xs
xsm
sm
md
lg

สวย มโน 'ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก' ยิ่งโต ยิ่งน่ารัก (ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ยิ่งโต ยิ่งสวย แถมรวยเสน่ห์จนใครๆ ต้องหลงรัก 'ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์' ด้วยความหวาน แอบซ่อนเปรี้ยว ทำให้หนุ่มๆ ใจละลาย ไม่เว้นแม้แต่สาวๆ ก็ชื่นชอบในความน่ารัก สดใส ถึงขนาดบางคนยกให้เป็นขวัญใจ โดยเฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่ การันตีความฮอตได้จากยอดผู้ติดตาม Followers สูงสุดเป็นอันดับ 1 ด้วยยอดแฟนคลับชาวจีนที่ติดตามมากถึง 5 ล้านคน

หากพร้อมที่จะเข้าไปสู่โลกใสๆ ของนักแสดงสาวมากความสามารถวัย 22 ปีคนนี้ นี่คือบทสัมภาษณ์ที่จะเปิดให้ทุกท่านได้เข้าไปสัมผัสชีวิต และมุมคิด รวมไปผลงานหนังในลุคใหม่ที่มั่นใจว่าหนุ่มๆ จะต้องตกหลุมรักสาวน้อยคนนี้กันอีกครั้ง

'สาวมโน' ในหนังรักมีแมวเหมียว


"เมโย" นักศึกษาสาวใสสุดมั่น เป็นบทบาทใหม่ในหนังเรื่องล่าสุดของ "ใบเฟิร์น" ซึ่งเป็นบทที่ "เป้-อารักษ์" คู่มโนการันตีว่าหนุ่ม ๆ ทุกคนต้องตกหลุมรัก




"ตอนนี้กำลังจะมีภาพยนตร์เรื่องใหม่ ชื่อเรื่องว่าแคทอ่ะแว้บ!#แบบว่ารักอ่ะ ใบเฟิร์นรับบทเป็นเมโยค่ะ คาแร็กเตอร์ของเมโยก็จะเป็นเด็กสาวนักศึกษาปี 4 ค่ะที่แบบสดใสสมวัย ร่าเริง แต่ก็มีลุค มีสไตล์การแต่งตัวที่แนวๆ แล้วมีทรงผมเด็กแนวๆ เท่ๆ หน้าม้า ผมฟูๆ บางวันก็หวานบ้าง เปรี้ยวบ้าง ที่สำคัญเป็นสาวโซเชียลฯ เฟซบุ๊กอะไรอย่างนี้แล้วที่สำคัญมโนมากเป็นแบบผู้หญิงมโน้ มโนค่ะ

อย่างในภาพยนตร์ เมโยเป็นนักศึกษาที่มาฝึกงานในบริษัทโฆษณาค่ะ แล้วก็เป็นบริษัทโฆษณาที่มีเจ้าของบริษัทเป็นแบบรุ่นใหญ่ เป็นผู้กำกับมือดีมากคือพี่เท่ง แล้วก็มีเพื่อนสนิทของเขาเป็นตากล้องคือพี่โหน่งค่ะ แล้วก็จะมีแบบทีมงานหรือว่าบรรดาแก๊งทำโฆษณาที่มีคาแร็กเตอร์หลุดๆ หลายคนมาก ส่วนเราก็ดันปิ๊งพี่เขาค่ะ เขาคนนั้นก็คือพี่เป้-อารักษ์นี่เองค่ะ ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่าเมโยจะลักกี้อินเกม หรือลักกี้อินเลิฟได้มั้ย มันขึ้นอยู่กับแมวตัวนี้ตัวเดียวล่ะค่ะแมวจอนนี่" ใบเฟิร์นเริ่มเล่าถึงความน่าสนใจของหนังเรื่องใหม่

แน่นอนว่า นี่คือครั้งแรกบนแผ่นฟิล์มของ "จอนนี่แมวศุภลักษณ์" สุดยอดเซเลบเหมียวยักษ์แห่งโลกออนไลน์ที่มียอดคลิกไลค์มากกว่า 3 แสนไลค์ ซึ่งใครหลายคนอาจคิดว่าแมวกำกับง่าย หรือเรียกเหมียวๆ เดี๋ยวก็มา เรื่องนี้นางเอกของเรื่องขอเล่าแบบตรงไปตรงมา

