุ่นที่ดีไซเนอร์จะสร้างสรรค์อะไรก็ได้ เป็นหุ่นที่ต้องทำให้ทุกคนมาสนใจในชุด ซึ่งทุกคนก็สนใจจริงๆ บวกกับสีผมหนูด้วย มันก็เลยดูแรง

ส่วนบริเวณของสงวนที่เห็นมีแผ่นดำๆ มาปิดไว้ จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แผ่นอนามัย มันคือดีไซน์ของกางเกงในชนิดหนึ่ง เอาไว้ใส่กับชุดที่ผ่าลึกๆ หรือชุดยาวที่ไม่ต้องการให้เห็นร่องตรง...นั้นแหละค่ะ (หัวเราะ) ในเวลาออกงาน"


ถามว่าไปเอาความกล้าหาญมาจากไหน "มันไม่ทำนองว่าใจถึง กล้าหาญอะไรค่ะ" เธอเอ่ยขึ้น "หนูรู้สึกว่าเราพยายามทำให้เทียบเท่ากับเมืองนอกมากกว่า แต่ด้วยวัฒนธรรมไทย บางสิ่งบางอย่างเราก็ต้องอย่าให้มันเกินงาม จริงๆ หนูจะเปลือยก็ได้นะ แต่หนูไม่ทำ เพราะนี่คือประเทศไทย เราแคร์ประเทศเรา เราแคร์เด็กและเยาวชนของเรา




แม้โชว์นี้จะดูแรงในสายตาคนส่วนใหญ่ แต่มันคืองาน และงานของหนู หนูก็พยายามเซฟให้มากที่สุดเพื่อตอบโจทย์เจ้าของงาน และทำให้คนดูไม่เบื่อ ซึ่งถ้าให้หนูมาแหวกขา โชว์โป๊ หนูคงไม่ทำ เพราะเราไม่ได้สื่อถึงเซ็กซ์ อย่างหน้าอกหนู พอใส่ชุดตาข่ายแล้วปิดแค่จุก มองดูแล้วมันเหมือนตุ๊ดเด็กที่มีนมขึ้นมานิดนึง ซึ่งความรู้สึกหนู มันก็เลยดูไม่โป๊เท่าไร (หัวเราะ)"

ถามว่าทำไมคนอื่นไม่เห็นต้องแต่งให้ดูแรงขนาดนี้เลย เธอให้ทัศนะว่า "ดาราบางคน หนูเข้าใจว่ามากไปมันไม่ได้ ถ้าพี่พลอยเป็นนางแบบ พี่เขาอาจจะได้ใส่ชุดแบบหนูก็ได้ ซึ่งเอาจริงๆ ใครเหมาะกับชุดอะไรก็ใส่แบบนั้น อย่างหนู ทางดีไซเนอร์เห็นว่าใส่ได้ก็เลยออกมาเป็นชุดแบบนี้ แต่ตัวจริง ชีวิตจริงหนูเป็นแบบนั้นหรือเปล่า (สายหน้า) เหอะ! ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย"


เธอจบประโยคที่ชวนให้อยากรู้ ซึ่งพอได้รู้ก็ชวนให้ตกใจ เพราะไม่คิดว่าลุคที่ดูแรง โครงหน้าที่ดูดุจะแอบซ่อนแง่งามเอาไว้หลายเรื่อง แต่ก่อนจะเฉลย การย้อนเส้นทางนางแบบของผู้หญิงที่ใครๆ เรียกเธอว่า "เอเลี่ยน" คือสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย


มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร...


