xs
xsm
sm
md
lg

น่ารักตั้งแต่แรกเจอ...'ฉันรักเธอ เหมือนเคย'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


มีความสุขอดยิ้มตามไม่ได้กับมุมน่ารักและเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกของคู่รัก คู่ชีวิต แห่งแผ่นดิน ระหว่าง "พ่อ" กับ "แม่" ของพวกเราลูกชาวไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความรักมั่นคงชัดเจนหนักแน่นและรักไม่เคยเปลี่ยนแปลงจืดจางไปจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ “รอยยิ้ม” ของพ่อ

“เห็นแล้ว น่ารักมาก” ฟีลลิ่งแรกพบ “ราชินี”

เหตุการณ์รักแรกพบ และรักนิรันดร์นี้เกิดขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๘๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปยังประเทศฝรั่งเศส เพื่อทอดพระเนตรรถยนต์พระที่นั่งแทนคันเดิมซึ่งทรงใช้มานาน โปรดเกล้าฯ ให้ ม.จ.นักขัตรมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีสพร้อมครอบครัวเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท วันนี้เองที่ทรงพบกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของ ม.จ.นักขัตรมงคล และ ม.ล.บัว กิติยากร ที่มารับเสด็จ โดยวันนั้น ม.ร.ว.สิริกิติ์ แต่งตัว เรียบร้อย สวมสูทสีเนื้อ ไว้หางเปียยาวถึงหลัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาถึงช้ากว่ากำหนด ทราบสาเหตุภายหลังว่า เนื่องจากรถยนต์พระที่นั่งเกิดเสียและน้ำมันหมด ตรัสว่าทรงจำได้ดีถึงสีหน้าของ ม.ร.ว.สิริกิติ์ ที่ทั้งหิวและรอนาน

เมื่อตรัสถึงเรื่องนี้ทั้งสองพระองค์จะทรงพระสรวล โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงล้อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ว่า

"...เดินตุปัดตุเป๋ หน้างอ คอยถอนสายบัว"

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงกราบบังคมทูลตอบว่า

"...ที่หน้างอ เพราะให้แต่ผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะเสวย เด็กกลับไล่ไปกินที่อื่น”

ก่อนทรงได้พบกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ ทรงทราบถึงความน่ารักจากสมเด็จพระราชชนนีมาก่อนแล้ว ในการเสด็จเยือนปารีสครั้งแรก สมเด็จพระราชชนนีรับสั่งเป็นพิเศษว่าให้ไปทอดพระเนตรลูกสาว ของ ม.จ.นักขัตรมงคล ว่าจะสวย น่ารักไหม ทรงกำชับว่าเมื่อถึงปารีสแล้วให้ โทร.บอกแม่ด้วย

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ถึงก็ทรงโทรศัพท์หาและตรัสว่า

"...เห็นแล้ว น่ารักมาก..."

เพราะทั้ง ๒ พระองค์มีความชอบในสิ่งเดียวกันโดยเฉพาะการดนตรี ราชินีทรงโปรดการเล่นเปียโนอย่างมาก นิสัยร่าเริง สุภาพอ่อนน้อม และขี้อายในบางครั้ง ทำให้ยิ่งประทับพระราชหฤทัย

คิดถึง “สิริ” ตัดรูปพกติดพระกระเป๋า

ในปี ๒๕๒๑ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานสัมภาษณ์ แก่โทรทัศน์ BBC สารคดี Soul of a Nation - The Royal Family of Thailand (ศูนย์รวมใจของชาติ - พระราชวงศ์ไทย) ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อครั้งแรกเจอในหลวง พระองค์รู้สึกอย่างไร ราชินีทรงตอบว่า “ Hate at First Sight”

"...สำหรับข้าพเจ้าเป็นการเกลียดแรกพบ มากกว่ารักแรกพบ เนื่องเพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย ๔ โมง แต่จริงแล้วเสด็จมาถึง ๑ ทุ่ม ช้ากว่านัดหมาย ตั้ง ๓ ชั่วโมง ทรงทำให้ข้าพเจ้าต้องซ้อมถอนสายบัว อยู่จนแล้วจนเล่า จึงเป็นการเกลียดเมื่อแรกพบ มากกว่ารักเมื่อแรกพบ

ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนว่า พระองค์ท่าน ทรงรักข้าพเจ้า เพราะเวลานั้นอายุเพิ่งย่าง ๑๕ ปี ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นนักเปียโน เป็นนักเปียโนที่แสดงในงานคอนเสิร์ต ตอนพระองค์ท่านประทับที่โรงพยาบาล หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ มีพระอาการหนักมาก ตำรวจเขาโทรศัพท์ไปกราบบังคมทูลสมเด็จพระราชชนนี

พระองค์ท่านรีบเสด็จฯไปทันที แต่แทนที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีพระราชปฏิสันถารกับพระองค์ ท่านกลับทรงหยิบรูปข้าพเจ้าออกมาจากกระเป๋าโดยที่ข้าพเจ้าไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า พระองค์ทรงมีรูปของข้าพเจ้าอยู่

แล้วพระองค์ก็ตรัสให้นำตัวข้าพเจ้าเข้าเฝ้าฯ พระองค์ทรงรักข้าพเจ้า ตอนนั้นข้าพเจ้า คิดถึงแต่เรื่องที่จะอยู่กับคนที่ ข้าพเจ้ารักเท่านั้น ไม่ได้นึกไปไกลถึงหน้าที่ และ ภารกิจของพระราชินีเลย "

ย้อนไปช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์นอกเมืองโลซาน ระหว่างที่ประทับรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาล รับสั่งให้ราชองครักษ์ ติดต่อไปยัง ม.จ.นักขัตรมงคล ให้ ม.ล.บัว กิติยากร พาธิดาทั้งสองคือ ม.ร.ว.สิริกิติ์ และ ม.ร.ว.บุษบา เข้าเฝ้าฯ เยี่ยมพระอาการที่ โรงพยาบาลเป็นประจำทุกวัน

มีพระราชกระแสรับสั่งว่า เมื่อทรงฟื้นคืนพระสติครั้งแรก ทรงระลึกถึงบุคคลเพียง ๒ คน คือสมเด็จพระราชชนนี และม.ร.ว.สิริกิติ์ เรื่องนี้ ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ได้กล่าวว่าสิ่งแรกเมื่อรู้สึกพระองค์คือทรงหยิบรูป ม.ร.ว.สิริกิติ์ ออกจากพระกระเป๋า ส่งถวายสมเด็จพระราชชนนี พร้อมกับรับสั่งว่า

"แม่ เรียกสิริมาที"

สำหรับที่มาพระฉายาลักษณ์ของราชินีในพระกระเป๋าของในหลวงนั้น รูปนั้นเป็นรูปแรกที่ทรงถ่าย เป็นรูปหมู่ที่ถ่ายตอนบุคคลเข้าเฝ้าฯ ณ สถานทูต ม.ร.ว.สิริกิติ์ อยู่เป็นคนสุดท้าย เห็นหน้าไม่ชัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า

"...ยู้ฮู คนข้างหลังโผล่หน้ามาหน่อยสิ”

รูปนั้นทรงตัดเฉพาะหน้า ม.ร.ว.สิริกิติ์ ไว้ในพระกระเป๋า

เส้นทางรักกว่า ๖๐๐ กิโลฯ ขอเพียงได้พบ


หลังจากที่ในหลวงได้ทรงขออนุญาต ม.จ.นักขัตรมงคล บิดาของ ม.ร.ว.สิริกิติ์เพื่อขอให้มาเฝ้าถวายการดูแลพระอาการเป็นกรณีพิเศษ โดยให้อยู่ในความดูแลของสมเด็จพระราชชนนี ก็ได้ทำให้ความสัมพันธ์ที่มีมาตั้งแต่เดิมกระชับแน่นยิ่งขึ้นจนกลายเป็นความรัก