"แมวจอนนี่ ต้องบอกว่า เซเลบมาก (ลากเสียงยาว) จับมานั่งก็ไม่ยอมเล่น เวลามีอะไรวุ่นวายหน้ากอง แมวจะตื่น เพราะมันไม่ใช่ที่ของเขา พอเข้าฉากเล่นกับหนู วันแรกก็ตบหน้าหนูหันเลย ป๊าบเข้าที่หน้านี่เลย (ทำท่าให้ดู) แต่ไม่เป็นรอยอะไรค่ะ เพราะเขาตัดเล็บ พี่เป้ (ผู้กำกับ) ก็บอกว่า เฟิร์น อุ้มไม่เป็นเลย พี่เป้ก็โชว์อุ้มให้ดู ปรากฏว่า งาบเข้าให้ที่ข้อมือ แบบว่า วางลงแทบไม่ทัน (หัวเราะ) ซึ่งต้องบอกว่ากำกับยากมาก ขนาดเจ้าของยังเอาไม่อยู่เลยค่ะ"



ถึงขนาดต้องตามเอาใจ หรือตามง้อกันเลยหรือเปล่า "ใช่ค่ะ (สาวน้อยพนักหน้า) หนูตามง้อมากๆ ค่ะ อ้าว! จอนนี่กินอะไรไหม มาเล่นกันไหม สุดท้ายเดินหนีไม่สนใจหนู (ทำหน้าเซ็งๆ) แบบประมาณว่า ถ้าแกมายุ่ง ฉันก็จะเดินหนี คือเป็นแบบนี้ตลอด ไม่สนใจมนุษย์เลย ยันหนังจบมนุษย์กับแมวก็ยังไม่สนิทกัน คือเขาไม่เอาใครเลย แต่จอนนี่จะมีเสน่ห์อยู่อย่างหนึ่งคือ เวลาให้ใส่ชุด เขาก็จะอยู่นิ่งๆ ไม่ขยับไปไหน ส่วนหนูก็จะคอยสังเกตจนเริ่มรู้แล้วว่า ถ้าร้องแง้วเมื่อไร นี่คือสัญญาณเตือนแล้วว่า ถ้าเรายังเข้าไปยุ่ง อาจถูกตบหน้าหันกลับมาได้ อันนี้หนูเคยเจอมากับตัว" เธอเล่า ก่อนเผยให้ฟังต่อไปในประเด็น 'ผู้หญิงกับแมวเหมียว'

"หนูเป็นคนชอบแมวนะคะ ตอนผู้กำกับติดต่อมา ถามหนูว่า เฟิร์นเล่นกับแมวได้มั้ย อ๋อๆ ได้ๆ ค่ะ พอวันแรกเข้าฉากกับจอนนี่เท่านั้นแหละค่ะ กลัวเลย เพราะตอนแรกคิดว่าหนูจะเข้ากับแมวได้ แล้วอีกอย่างหนูไม่เคยกลัวแมวอยู่แล้ว แต่แมวจอนนี่หนูโคตรเกรงใจสุดๆ ไปเลย เวลาจะอุ้มก็ต้องขอ แบบว่า จอนนี่ขออุ้มหน่อยนะ เวลาอุ้มก็อุ้มแบบกล้าๆ กลัวๆ พอหลังๆ รู้เทคนิค อุ้มแล้วก็ต้องล็อdขาทันที ถ้าปล่อยให้ดิ้นเราอาจโดนตะปบได้ (หัวเราะ)"


ถ้าให้เปรียบตัวเองกับแมว คิดว่าตัวเองเป็นแมวสายพันธุ์อะไร นางเอกสาวนิ่งคิด ก่อนจะเปรียบตัวเองว่า เหมือนแมวไทย