คำถามสั้นๆ แต่ "คำตอบ" ที่ได้กลับเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ทั้งความสับสน ความน้อยใจ ความกดดัน และอื่นๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในแต่ละบรรทัดต่อจากนี้




"หนูไม่ได้อยากเป็นนางแบบตั้งแต่เด็ก" เธอบอก "จริงๆ หนูอยากเป็นทหาร เพราะต้นตระกูลเป็นทหาร เป็นผบ.ทบ.เก่า ส่วนคุณพ่อเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า คุณแม่หย่ากับคุณพ่อแล้วค่ะ ซึ่งเรื่องนี้พูดได้ค่ะ เพราะโตแล้ว (หัวเราะ) หนูมองว่ามันคือเรื่องส่วนตัวของเขา แต่พ่อก็คือพ่อ แม่ก็คือแม่ เพราะท่านเป็นผู้ให้กำเนิดเรามา

กลับมาที่เส้นทางนางแบบกันต่อ (หัวเราะ) ด้วยความที่หนูเป็นคนตัวสูงกว่าใครเพื่อนในชั้นเรียน ตอนนั้นก็เกิดคำถามมากมาย ทำไมเราเกิดมาสูงจัง เราเกิดมาผิดที่หรือเปล่า มันกลายเป็นปมด้อยจนเรากังวล คิดมาก ซึ่งเพื่อนมักจะล้อว่าขาตะเกียบบ้าง เปรตบ้าง โอลีฟบ้าง กระทั่งวันหนึ่งได้ฟังรายการวิทยุชื่อว่า Ford Modelมาจัดประกวดที่ประเทศไทย ตอนนั้นเกิดความคิดว่า อยากไปนะ เพราะอยากไปเจอคนที่สูงๆ บ้าง ไม่อยากรู้สึกว่าเป็นตัวแปลกประหลาดอยู่คนเดียว


สุดท้ายหนูตัดสินใจไปประกวด และถูกเลือกให้เข้ารอบ 12 คน แต่หนูขอสละสิทธิ์เพราะคำเดียวเลยคือ ไม่กล้า อาจจะด้วยความเป็นเด็กมัธยมฯ ที่กำลังจะขึ้นม.4 บวกกับไม่ชอบการแข่งขัน หนูก็เลยกลัว แต่ถึงจะมีข้อแม้ ข้ออ้างสารพัด อุ้ย! หนูมีแผลเป็นตรงนั้น ตรงนี้นะ สรุปได้ไปนิวยอร์ก (หัวเราะ) ตอนนั้นคุณพ่อไม่ชอบเลย บอกที่บ้านก็เลี้ยงได้ทำไมต้องไปทำด้วย ส่วนคุณแม่สนับสนุนเต็มที่ ซึ่งหนูเพิ่งมารู้ตอนเข้าวงการใหม่ๆ ว่าแม่เป็นนางแบบเก่า (แอน สุภัทรา)"


ด่าได้ แต่แรงไปไหม?




ด้วยรูปร่าง หน้าตาที่ไม่เหมือนใคร ไม่ได้อยู่ในสเปกของคนไทยทั่วไป แม้ส่วนหนึ่งมองว่ามีเอกลักษณ์ โดดเด่น แต่อีกด้านกลับไม่ให้เกียรติและสร้างความกดดัน แถมยังทำลายความมั่นใจ โดยเอาไม้บรรทัดของใครก็ไม่รู้มาบอกว่า "แบบนี้คือขี้เหร่" "แบบนี้คือไม่สวย" "แบบนี้คือบ้านนอก"

"ตอนเข้าวงการใหม่ๆ ตอนนั้นโซเชียลฯ ยังไม่บูมเท่ากับตอนนี้ คุณแม่มักจะเข้าไปแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้คน เพื่อเก็บเอามาพูดให้เราแก้ไข เช่น เดินยังไง ปรับตัวเองยังไง จนบางครั้งไม่อยากเดินแล้ว บางคำวิจารณ์ทำไมไม่ให้กำลังใจกันเลย ซึ่งหนูรู้ค่ะว่าหน้าตาขี้เหร่ (พูดติดตลกแต่ความเป็นจริงมันไม่ตลก) แต่หนูก็พยายามมองบวก และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด จากหลังค่อม ไม่มั่นใจ เริ่มมีบุคลิกภาพ สไตล์การแต่งตัวที่ดีขึ้น"


