การท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่คนเลือกที่จะทำเมื่อมีเวลาว่างจากวิถีชีวิตประจำวัน หลายคนท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนสมองและจิตใจให้ปลอดโปร่ง สลัดทิ้งวิถีชีวิตที่เร่งรีบในเมือง หลายคนเที่ยวเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่การทำงานและสถานที่เรียนไม่สามารถให้ได้ หลายคนเที่ยวเพื่ออยากสร้างความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตร่วมกับครอบครัว คนรู้ใจหรือเพื่อนสนิท และบางคนมีเพียงจุดมุ่งหมายคือ การค้นหาตนเอง แต่สำหรับ 'อลีสญาฌ์ ทอย หรือ อลิส ทอย ' เธอเที่ยวเพื่อเรียนรู้ ค้นหาและซึมซับวัฒนธรรมที่หลบซ่อนอยู่ในสถานที่เหล่านั้น
อลิส ทอย เป็นนักแสดงและพิธีกร เริ่มเข้าวงการจากการประกวด S’Club Talented Boys and Girl 2008 ผ่านมาแล้ว ทั้งงานถ่ายแบบ มิวสิควีดีโอ โฆษณา รวมไปถึงภาพยนตร์เรื่อง “หลุดสี่หลุด และ “เพื่อนไม่เก่า” ล่าสุดกำลังถ่ายทำซีรี่ส์ U prince และ Sotus the series ทำหน้าที่เป็นพิธีกรรายการ viewfinder (รายการหนังที่ยังไม่มีใครคิดจะทำตาม) ,Treat me please และPopcorn On Eng...เห็นงานชุกขนาดนี้ แต่สาวอลิสก็สามารถเจียดเวลาขึ้นเหนือลงใต้จนมีรูปสถานที่ท่องเที่ยวแน่นเอี๊ยดเต็มอินสตาแกรม วันนี้เธอจะพาทุกคนไปเปิดโลกกว้างในเมืองเล็กที่ถูกมองข้าม 'จังหวัดสุโขทัย' แล้วจะพบว่าที่นี่มีอะไรมากกว่าซากปรักหักพังที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
นิยามของอลิส 'เสน่ห์การท่องเที่ยว = วัฒนธรรม'
ด้วยความที่เรียนจบภาควิชาภาษาและวัฒนธรรม คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เรียนรู้ความเป็นมนุษย์ผ่านประวัติศาสตร์ ปรัชญา ศาสนา ศิลปะและสิ่งรอบตัว ทำให้อลิสเป็นคนชอบสังเกตและช่างซักถาม เธอจึงมองว่าการเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ มีอะไรให้เรียนรู้และค้นหาตลอด
“เสน่ห์ของการท่องเที่ยวสำหรับอลิส คือ การได้เอาตัวเองเชื่อมกับบรรยากาศรอบตัว ศิลปะและคนที่พบเจอ เพื่อตอบโจทย์ชีวิตบางอย่าง เป็นแรงบันดาลใจ หาจุดยืน หาความต่างความเหมือน หาเรื่องราวให้ตัวเองเพื่อสร้างความสุข การออกนอกบ้านหนึ่งวัน โดยมีจุดมุ่งหมายไปในสถานที่ที่ไม่ค่อยได้ไป แม้แต่จากบ้านไป bacc ตรงมาบุญครอง ก็ถือเป็นการท่องเที่ยวแล้ว”
พิธีกรสาวสวยบอกเล่าถึงมุมมองที่มีต่อการท่องเที่ยวในสไตล์ของตนเอง ทุกครั้งของการเดินทาง ทำให้เธอค้นพบว่า เสน่ห์ของคนและวัฒนธรรมแต่ละพื้นที่นั้นมีความแตกต่างกัน แม้กระทั่งในจังหวัดเดียวกันแต่คนละเขต เจริญกรุง เยาวราช ที่มีคนจีนเหมือนกัน แต่คนกลับไม่เหมือนกัน ร้านข้าวแกงมีรูปแบบการจัดวางต่างกัน และวิธีที่คนแถวนั้นคุยกับอลิสก็มีความเฉพาะตัวเช่นเดียวกัน