"ถ้าถามหนู หนูว่าตัวเองเหมือนแมวไทยค่ะ อย่างจอนนี่ เป็นต้น ถ้าเป็นแมวเปอร์เซีย หรือแมวฝรั่งๆ เขาจะออกแนวสวยงาม ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้ง แต่แมวไทยนี่ดูกินอ่ะ กินเยอะมาก ตรงกับหนูที่เป็นคนชอบกิน ชอบนอน ไม่ต้องขนยาว ไม่ต้องดูแลตัวเองอะไรมากมาย" เธอขยายความ




นอกจากแมวแล้วยังเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับซูเปอร์สตาร์ตลกชั้นแนวหน้าของเมืองไทยอย่าง “เท่ง-โหน่ง” รวมทั้งประกบกับพระเอกอย่างเป้-อารักษ์ด้วย

"พี่เท่ง พี่โหน่งแล้วก็พี่เป้ โอ้โห้! เฟิร์นพูดได้เลยว่าเฟิร์นน่ะแอบเกร็งพี่เท่ง พี่โหน่ง โห! รู้สึกว่าพี่เขาเป็นรุ่นใหญ่น่ะ นู่นนี่นั่น ทุกวันนี้ก็ยังเกร็งอยู่ แต่ว่าคือพี่เขาน่ารัก คือเฟิร์นจะติดภาพว่าเขาเป็นคนตลกเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ แต่พอเขามาอยู่ในคาแร็กเตอร์นี่ ชัดๆ เลยพี่เท่ง เฟิร์นรู้สึกว่าพี่เท่งหล่อมากเลยเรื่องนี้ มาถึงปุ๊บแว่นดำกลม แนวใส่หมวกแบบเท่มากเลย 

ส่วนพี่โหน่งเขามาถึงปุ๊บก็แบบติดหนวดมาเลย แล้วก็โวยวายดุหน่อย เฮ้ย! เร็ว ๆ สิสั่งนู้นสั่งนี่แล้วเหมือน แล้วหนูก็จะแบบ โอ๊ะๆ ตกใจจริง เหมือนเด็กฝึกงานจะขนเก้าอี้ตกๆ หล่นๆ แต่ว่าความที่ยังเป็นพี่เท่งพี่โหน่งอยู่ก็คือเรื่องมุกตลกเรื่องอะไรที่แบบถ่ายสิบเทคไม่ซ้ำกันสักเทคเลยอย่างนี่" นางเอกของเรื่องเล่า ก่อนจะปิดท้ายด้วยนักแสดงมาดเซอร์ นั่นก็คือ พระเอกของเรื่องอย่างเป้-อารักษ์ "ส่วนพี่เป้-อารักษ์ หนูจะต้องอยู่ด้วยบ่อยๆ หนูก็จะแบบโดนสั่งโดนแกล้ง โดนอำ เหมือนสไตล์เด็กฝึกงานเลยล่ะค่ะ"

นางเอกวัยใส ขวัญใจคนเอเชีย


จากภาพยนตร์เรื่อง "สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก" ที่กวาดรายได้กว่า 100 ล้านบาท ทำให้ ใบเฟิร์น กลายเป็นนักแสดงสาวขวัญใจแฟนๆ ไปทั่วประเทศ และตัวภาพยนตร์เองก็ประสบความสำเร็จจนทำให้ มาริโอ้-ใบเฟิร์น เป็นคู่ขวัญและโด่งดังในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศจีนจนสร้างปรากฏการณ์ภาพยนตร์ไทยเรื่องเดียวที่เปิดฉายในจีนด้วยจำนวนจอฉาย 6,000 โรงมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีหนังไทยเรื่องใดในประวัติศาสตร์เคยทำได้มาก่อน




ล่าสุดมีการจัดอันดับศิลปินไทยที่มีแฟนคลับชาวจีนติดตามมากที่สุด (มกราคม2558)ในเว็บไซต์ weibo โดยใบเฟิร์นมียอดผู้ติดตาม Followers สูงสุดเป็นอันดับ 1 ด้วยยอดแฟนคลับที่ติดตามมากถึง 5 ล้านคน และเพียงเวลา 3 เดือนกว่าในช่วง มิ.ย.-ก.ย.55 มีแฟนคลับมากถึง 5 แสนคน)