ดังนั้น แม้ในวงการนางแบบจะมีคนหลายประเภท ตั้งแต่วางตัวดีไปจนถึงพูดให้ตัวเองดูสวย ดูดี แต่เธอเลือกที่จะรับเอาแต่สิ่งดีๆ มาปรับใช้เพื่อพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ไม่แปลกที่เธอจะกลายเป็นนางแบบที่ใครหลายคนต้องการตัว และอยากร่วมงานมากที่สุดคนหนึ่ง


การันตีความสามารถระดับโลกจากเวทีฟอร์ดโมเดล อวอร์ด ซึ่งเธอติดอันดับ 1 ใน 12 นางแบบและได้เป็นตัวแทนไปโชว์ตัวที่นิวยอร์ก ตามมาด้วยเวทีเดอะ บอย และเวทีแฟชั่นของ FTV ที่คว้ารางวัลเบสท์ ฟิกเกอร์ อวอร์ด หรือนางแบบรูปร่างดียอดเยี่ยม




นอกจากนั้นยังเคยไปโกอินเตอร์ที่แอฟริกาใต้บนรันเวย์ Cape Town Fashion Week S/S 14 โดยกวาดไปเหนาะๆ 5 แบรนด์ ได้แก่ Craig Port, Lalesso, Lazuli, Tart และ Thula Sindi แถมยังเดินเป็นหนึ่งในนางแบบที่เดินปิดให้กับ Craig Port อีกด้วย ซึ่งเธอเดินไปทั้งหมด 15 โชว์แบบเก๋ๆ เป็นนางแบบไทยสร้างความจดจำไปทั่วโลก โดยเฉพาะความสวยที่ดูแปลกเหมือนมาจากนอกโลก

ดังที่เว็บไซต์นางแบบอันดับ 1 ของโลก Models.com เคยพาดหัวหน้าหนึ่งชื่นชมว่า "Kanyanut's nickname is Alien, and we agreed that she's pretty out of this world" แปลเป็นไทยก็คือ "เอเลี่ยนคือชื่อเล่นของกัญญณัท และเราก็เห็นด้วยว่าเธอนั้น ดูสวยเหมือนหญิงสาวที่มาจากนอกโลก"


ปัจจุบัน เธอเป็นนางแบบหลายสังกัดในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Metropolitan Agency Paris, Muse (New York), ส่วนในประเทศไทยก็จะมี Mother Agency : Wilhelmina-One คอยดูแลงานเดินแบบในต่างประเทศ


"ฟิตติ้ง" เปลี่ยนความคิด


กระนั้น แม้จะเป็นนางแบบไทยที่ดังไกลในต่างแดน แต่บางเรื่องก็ได้สร้างบทเรียนให้เธอได้จดจำไปจนวันตาย โดยเฉพาะ "การฟิตติ้ง" หรือการเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับนางแบบ ซึ่งแทนที่จะได้ร่วมงานกับเสื้อผ้าแบรนด์ดังระดับโลกแต่กลับพลาดไปอย่างน่าเสียดาย




"ฟิตติ้งคือสำคัญมาก" นางแบบสาวลากเสียงยาวเพื่อเน้นให้ฟังว่ามันสำคัญจริงๆ "ครั้งนั้นทำให้หนูพลาดงานของ HONOR ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังของนิวยอร์ก สารภาพตามตรงว่าเฮ้ย! การฟิตติ้ง เมืองนอกเขาให้ความสำคัญมาก แต่เมืองไทยคือยืดหยุ่นกันได้ วันนั้นสรุปคือ...เขาได้นางแบบคนใหม่ ใส่ชุดสวยกว่า ตั้งแต่นั้นมา หนูให้ความสำคัญมาก ไม่เฉพาะแต่เมืองไทย ในเมืองไทยหนูก็ไปทุกครั้ง