“อลิสชอบเห็นวิถีชีวิตริมถนน รักการได้เห็นคนพื้นเมือง รายละเอียดเล็กๆ ที่แฝงตัว ศิลปะ วัฒนธรรม มันจะบอกเล่าเรื่องราวของสถานที่ที่เราไปโดยที่ไม่ต้องไปถามให้วุ่นวาย อลิสเชื่อว่า ถึงแม้เรื่องราวที่ค้นเจอจะต่างกันแต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ทุกครั้งจะได้ความสุขกลับมา”
ถึงแม้ว่าอลิสจะเคยขึ้นเหนือลงใต้มานับไม่ถ้วน จากความที่ตนเองเป็นคนชอบท่องเที่ยวอยู่แล้ว ประกอบกับความโชคดีที่ได้มีโอกาสทำ School Tour จึงทำให้ต้องออกต่างจังหวัดบ่อย เลยได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในทุกภาค แต่เธอก็กระซิบว่าภาคเหนือโดนใจที่สุด
“เคยไปปาย เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน สุโขทัย ฯลฯ อย่างภาคอื่นจะโดดเด่นเรื่อง Landmarksแต่ภาคเหนือจะเป็นภาคที่โดดเด่นมากในด้านวัฒนธรรม เหมือนทุกคนจะมีภาพจำเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายและคนพื้นเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่อลิสชอบและไม่ค่อยเกิดขึ้นกับที่อื่น ”
นอกจากนี้อลิสเผยสาเหตุที่ทำให้ค่อนข้างชอบภาคเหนือมากที่สุด คือ สภาพอากาศดี วิถีชีวิตที่ไม่เร่งรีบ เลยทำให้ไปไหนมาไหนรู้สึกสบาย ชาวบ้านยังมีความเป็นมิตรและพร้อมช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตลอดเวลา แล้วอาหารก็อร่อยถูกปากอีกด้วย
หนึ่งวันในกรุงสุโขทัยของอลีสญาฌ์
หากมีโอกาสอลิสก็อยากกลับไปเยี่ยมเยียนสุโขทัย ทั้งที่เธอเคยมาเที่ยวที่เมืองเก่าแห่งนี้แล้วถึง 2 ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกมามาร่วมงาน Music Festival วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 และครั้งล่าสุดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 อะไรเป็นเสน่ห์ของจังหวัดนี้ที่มัดใจอลิสจนทำให้ต้องกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่ากันแน่
“ครั้งแรกที่ไปไม่ได้ทำการบ้าน เลยไม่มีที่หมายในใจ ก็เลยเหมารถสองแถวที่ชาวบ้านเรียกกันว่า รถคอกหมู พาเที่ยว ไปคนเดียวชาวบ้านก็ช่วยถ่ายรูปให้ เริ่มต้นที่ "วัดศรีชุม" ซึ่งเป็นโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จะมีประดิษฐานองค์พระพุทธรูปชื่อว่า 'พระอจนะ' ตอนนั้นมีนักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร จากนั้นก็เดินทางไปกราบพระแม่ย่า ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด ริมแม่น้ำยม”
อลิสเล่าว่าคนสุโขทัยเคารพนับถือพระแม่ย่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เข้าใจว่า คือ นางเสือง พระราชชนนีของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช แต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าข้อเท็จจริงเป็นใคร แล้วบริเวณนั้นก็จะมีตลาดนัดขายของ
