xs
xsm
sm
md
lg

ดื่มแล้วขับ = ฆาตกร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


'เมาไม่ขับ'
'ขอชีวิตกับคนเมา เปล่าประโยชน์'
'ดื่มแล้วขับ นับเป็นฆาตกร'

ประเด็นเก่าเล่าใหม่ที่หน่วยงานเพื่อสังคมนำมารณรงค์สร้างสำนึกปลูกฝังพฤติกรรมการขับขี่อย่างปลอดภัย ผ่านสื่อต่างๆ เพราะที่ผ่านมาอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่นำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมากเกิดขึ้น 'การดื่มแล้วขับ' ขณะที่กฎหมายนั้นคาดโทษผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอร์เกินกว่ากฎหมายกำหนดไว้ค่อนข้างหนัก แต่ก็ยังไม่สามารถปรามนักดื่มให้เลิกขับขณะสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ได้

ล่าสุด โศกนาฏกรรมเมาแล้วขับ กรณีนักศึกษาสาวคนหนึ่ง ดื่มแล้วขับหลับในจนเกิดอุบัติเหตุกราดชนกลุ่มนักปั่นจักรยานเสียชีวิตทันที 3 ราย และบาดเจ็บอีกหลายราย เมื่อรุ่งเช้าของวันที่ 2 พ.ค. เหยื่อบริสุทธิ์ต้องมาจบชีวิตเพราะความประมาทของคนเมา สร้างบาดแผลกรีดลึกแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต

ในแง่ความผิดตามกฎหมายกรณีดื่มแล้วขับทาง www.matralaw.com เปิดเผยข้อมูล ความว่า

“แม้คุณจะมั่นใจว่าไม่เมา แต่ถ้าพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ กฎหมายถือว่าคุณเมาสุราแล้ว

และถ้าเมาสุราแล้วขับรถจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต อาจต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท รวมถึงต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ด้วย

อย่างไรก็ดี เพียงแค่คุณขับรถขณะมึนเมา แม้จะยังไม่เกิดความเสียหายต่อผู้ใดก็เป็นความผิดตามกฎหมายแล้ว โดยมีโทษสูงสุดจำคุก 1 ปี ปรับสูงสุด 20,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่อย่างน้อย 6 เดือน หรืออาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ไปเลย

(มาตรา 43(2) และ 160 ตรี พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522, ข้อ 3 (1) กฎกระทรวงฉบับที่ 16 (พ.ศ. 2537) ออกตามความใน พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522)”

ในประเด็นเดียวกัน เฟซบุ๊กแฟนเพจดัง Drama-addict โดยแอดมินผู้เป็นแพทย์เผยถึงปฏิกริยาตอบสนองผู้ดื่มแล้วขับเป็นต้นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด

“ทำไมถึงไม่ควรขับเวลาเมา เพราะการดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ปฏิกริยาตอบสนองของคนขับช้าลง ปรกติแล้วเมื่อเราเห็นคนยืนบนถนนแล้วเราขับรถมาด้วยความเร็ว กว่าร่างกายจะตอบสนองต่อสิ่งที่เราเห็นแล้วสั่งการให้ขาเหยียบเบรก ต้องใช้ระยะทางประมาณนึง ไม่ใช่ว่าเห็นคนปุ๊บเหยียบเบรกปั๊บแล้วรถจะหยุดทันที แต่ถ้าเราเมาเหล้ามันจะทำให้ปฏิกริยาตอบสนองตรงนี้ล่าช้าไป ทำให้การเหยียบเบรกช้าลง ระยะทางก่อนจะหยุดรถก็มากขึ้น ยิ่งขับมาด้วยความเร็วสูงหรือเมาแอ๋ ระยะทางตรงนี้ก็จะมากขึ้น และระยะทางก่อนรถเบรกที่แตกต่างกันแค่ไม่กี่เมตรนี้ สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุชนคนเสียชีวิตได้ง่ายๆเลย รู้เช่นนี้แล้ว ถ้าใครเมาแล้วยังขับอีก ก็ถือว่ามีเจตนาฆ่าคนนะครับ”