อย่างน้อยๆ ก็เป็นต้นแบบให้น้องๆ นางแบบรุ่นใหม่ๆ ได้เห็นว่ามันสำคัญมาก ขนาดนางแบบรุ่นพี่ หรือนางแบบชื่อดังยังมาฟิตติ้งกันเลย เพราะว่าชุดต้องเหมาะกับนางแบบ จะมาเย็บก่อนขึ้นโชว์มันไม่ได้ ซึ่งเราต้องให้เกียตริดีไซเนอร์ และเจ้าของงานด้วย เขาทำชุดออกมาก็อยากจะให้นางแบบใส่เดินได้อย่างมั่นใจ และเกิดความผิดพลาดให้น้อยที่สุด" นางแบบสาวเผยบทเรียนเปลี่ยนความคิด

นอกจากนั้น เธอยังใส่ใจทุกรายละเอียด แม้กระทั่งรองเท้าที่บางครั้งจะยัดทิชชู่เพื่อให้การเดินดูมั่นใจมากขึ้น

"ก่อนงานจะเริ่ม หลายคนมักจะถามหาหนูว่า พี่เอเลี่ยนไปไหน ซึ่งหนูก็นั่งทำรองเท้า โมดิฟายด์รองเท้าให้มันเดินง่าย หรือไม่ก็นั่งเตรียมอารมณ์ให้พร้อมในการเดินแบบ เพราะหลักการทำงายของหนูคือ ต้องไม่ผิดพลาด หรือถ้าผิดพลาดก็ต้องผิดพลาดให้น้อยที่สุดค่ะ"




ถามว่ารู้สึกอย่างไรกับ "นางแบบตัวแม่" ที่หลายคนเรียกขาน "เรียกว่าเป็นตัวแก้ดีกว่าค่ะ" เธอเอ่ยขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้มน้อยๆ "ตอนนี้ก็ยังแก้ปัญหาให้ตัวเองอยู่ตลอด (หัวเราะ) เพราะยังคงตื่นเต้นทุกครั้งที่เดินแบบ ดังนั้นเวลาได้ชุดมา หนูจะคิดละว่า ใส่อย่างไรให้มันดูเป๊ะ ดูมั่นใจ หรือทำให้อย่างไรให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด ส่วนในด้านประสบการณ์ ถ้ามีน้องๆ อยากขอคำแนะนำ เราก็ยินดีแลกเปลี่ยนค่ะ"

"อีควาย" คำดุเรียกน้ำตา


เมื่อให้ย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่สะเทือนใจที่สุด แม้ว่าจะผ่านคำล้อเลียนมาสารพัด แต่คำว่า "อีควาย" ทำให้ผู้หญิงแกร่งอย่างเธอถึงกับน้ำตาคลอเบ้า


"เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันเดินแบบแรกๆ ตอนนั้นเพิ่งเข้าวงการมาใหม่ๆ เลย หนูมากับคุณแม่ เจอคนปล่อยคิวด่า 'อีควาย' ตอนนั้นหนูแบบ..เกือบร้องไห้ น้ำตาคลอเบ้าละ ซึ่งเอาจริงๆ มันยังไม่ถึงคิวหนู มันมีพี่อีกคนต้องไปก่อน แล้วหนูต่อคิวอยู่ นางก็ตะโกนใส่ 'ทำไมเธอยังไม่ออก อีควาย" เราก็คิดในใจ อ้าว! ก็มันยังไม่ถึงคิวหนู สำหรับเราตอนนั้นมันคือคำดุเชิงด่าที่รุนแรงมาก แต่พอเราโตขึ้น และคลุกคลีอยู่ในวงการนี้นานๆ การใช้คำพูดของคนบางคนก็แอบแรงเหมือนกันนะ แม้จะไม่ได้โดนพูดต่อหน้าเหมือนครั้งนั้นก็ตาม"




