เค้าลางที่กรุงเทพมหานครจะจมอยู่ใต้บาดาล หากพิจารณาปัจจัยทางธรรมชาติ อาทิ ปริมาณน้ำฝน, น้ำหลาก, แผ่นดินทรุด, น้ำทะเลหนุน ฯลฯ รวมทั้งการจัดการปัญหาน้ำที่ขาดประสิทธิภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้มีความเป็นไปได้สูงว่าอีกไม่เกิน 30 ปี พื้นที่บางส่วนของกรุงเทพฯ จะจมอยู่ใต้บาดาล
ฝนตกห่าใหญ่ทีไรคนเมืองเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า หลายพื้นที่ยังคงเผชิญปัญหาซ้ำซากทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเหตุรถติดหรือน้ำท่วมขัง ด้านพ่องานอย่าง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ดูแลรับผิดชอบคุณภาพชีวิตของคนเมืองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้บุคลากรในสังกัดเดินเครื่องเต็มสูบแก้ปัญหาน้ำท่วม ทั้งยืดอกยอมรับว่าระบายน้ำไม่ทัน เนื่องจากขยะล้นเมืองเข้าไปกีดขวางทางระบายน้ำ จนส่งผลให้ประชาชนประสบปัญหาทุกครั้งที่ฝนตกถล่มกรุง
แก้ปัญหาเฉพาะหน้า โทษขยะล้นเมือง
8 มิ.ย. กรุงเทพมหานครเผชิญวิกฤติน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ ด้านสังคมออนไลน์ร่วมกันแชร์ประสบการณ์การเผชิญปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งการลุยน้ำย่ำน้ำท่วมขังสกปรก รถเสียจอดแน่นิ่งจากเหตุน้ำท่วมสูง การจราจรติดขัดอย่างหนักสร้างความล้าช้าในการเดินทาง หรือบางโรงเรียนต้องสั่งปิดชั่วคราวเพราะเหตุน้ำท่วมขัง ฯลฯ
ขณะที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบพยายามแก้วิกฤติการน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างเต็มกำลัง หรืออย่างเจ้าหน้าที่มดงานของทางกรุงเทพมหานคร พากันลงพื้นที่เก็บกวาดซากขยะอย่างขยันขันแข็งเพื่ออำนวยความสะดวกสู่ประชาชน
ขณะที่ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ทีมงานของท่านผู้ว่าฯ เร่งทำความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยยอมรับถึงปัญหาและกำลังพยายามแก้ไขโดยเร็ว พร้อมระบุว่าปัญหาสำคัญที่ส่งผลให้หลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ชั้นใน เผชิญปัญหาน้ำท่วมขังนั้นเป็นผลพวงมาจากขยะที่กีดขวางทำให้ท่อระบายน้ำอุดตันระบายน้ำไม่ทัน
สำหรับปัญหาด้านขยะล้นเมือง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังขับเคลื่อนแผนงานตามกลยุทธ์การบริหารจัดการขยะโรดแม็ป ตามยุทธศาสตร์ปี 2558 - 2562 นำโดย โสภณ โพธิสป ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงแผนปฏิบัติการลดปริมาณขยะ เบื้องต้นสั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศกิจทุกสำนักงานทั้ง 50 เขต ตั้งจุดอำนวยการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยในจุดที่ผู้คนพลุกพล่าน
ปฏิบัติการขั้นต้น เทศกิจจะการเดินเท้าแจกใบปลิวประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชน จากนั้นจะนำมาตรการทางกฎหมายมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด จับจริงปรับจริง เพื่อเสริมสร้างวินัย ปลุกจิตสำนึกสาธารณะ และลดปริมาณขยะที่เป็นสาเหตุกีดขวางการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ
“พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.2535 ว่าด้วยเรื่องการทิ้งขยะในที่สาธารณะ ผู้ใดทิ้งขยะในที่หรือทางสาธารณะ ถือมีความผิดตามกฎหมาย ต้องถูกจับและถูกปรับ ได้แก่ ทิ้งขยะลงพื้น, ถ่มน้ำลาย, ทิ้งก้นบุหรี่, คายหมากฝรั่งลงพื้น โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท”
ชำแหละ! สาเหตุที่แท้จริง
ประเด็นเรื่องขยะกีดขวางการระบาย เป็นสาเหตุหลักที่ทางกรุงเทพมหานคร ยกขึ้นมาอธิบายถึงสาเหตุที่มีน้ำท่วมขังทั่วบริเวณหลักฝนตกหนัก ทีมข่าว Astv ผู้จัดการ Live สอบถามไปยัง รศ.ดร. เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยรังสิต เขาอธิบายถึงปรากฏการณ์น้ำท่วมขังทุกครั้งที่ฝนถล่มเมืองกรุง ว่า สาเหตุของน้ำท่วมนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ สำหรับกรณีน้ำท่วมขังครั้งนี้รวมถึงครั้งที่ผ่านมาเป็นผลมาจากฝนตกหนักและระบายน้ำไม่ทัน
“อันดับแรก ระบบระบายน้ำไม่สามารถระบายได้ ฝนตกมามากเกินความสามารถของการระบายน้ำ เช่น กรุงเทพฯ แบกรับได้ที่ระบบ 60 มิลเมตรต่อชั่วโมง แต่ว่ามันมากว่า 100 มิลเมตรต่อชั่วโมง แม้ว่ากรุงเทพมหานครจะมีอุโมงค์ตัวใหญ่ก็ตาม แต่ว่าอุโมงค์กว่าน้ำจะลงอุโมงค์มันต้องผ่านท่อระบายก่อน มันก็เลยเป็นประเด็นว่าระบบระบายน้ำรับไม่ได้ อันที่สอง พอระบบระบายน้ำรับไม่ได้ก็ยังขยะมีสิ่งกีดขวางอีก มันก็ยิ่งทำให้ลดความสามารถลงไปอีก”
การพุ่งเป้าไปที่จัดการขยะที่กีดขวางทางเดินน้ำนั้นเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ในระยะยาวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการจัดการบริหารน้ำเพื่อยับยั้บไม่ให้กรุงเทพกลายเป็นเมืองบาดาล
กรณีน้ำท่วมขังจากเหตุฝนตกหนักไม่ได้เป็นเหตุสุดวิสัยที่ทุกประเทศต้องเผชิญ ในประเทศที่มีการจัดการที่ดีจะไม่เกิดเหตุน้ำท่วมจากภาวะฝนตกในปริมาณมาก อย่างในต่างประเทศเมื่อทราบว่าอนาคตสภาอากาศแปรปรวนมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้น จะมีการปรับโครงสร้างเพื่อรับมือให้ทันท่วงที ยกตัวอย่าง ประเทศไทยใช้ถนนลาดยางมะตอยบ้างเป็นคอนกรีต แต่เมืองนอกสร้างถนนแบบให้ซึมลงด้านล่างโดยมีบ่อพักใต้ถนน
นอกจากนี้ โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา งบประมาณกว่า 14,000 ล้านบาท นโยบายของรัฐบาลชุด พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีตั้งข้อสังเกตว่าโครงการฯ ดังกล่าวจะกีดขวางทางเดินน้ำหรือไม่? รศ.ดร. เสรี อธิบายว่า ถ้ามีโครงสร้างที่ไปอยู่ในแม่น้ำมันก็จะทำให้ระดับน้ำยกตัวขึ้น เท่ากับว่า รัฐบาลต้องพิจารณาผลกระทบอย่างถี่ถ้วน เพราะโครงการดังกล่าวท้ายที่สุดอาจเป็นอุปสรรคกีดขวางทางระบายน้ำ ส่งผลให้พื้นที่กรุงเทพฯ ที่อยู่ปริ่มระดับน้ำทะเลตกอยู่ในภาวะเมืองบาดาลในอนาคตก็เป็นได้
ไม่เกิน 30 ปี กรุงเทพฯ จมน้ำ
ถ้าไม่มีการเตรียมการรับมือพื้นที่กรุงเทพมหานครจะจมน้ำอย่างเลี่ยงไม่ได้ รศ.ดร. เสรี อธิบาย “ในอนาคต ฝนตกหนักมากขึ้น น้ำเหนือมากขึ้น แผ่นดินทรุดตัว ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เพราะฉะนั้นหนีไม่พ้นเรื่องพวกนี้ (เผชิญภับพิบัติน้ำท่วม บางพื้นที่กลายเป็นเมืองบาดาล) ถามว่าเรื่องพวกนี้มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่? มันสามารถคาดการณ์ได้ด้วยองค์ความรู้ปัจจุบัน ประมาณการณ์ต่ำๆ ไม่เกิน 30 ปี กรุงเทพฯ จะจมน้ำถ้าไม่ทำอะไร เพราะระดับน้ำทะเ]มันสูงขึ้น 1.3 เซ็นติเมตรต่อปี อนาคตอาจจะมากขึ้นประมาณฯ2 เซ็นติเมตรต่อปี อีก 25 ปีก็ 50 เซ็นติเมตร ซึ่งกรุงเทพฯ อยู่เหนือน้ำทะเล 50 ซม. (0.5 - 1 เมตร) ก็คือปริ่มน้ำทะเล”