ด้านผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีมร่วมแชร์ประสบการณ์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

“เราเคยโดนคนเมาขับรถชน นอนโรงพยาบาล 1 เดือนไม่ได้ไปเรียน ตัดนิ้วเท้าทิ้ง 1 นิ้ว ไม่รวมที่ครอบครัวต้องเดือดร้อนพาไปล้างแผลทุกวันตั้งเกือบ 2 เดือน คนที่ชนเราไม่ได้ "สำนึก" ด้วยซ้ำว่าตัวเอง "ทำผิด" มีแต่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจไม่ได้ตั้งใจ จะให้รับผิดชอบทางกฏหมายก็ต่อรองไม่อยากรับผิดชอบ -- ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็คือคนที่เมาแล้วขับไม่มีจิตสำนึกที่ดีต่อส่วนรวม รักแต่ตัวเอง อยากให้ตัวเองสบาย ไม่คิดถึงชีวิตของคนอื่น” ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Atipa Phonhom

“ตราบใดที่คนยังขาดจิตสำนึกยังเห็นแก่ตัวไร้ซึ่งระเบียบวินัย...มันก็จะยังมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ...ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง3ท่าน...” ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Lily Njoy

“กฎหมายเมาแล้วขับของประเทศเรา ต้องแก้ใหม่ได้แล้ว เจอปรับให้หนักๆ เห็นที่ตปท.จับปรับเป็นสี่ห้าหมื่น คุมความประพฤติอีก ขี้เมาจะได้เข็ดหลาบ แย่มากๆ เกลียดเหล้า” ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Pan Jiraprapa

“ต้องบอกว่าดื่มไม่ขับเลยดีกว่าค่ะ คนเมาส่วนมากมันจะบอกว่าตัวเองไม่เมา” ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Anongporn Promjaison

“ถ้าคุณดูภาพข่าวกับดูคลิปอย่างละเอียดจะเข้าใจ 1.คนขับไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย 2.สภาพรถยับเยินมากนี่ไม่ใช่การชนแบบปกติ ล้อถึงกับหลุดไปข้างนึง 3.สภาพศพกระเด็นไปไกลและเทะน่าหดหู่มาก แสดงให้เห็นว่าคนขับอาจจะเมาแล้วขับด้วยความเร็วมากๆประจำ ต่อให้วันนี้ไม่เกิดเรื่อง แต่ วันข้างหน้าถ้าขับแบบนี้ต่อไปซักวันก็ต้องเกิดอุบัตเหตุอยู่ดี” Suneo Honekawa

“มาแล้วขับแม่งน่าโดนเจตนาฆ่าเลยนะ รู้อยู่แล้วว่าเมา ประสิทธิภาพการขับลดลงไปเยอะ อาจจะขับไปชนใครตายก็ได้ แต่ก็ยัง_ขับอีก” ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Taan Nuntawat

“ควรโดนลงโทษหนักๆ กินเหล้า ถ้าเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด ลงโทษหนักอย่างเดียว ไม่ฟังคำแก้ตัว รับสารภาพก็ไม่ลดโทษ ให้เป็นเจตนาฆ่าคน เมาแล้วขับ เหมือนคนโกรธมีปืนในมือ แก้ไขที่จิตสำนึกคนดื่ม กับการลงโทษจริงจัง คนมันจะได้กลัวกฎหมาย โทษแบบนี้ต้องไม่รอลงอาญา” ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก บันนี่ แบร์
….........................





มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"ASTVผู้จัดการ Live" และ "@astv_live" กันได้ที่นี่!!

และสามารถส่งข่าวสารและเรื่องราวร้องทุกข์ในสังคมมาได้: astvmanager.live.lite@gmail.com
หรือ โทร.0-2629-4488 ต่อ 1477, Fax 0-2629-4754



กำลังโหลดความคิดเห็น