ดังนั้น "ใครๆ ก็เดินแบบได้" ไม่เป็นความจริงเลย และนี่คือการสารภาพจากนางแบบที่เคยผ่านอะไรมากมาย ทั้งคำดูถูกจากคนในวงการ และคำตำหนิจากคนไทยด้วยกันเอง โดยเฉพาะความแปลกที่ไม่เหมือนใคร 

"การเดินแบบคุณต้องอาศัยความฉลาดด้วยนะ ไม่ใช่แค่เดินตรงๆ อย่างเดียว บางทีเดิน 3-4 รอบแล้วเดินกลับมาโพสที่เดิม คือมันเหมือนเป็นการเล่นเกมวัดระดับอีคิวเลยนะ อย่างเมืองนอก พูดๆ เสร็จ อ้าว! ให้ทำอะไรวะ ไม่ให้ซ้อมด้วย คือสมองต้องไว เวลาเขาพูดอะไรต้องจับให้ทัน อ๋อๆ ยืนตรงนี้กี่วินาที ยืนตรงนั้นกี่วินาที ทางที่ดีนางแบบไทยถ้าอยากไปรันเรย์ในต่างแดน คุณต้องซ้อมเยอะๆ เพื่อจะได้ชิน และเกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด"


"เอเลี่ยน" ชื่อนี้ได้แต่ใดมา


ไม่ถามไม่ได้ถึงชื่อสุดแปลกอย่าง "เอเลี่ยน" เพราะคงไม่มีพ่อแม่คนไหนตั้งชื่อให้ลูกสาวแบบนี้ ซึ่งก็จริงอย่างที่คิด เพราะชื่อนี้ได้มาจากเพื่อนฝาแฝดสมัยเรียนมัธยมฯ ที่โรงเรียนสตรีวิทยา




"จริงๆ มีชื่อเล่น 2 ชื่อค่ะ คือ แอม (AM) กับแพรว (มาจากชื่อจริงชื่อแรกนั่นก็คือแพรวชมพู) ญาติฝั่งคุณแม่ก็จะเรียกน้องแพรวกัน ส่วนญาติฝั่งพ่อจะเรียกน้องแอม แล้วเอเลี่ยน ชื่อนี้มาจากไหน มาจากเพื่อนฝาแฝดที่โรงเรียนสตรีวิทยา (ตรงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย) ตอนนั้นเพิ่งขึ้นม.1 และแนะนำตัวกับเพื่อนในห้อง คู่ฝาแฝดก็บอกว่า หน้าอย่างเธอไม่น่าชื่อแอมหรอก น่าจะชื่อเอเลี่ยนมากกว่า ตั้งแต่นั้นมาเอเลี่ยนกันทั้งโรงเรียนเลยค่ะ ครู อาจารย์ก็เรียกกันหมด ซึ่งหนูโอเคนะ ปกติเป็นคนเฉยๆ ไม่คิดอะไรมากอยู่แล้วค่ะ"

ถามขำๆ ว่าตอนนี้คู่ฝาแฝดรู้หรือไม่ว่าชื่อ "เอเลี่ยน" ที่ตั้งให้ดังไกลในต่างแดน "นางหายไปแล้วค่ะ" เธอบอก "ตอนนี้ก็พยายามหาเพื่อนจากสตรีวิทยา นี่เพิ่งมาเล่นโซเชียลฯ ได้ 3 ปีเองค่ะ เพราะก่อนหน้านี้หนูไม่ค่อยติดโซเชียลฯ เลย กลัวลงมากไปจะหาว่าขี้โชว์ ขี้อวดหรือเปล่า"