สอดคล้องกับข้อมูลจาก ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร ให้ข้อมูลผ่านสื่อมวลชนความว่า ช่วงเช้าของวันที่ 8 มิ.ย. หลังฝนถล่มเมืองอย่างหนัก วัดปริมาณน้ำฝนรวมได้ราว 100 - 150 มิลลิเมตร ซึ่งเกินศักยภาพของระบบที่รองรับได้เพียง 60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง จึงเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่
ผศ.ดร. จิตรบุษบา มารมย์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการวางผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยผลการศึกษาโครงการวิจัยเมืองชายฝั่งมีความเสี่ยงในประเทศไทย ระบุว่า กรุงเทพมหานครมีความเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วมภายใน 30 ปี
ขณะเดียวกันระดับน้ำทะเลตามแนวชายฝั่งเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5 มิลลิเมตร และการทรุดตัวของแผ่นดินอย่างต่อเนื่องปีละ 2-28 มิลลิเมตร ส่งผลให้บางพื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เช่น เขตโรงงานอุตสาหกรรม จ.สมุทรปราการ ที่มีอัตราการทรุดตัวสูงถึง 30 มิลลิเมตรต่อปี และอีกปัจจัยหนึ่ง คือ ปริมาณน้ำฝนรวมทั้งน้ำหลากที่มีแนวโน้มสูงขึ้น การพัฒนาเมืองไปอย่างรวดเร็ว เช่น ปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนขวางทางน้ำ ก็เป็นปัจจัยเอื้อต่ออุทกภัย
ตามข้อมูล เปิดเผยว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีความเสี่ยงอย่างมากเนื่องจากมีลักษณะเป็นดินอ่อนทรุดตัวได้ง่าย มีการกัดเซาะของน้ำ ความแปรปรวนของเปลือกโลกและภาวะโลกร้อน
รศ.ดร. เสรี ทิ้งท้ายถึงมาตรการการรับมือ “ต้องทำหลายๆ มาตรการ กทม. ต้องมีแนวทางใช้มาตรการสิ่งก่อสร้าง อย่างในเมืองนอก เวียดนามเขาใช้ถนนที่อยู่ริมทะเลถมสูง คือเขายอมรับไม่ได้ที่จะเสียพื้นที่ไปมากกว่านี้ หรือสิงคโปร์ถมดินเพื่อไม่ยอมเสียพื้นที่ ขณะเดียวกัน มาตรการไม่ใช่สิ่งก่อสร้างก็ต้องนำมาใช้ควบคู่กัน เช่น หนุนการปลูกป่าชายเลน”
สาเหตุของน้ำท่วมนั้นเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยดังข้อมูลที่เปิดเผยในข้างต้น กรณีน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เกิดจากเหตุฝนตกหนัก ดูเหมือนสังคมเมืองยังต้องเผชิญภาวะน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดต่อไป เพราะทิศทางการแก้ปัญหาของ ท่านผู้ว่าฯ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังดำเนินไปในรูปแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ส่วนมาตรการระยะยาวที่จะนำมาแก้ปัญหาน้ำท่วมจากเหตุดังกล่าวจะเป็นอย่างไร ดูเหมือนยังเป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่ท่านยังแก้ไม่ตก!
…....................
ข่าวโดย Astv ผู้จัดการ Live
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram
"ASTVผู้จัดการ Live" และ "@astv_live" กันได้ที่นี่!!
และสามารถส่งข่าวสารและเรื่องราวร้องทุกข์ในสังคมมาได้: astvmanager.live.lite@gmail.com
หรือ โทร.0-2629-4488 ต่อ 1477, Fax 0-2629-4754