“ส่วนใหญ่คนที่มาที่นี่เป็นคนพื้นเมือง อลิสจะชอบถ่ายอิริยาบถของคน แม่ค้า สถานที่ เขาก็ยิ้มแย้มกับเราตลอด ไม่มีหน้าบึ้งทำให้บรรยากาศต่างกับที่แรกสิ้นเชิง และปิดท้ายด้วยพิพิธภัณฑ์สังคโลกสุโขทัย ที่ทำให้เห็นภาพความรุ่งเรืองของสุโขทัยในอดีตอย่างชัดเจน ผ่านเครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องปั้นดินเผา ตอนนั้นแทบไม่มีคน แต่พนักงานก็ยังยิ้มแย้ม ต้อนรับเราอย่างดี เรียกว่ามี Service mind มาก ก่อนจะไปร่วมงาน “ดินแดนแห่งความรัก Soul land and love song” ที่ทุ่งทะเลหลวงเนรมิต”
จากความประทับใจครั้งแรกนำมาสู่การมาเยือนสุโขทัยเป็นครั้งที่สอง ครั้งนี้อลิสเตรียมตัวมาอย่างดี เลยค้นพบว่าที่จริงแล้วจังหวัดนี้มีสองเมืองใหญ่ คือ เมืองสุโขทัย และเมืองศรีสัชนาลัยหรือเมืองเก่า ซึ่งทั้งสองเมืองมีอุทยานที่น่าสนใจ
“เริ่มต้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่วัดศรีชุมเหมือนครั้งที่แล้ว พอชมวัดรอบๆ อย่างวัดพระพายหลวง มันก็สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลศิลปะจากขอม ความหลากหลายทางความเชื่อ สักการะพระพุทธสิริมารวิชัย ที่มีการบูรณะซ่อมแซมก่อนจะเป็นอย่างที่เห็น ผนังด้านทิศตะวันออกเป็นภาพไตรภูมิสวยงามมากค่ะ”
จากนั้นเธอก็เดินทางไปเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งจุดเด่นของเมืองนี้ คือ เครื่องเงินเครื่องทองและจักสาน ได้มีโอกาสดูวิธีการทำ แวะไปศูนย์การเรียนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอำเภอศรีสัชนาลัย ปิดท้ายด้วยวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง พระอารามหลวงชั้นเอก ที่ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานแห่งชาติ อยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย และนั่งรถรางชมวัดอื่นๆ
เห็นไปแต่วัด ถ้าเป็นเด็กรุ่นใหม่ก็คงรู้สึกเบื่อหรือไม่ได้รู้สึกสนุกมากมายนัก แต่ไม่ใช่กับอลิส ทอย ที่โดยส่วนตัวชอบเดินชมเมืองและเข้าวัดเข้าวาเป็นประจำ
“วัดเป็นเรื่องของศรัทธา เหมือนเวลาเราไปจังหวัดอื่นๆ เราก็อยากไปไหว้เจ้าที่เจ้าทางเพื่อเติมเต็มจิตใจ แต่บังเอิญว่าวัดก็เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนศิลปวัฒนธรรมได้ดี อย่างผนังวัด ซึ่งตัวอลิสเองจะชอบดู วัดแต่ละที่มีความต่างกัน ทั้งลวดลาย แผนที่ในวัด หน้าตาพระพุทธรูปและการจัดวาง ก็เหมือนที่คนไทยชอบไปชมโบสถ์เมืองนอกนั่นแหละ มันเป็นศิลปะ”
ไม่เพียงแค่นั้น ด้วยความที่ชอบงานวรรณกรรมไทย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับศาสนา อย่างไตรภูมิพระร่วง ที่แต่งในสมัยสุโขทัย ที่ส่งผลถึงวัฒนธรรม ความเชื่อ ความคิดของคนไทย แม้แต่จิตรกรรมฝาพนังและงานศิลปะอื่นๆ ก็หยิบเรื่องราวจากงานเขียนชิ้นนี้ ซึ่งสุโขทัยสามารถสะท้อนออกมาได้ชัด เธอจึงรู้สึกดีที่ได้ไปเห็นกับตาและสัมผัสความเป็นไทยด้วยตัวเอง