ลุคดูแรง แต่หัวใจเพื่อมวลชน


อย่างที่เกริ่นไปในข้างต้น แม้ลุคจะดูแรง เผ็ดดุ แต่ตัวตนจริงๆ นั้นขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง "ถ้าเอเลี่ยนบนเวทีคือนางแบบที่ไม่เหมือนใครอยู่แล้วค่ะ" เธอเอ่ยขึ้น "แต่ตัวจริง ถ้าไม่รู้จักคงไม่รู้ว่าหนูชอบเข้าวัด ชอบสวดมนต์มาก ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ หนูงดกินเนื้อสัตว์ทุกวันพระเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 นอกจากนั้นยังเป็นจิตอาสาที่สนามหลวง หนูกับเพื่อนๆ เราไปเกือบทุกวัน






เริ่มตั้งแต่ขับรถมอเตอร์ไซค์เก็บขยะรอบสนามหลวง ไปขูดน้ำตาเทียนตรงกำแพง แต่พอเริ่มจัดระบบดีขึ้น คนเริ่มรู้แล้วว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ หนูกับกลุ่มเพื่อนก็หันไปช่วยเหลือกลุ่มอื่นๆ เช่น ไปบริจาคของให้เด็ก อย่างที่ตัดสินใจหั่นผมก็เพื่อเอาไปบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งค่ะ ซึ่งการได้ช่วยเหลือสังคมหลายๆ อย่างทำให้หนูรู้จักให้ และคิดบวกอยู่ตลอด เพราะเชื่อว่าถ้าคิดบวกสิ่งดีๆ มันจะเข้ามา"

เช่นเดียวกับโหมดของความรักที่พอเปิดประเด็นนี้ปุ๊บ ชุดแจ็กเกตหนังแสนเท่ที่เธอสวมมา ไม่สามารถปกปิดความมุ้งมิ้งที่แอบซ่อนอยู่ได้

"ไม่เอาพี่ (บิดตัว) หนูเขิน (ลากเสียงยาว)" แม้สุดท้ายแล้วจะยอมเปิดปากพูด เพราะทนเสียงออดอ้อนของผู้สัมภาษณ์ตรงหน้าไม่ไหว แต่เธอก็ขอพูดสั้นๆ ว่า กำลังคบหาดูใจกับหนุ่มรุ่นพี่หัวใจบิ๊กไบค์ ซึ่งเป็นคนที่ชักชวนให้หัดขับบิ๊กไบค์ (ปัจจุบันอยู่ในกลุ่ม Club hd 48) อีกทั้งยังเป็นไอดอลในการทำงานหลายๆ ด้าน ทั้งความรับผิดชอบ การแก้ปัญหา และความใส่ใจ แม้ต่างคนจะทำงานคนละที่ แถมยังอยู่ไกลกันด้วย แต่เรื่องระยะทางไม่ใช่อุปสรรค เพราะเชื่อใจ และเข้าใจกันดี




ทั้งหมดนี้คือบทสัมภาษณ์ที่เผยให้เห็นรายละเอียด และแง่งามในความคิด และการใช้ชีวิตของนางแบบสาว ซึ่งไม่เพียงแต่หน้าเก๋ๆ มีเอกลักษณ์โดดเด่นแล้ว ภายใต้โครงหน้าที่ดูแปลก ยังแฝงไปด้วยความน่ารัก ความจริงใจ ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความใส่ใจคนรอบข้าง 

"เดี๋ยวหนูเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์ค่ะพี่" นี่คือน้ำใจที่เธอหยิบยื่นให้หลังจบการสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นการยืนยันความจริงในประโยคข้างต้นได้ชัดเจนที่สุด รวมไปถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความสวยในหัวใจของเธอ
 
เรื่อง : ปิยะนันท์ ขุนทอง
ภาพ : พลภัทร วรรณดี และขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @roocii_alien, เฟซบุ๊ก Base Model Agency-Cape Town


เอเลี่ยนปรากฎตัวตั้งแต่วินาทีที่ 26.57 ทำเอารันเวย์ร้อนฉ่า ฆ่าดารา เซเลบฯ ตายคาเวที




มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!


และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754