ต่อมาภายหลัง ม.จ.นักขัตรมงคล กิติยากร ก็ทรงย้ายไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ทำให้ในหลวงต้องทรงเดินทางกว่า ๖๐๐ กิโลเมตร กว่าที่จะได้ทรงพบกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ ในแต่ละครั้ง

วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๙๒ ในงานฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ ๑๗ ปี ของ ม.ร.ว.สิริกิติ์ ณ สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน “ในหลวงทรงได้พระราชทานแหวนซึ่งเป็นวงเดียวกับที่สมเด็จพระบรมราชชนก เคยประทานให้แก่สมเด็จพระบรมราชชนนี ในครั้งอดีตให้แก่ ม.ร.ว.สิริกิติ์ และได้มีพระราชกระแสรับสั่งในขณะที่ทรงมอบว่า

“สิ่งนี้เป็นของสำคัญยิ่ง และเป็นที่ระลึกด้วย”


ปี ๒๔๙๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ต่อมาวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๔๙๓ ณ วังสระปทุม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร และสถาปนา ม.ร.ว.สิริกิติ์เป็นสมเด็จพระราชินี บัดนั้นจนบัดนี้ความรักของทั้งคู่ก็ยังไม่แปรเปลี่ยน ยังคงเหมือนเดิม

ฉันรักเธอ... “เหมือนเคย”

เรื่องเล่าความน่ารักของความรักที่พระองค์ทรงมีต่อพระราชินี คู่บุญคู่บารมีของท่านนั้น เราชาวไทยได้มีโอกาสซาบซึ้งมีความสุขยิ้มตามจาก เฟซบุ๊กส่วนตัวของ Pinkan Tansuwanrat หรือ คุณกุ๊ก-ปิ่นกาญจน์ ตันสุวรรณรัตน์ ลูกสาวของ พล.ร.อ.สุวรรณ ตันสุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการพิเศษ กรมราชองครักษ์ ผู้ถวายงานใกล้ชิดในหลวง คุณกุ๊กได้โพสต์เล่าเรื่องราวในวันครบรอบวันอภิเษกสมรส
"เรื่องเล่าจากความทรงจำ…ในวโรกาสครบรอบวันอภิเษกสมรสครั้งหนึ่งหลายปีก่อน ในหลวงทรงมีพระกระแสรับสั่งให้จัดเลี้ยงส่วนพระองค์ เป็นงานเลี้ยง”เล็กๆ และเรียบง่ายที่สุด“ แต่ความพิเศษนั่นอยู่ที่ ทรงให้เปิดพรีเซนเทชั่น ที่รวบรวมภาพของพระองค์และสมเด็จ มีทั้งภาพคู่ และภาพของสมเด็จตั้งแต่สมัยพระองค์ยังสาวแรกรุ่น

เพลงประกอบที่พระองค์เลือกคือเพลงที่ร้องว่า “…ก็เพราะว่าเธอน่ารัก ทุกๆวัน จนไม่อาจเปลี่ยนใจฉัน ที่มีให้เธอได้เลย ฉันก็คงต้องบอก ฉันรักเธอ เหมือนเคย…”

บอย โกสิยพงษ์ ผู้แต่งเพลงนี้ขับร้องโดย เศรษฐา ศิระฉายา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Boyd Kosiyabong ว่า สุดซาบซึ้งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นเกล้า

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นเกล้าล้นกระหม่อมจริงๆครับ ไม่เคยคาดคิดเลยว่าพระองค์จะรู้จักเพลงของผมด้วย ถ้าพ่อแม่ผมยังอยู่คงจะดีใจไชโยกันทั้งๆน้ำตาเป็นแน่แท้”