“จากการใช้เวลาหนึ่งวันเดินทางรอบๆ สุโขทัย สิ่งที่อลิสประทับใจคือ ความเป็นกันเองของคนพื้นเมือง ยินดีช่วยเหลือคนกรุงความขลังในรากเหง้าและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ฝังลึก ผ่านคนสุโขทัย ศิลปะรอบตัว บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่น่าค้นหา และทำให้อยากกลับไปอีก มันคือ Lifestyle ของเมืองที่ผสมผสานกันไปแล้ว นี่แหละคือเสน่ห์ของสุโขทัย ซึ่งเสน่ห์ที่เกิดจากคนและวัฒนธรรมเป็นอะไรที่ยั่งยืนกว่า Product ที่สร้างขึ้นมาทีหลัง”
เที่ยวตามที่ใจอยากไป
“หลังๆ ครอบครัวอลิส ตั้งใจเที่ยวเพราะอยากอยู่ด้วยกัน เลยทำให้เป็นที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปเมืองนอก หรืออาจจะด้วยความที่เราเห็นอะไรหลายๆ อย่างมาด้วยแล้ว เลยทำให้ไม่รู้สึกตื่นเต้น เดี๋ยวนี้สายการบินก็ Support เปิดเส้นทางให้การท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น แต่ก่อนต้องขับรถเลยลำบาก”
อลิสพูดถึงการหันมาเที่ยวเมืองไทยของตัวเองและครอบครัว รวมถึงให้ความคิดเห็นว่าการที่เห็นวัยรุ่นสมัยนี้เลือกเที่ยวไทยมากขึ้น ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Internet ที่ worldwide ผู้คนสามารถเปิดโลกผ่านสื่อและรายการท่องเที่ยวได้กลายเป็นว่าเสพของใกล้ตัวอาจจะง่ายและค่าใช้จ่ายน้อยกว่า
“สุดท้ายมันต้องกลับมาดูที่จุดประสงค์ของการเที่ยวมากกว่า ว่าต้องการไปเที่ยวแบบไหน มีจุดหมายอะไร แล้วที่ไปสามารถตอบโจทย์ได้ไหม”
แต่เทคโนโลยีก็เหมือนดาบสองคม เมื่อความเจริญแผ่ไปยังเมืองต่างๆ ทำให้เกิดผลกระทบ จากจังหวัดที่เคยสงบ มีความเป็นธรรมชาติ อยู่กันแบบชาวบ้าน ก็กลายเป็นธุรกิจมากขึ้นจนทุกที่มีหน้าตาคล้ายๆ กัน
“มีสิ่งหนึ่งที่เขาว่าเหมือนกันทุกประเทศ คือ เมืองหลวง แสงสีเสียงครบ แต่พอมองดีๆ สุดท้ายมันก็ต่าง แล้วนับประสาอะไรกับต่างจังหวัด ตอนแรกอลิสก็เคยรู้สึกนะว่าไม่อยากไปเชียงใหม่เลย เจริญจนเหมือนกรุงเทพจะตาย แต่พอเราได้ไปนั่งร้านกาแฟ ไปดูนู้นนี่สุดท้ายก็พบว่ามันไม่เหมือน”
สำหรับสุโขทัยเป็นจังหวัดที่เธออยากให้ใช้เวลาอิ่มเอมไปกับมันเต็มวัน ค่อยๆ ซึมซับวิถีชีวิต รากเหง้า และสัมผัสกับคำว่า Slow Life ที่แท้จริง
“อลิสรู้สึกว่าชีวิตยุคนี้เป็นชีวิตที่วุ่นวาย ฉาบฉวย มาเร็วไปเร็ว ถ้ามีโอกาสอยากให้ลองออกเดินทาง เพื่อเยียวยาตัวเอง เพื่อที่จะเจอกับจังหวะชีวิตที่ช้าลง คิดว่าจังหวัดสุโขทัยเป็นตัวเลือกที่ดีในการที่จะลองกลับไปหารากเหง้าของตัวเอง ประวัติศาสตร์ชาติไทย แล้วความรู้สึกดีๆ เก่าๆ สมัยตอนเป็นเด็ก เรื่องราวต่างๆ ในประวัติศาสตร์ที่เคยเรียนมาในห้องเรียน มันอาจจะกลับมาพร้อมกับความทรงจำดีๆ ที่อาจจะทำให้ยิ้มได้”
มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram
"MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!
และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754