อย่างไรก็ดี ล่าสุด (21 ตุลาคม) ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือ คุณหญิงต้น ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Piyapas Bhirombhakdi เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า…เนื่องจากที่มีผุ้ใช้ Facebook ว่า Pinkan Tansuwanrat ได้เขียนถึงการเปิด เพลง”เหมือนเคย” ของคุณบอย โกสิยพงษ์ ในงานพระราชทานเลี้ยงในวังนั้น แต่แรกก็คิดว่าจะปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไป เพราะก็เป็นเรื่องที่นำรอยยิ้มมาให้คนไทย แต่เมื่อเรื่องปานปลายออกไปถึงสื่ออื่นๆ อย่างแพร่หลาย จึงเห็นควรว่าต้องนำความจริงมาเล่าสู่กันฟัง ให้ถูกต้อง เพราะต่อแต่นี้ไปเรื่องราวใดๆที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ คงจะเป็นเรื่องที่ถูกจดจำจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ อยู่ในหัวใจพวกเราชาวไทยตลอดไป

MV นี้จัดทำขึ้นเพื่อฉายถวายให้ทอดพระเนตรในงานพระราชทานเลี้ยง วันเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ ๖ รอบ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๗ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา ในคืนนั้นได้มีพระราชเสาวนีย์ ให้จัดการแสดง “หญิงไทย” เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณ และเกียรติคุณ ของวีรกษัตริย์สตรีและสตรี ในอดีต ทั้งยังเป็นการแสดงในเห็นถึงวิวัฒนาการการแต่งการของสตรีไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน

ดิฉันชอบเพลงเหมือนเคย ฟังทีไรก็จะนึกถึงความรักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระจริยวัตร พระสิริโฉม และน้ำพระทัยที่งดงามของสมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงคุยกับคุณทินกร อัศวรักษ์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการแสดง ว่าอยากทำ MV เพลงนี้ถวาย ช่วยกันคัดพระบรมฉายาลักษณ์ ผูกเรื่องราว จากนั้นก็กราบบังคมทูลขอพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ว่าจะขอมีเรื่องเซอร์ไพร์ส ๒ เรื่องในงาน เหมือนเป็นสิ่งที่ทูลหม่อมทุกพระองค์ทำถวายสมเด็จแม่ คือ MV และเค้กที่มีข้อความถวายพระพรเป็นการส่วนพระองค์จากทุกพระองค์



เมื่อไฟหรี่ทุกคนในห้องนั้นคิดว่าเป็นเวลาเป่าเค็กและถวายพระพร แต่เมื่อเสียงเพลงขื้น และปรากฎภาพที่จอใหญ่ ทั้งสองพระองค์ทอดพระเนตร MV ด้วยพระพักตร์ที่แย้มรอยพระสรวล จับพระหัตถ์กันอยู่แทบจะตลอดเวลา รับสั่งถึงพระบรมฉายาลักษณ์นี่นั่น ฉายที่ ไหนเมื่อไร ตอนนั้นทรงทำอะไร เป็นภาพสุดแสนประทับใจ แก่ทุกคนที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ ณ ที่นั้น

หลังจากงานได้รับสั่งถามว่าเพลงชื่ออะไร พระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเพลง อันนี้ขอเรียนถึงคุณ Boyd Kosiyabong นะคะ และได้ทูลเกล้าถวาย DVD ทั้งสองพระองค์ ซึ่งคงจะไปทรงเปิดทอดพระเนตรอีกเป็นการส่วนพระองค์ ฉะนั้นทั้งสองพระองค์ทรงรู้จักเพลงของคุณนะคะ

ต่อมาเมื่อมีงานเลี้ยงฉลองวันบรมราชาภิเษกสมรส วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๘ ที่ พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน ก็ได้เปิด MV นี้ถวายอีกครั้งหนึ่งตามที่คุณปิ่นกาญจน์ เขียนไว้ในหน้า Facebook ของเธอ

ตลอดเวลา ๖๖ ปี ที่ทั้งสองพระองค์ประทับเคียงคู่กันมา ความรักของพระองค์ไม่เคยทำให้พสกนิกรชาวไทยต้องผิดหวัง ทั้งยังคงแผ่ไพศาลมาสู่พวกเราทั่วทุกตัวคน น้อนเกล้าฯสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ อย่างหาที่สุดมิได้ ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

ในโอกาสนี้ทีม Live จึงขอนำมิวสิกวีดิโอของจริงในงานเลี้ยงฉลองวันบรมราชาภิเษกสมรสพร้อมกับเนื้อเพลงมาให้ร้องคลอตามไปกับภาพด้วย


เพลง "เหมือนเคย"

ยิ้มที่ดูสดใส กับหัวใจที่อ่อนหวาน
ท่าทางเธอแบบนั้น ดูเท่าไหร่ไม่เคยเบื่อ
แม้เวลาจะพ้นไป นานสักเท่าไร
เธอยังคงสดใส ได้อย่างเหลือเชื่อ
เสียงหัวเราะในวันนั้น ฉันยังจำถึงวันนี้
นึกทีไรรู้สึกดี และดีทุกๆเมื่อ
แม้เวลาจะพ้นไป นานสักเท่าไร
ไม่เคยมีวันไหนที่ฉันจะเบื่อเลย
ต่อให้โลกจะหมุนซักเท่าไร
เธอยังคงสดใสอ่อนหวานเหมือนเคย
ต่อให้ใครจะสวยเท่าไร รู้ไหมว่าฉันเฉยๆ
ก็เพราะว่าเธอน่ารัก(ขึ้น)ทุกๆวัน
จนไม่อาจเปลี่ยนใจฉันที่มีให้เธอได้เลย
ฉันก็คงต้องบอกฉันรักเธอ เหมือนเคย
ทุกอย่างช่างดูเหมือนฝัน
ตั้งแต่เราได้พบกัน
เธอเติมให้ฉันเต็มโดยไม่ต้องเอ่ย
แม้เวลาจะพ้นไป นานสักเท่าไร
ไม่เคยมีวันไหนที่ฉันจะเบื่อเลย
ต่อให้โลกจะหมุนซักเท่าไร
เธอยังคงสดใสอ่อนหวานเหมือนเคย
ต่อให้ใครจะสวยเท่าไร รู้ไหมว่าฉันเฉยๆ
ก็เพราะว่าเธอน่ารัก(ขึ้น)ทุกๆวัน
จนไม่อาจเปลี่ยนใจฉันที่มีให้เธอได้เลย
ฉันก็คงต้องบอกฉันรักเธอ เหมือนเคย

นั่นไง...รอยยิ้มของฉัน

อีกเรื่องราวที่แสนประทับใจของ “พ่อ” ในความเท่ทางคารมและเปี่ยมด้วยความโรแมนติก เผยแพร่จากเฟซบุ๊ก Information Division of OHM ของกองข่าว สำนักราชเลขาธิการ อาคารศาลาลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง เป็นบทสัมภาษณ์ตอนหนึ่งที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานสัมภาษณ์นักข่าวต่างประเทศ เมื่อครั้งเสด็จ ฯ เยือนสหรัฐอเมริกา ในปี ๒๕๐๓ นักข่าวต่างประเทศกราบบังคมทูลถามว่า ความว่า...

"เหตุใดพระมหากษัตริย์ไทยจึงไม่ค่อยยิ้ม" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผายพระหัตถ์ไปทางสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ แล้วตรัสสั้น ๆ ว่า "She is my smile"

เราชาวไทยมักจะเห็นภาพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เคียงคู่เป็น “คู่ทุกข์คู่ยาก” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่ในพื้นที่ไกลความเจริญเสมอ พระองค์เสด็จฯ ไปในท้องถิ่นทุรกันดารยากต่อการเข้าถึง โดยเคียงข้างกันทุกเวลาถือเป็นแบบอย่างให้กับการดำเนินชีวิตของคู่สามีภรรยาได้อย่างดี

ภาพความทรงจำในความรักโรแมนติกของ “พ่อ” กับ “แม่” จะประทับตา ประทับใจ ลูกหลานไปจนตราบนานเท่านาน










มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!


และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754



กำลังโหลดความคิดเห็น...