"ตอนนี้ยอดติดตามประมาณ 5 ล้านแล้วค่ะ ซึ่งมันเพิ่งขึ้นมาได้ไม่กี่วัน ส่วนตัวหนูรู้สึกโชคดีมีแฟนคลับที่สนิทคอยช่วยกันตอบ เพราะหนูไม่รู้ภาษาจีน ซึ่งก็ต้องขอบคุณมากๆ ค่ะ ไม่เพียงแต่คนจีน คนฟิลิปปินส์ยังชอบกันมากๆ ด้วย เห็นได้จากตอนไปเดินสายที่ฟิลิปปินส์ ต้องบอกว่า แฟนคลับที่นี่บ้าคลั่งกันมาก พอไปถึงสนามบิน แฟนคลับวิ่งตามตั้งแต่สนามบินมาเลย แฟลชกล้อง ป้ายไฟ ป้ายชื่อชูกันให้พรึ่บ! ในใจตอนนั้นก็ตกใจมากค่ะ เฮ้ย นี่เราจริงๆ เหรอ เหมือนในหนังที่เราดูเลย มันเหมือนฝันมาก เพราะหนูไม่ชินกับแฟนคลับที่ตามหนูมากขนาดนี้


การที่มีแฟนคลับมารอข้างทาง แล้วมีรั้วกั้นหมด แถมมีการ์ดคอยคุม มันเหมือนนักร้องเกาหลีที่มาไทย ตอนนั้นเราก็แบบว่า มารับหนูจริงหรือเปล่าอ่ะ หรือมารับพี่มาริโอ้กันแน่ พอเห็นป้ายชื่อ หรือป้ายหน้าเรา หรือเสียงตะโกนว่า น้ำ (ชื่อในหนังเรื่องสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก) เราก็ดีใจมากจนหนูรู้สึกปวดฉี่ตลอดเวลาเลย" เล่าไป ยิ้มไป "ตอนนั้นพูดเลย ทำตัวไม่ถูกค่ะ ถามตัวเองตลอดว่า ต้องโบกมือมั้ย ต้องทักทายหรือเปล่า ใจตอนนั้นรู้สึกเกรงใจแฟนคลับที่มารับพวกหนูหลายๆ ชั่วโมงมาก อยากเดินไปถ่ายรูปด้วย แต่คนที่คอยดูแลเราที่นั่นเขาจะไม่ให้เราทำ ต้องซื้อบัตรเท่านั้นถึงจะไปเจอพวกเราได้ที่นั่นที่นี่ ซึ่งหนูก็จะโดนดุหลายทีว่า ไม่ได้นะ อ๋อๆ โอเคๆ ค่ะ ไม่ได้ก็ไม่ได้ค่ะ"




ส่วนแฟนคลับที่ประเทศจีน ใบเฟิร์นบอกว่า ได้รับการต้อนรับอย่างคึกคักเช่นกัน "สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารักได้เข้าฉาย 6,000 โรงที่นั่น แก๊งแฟนคลับก็น่ารักมากค่ะ ไปเดินสายที่ไหนก็จะมีแฟนคลับหน้าเดิมๆ ตามไปทุกที่ หนูเห็นแบบนี้แล้ว ชื่นชมในความพยายามของพวกเขามากๆ ค่ะ แม้จะคุยผ่านล่าม หนูก็สามารถสัมผัสได้ถึงความชื่นชอบของพวกเขาที่มีต่อหนูและนักแสดงท่านอื่นๆ ตอนนั้นหนูพูดภาษาจีนได้ประมาณหนึ่ง กลับมาไทยก็คืนเขาไปหมดละ (หัวเราะ)" เธอเล่า และบอกถึงความประทับใจไม่รู้ลืมของเหล่าแฟนคลับ

"แฟนคลับที่ไทยจัดเบิร์ธเดย์ให้หนูค่ะ แล้วแฟนคลับจีนก็บินมาร่วมงาน ซึ่งมีอยู่คนหนึ่งชื่อร็อค วาดภาพสีน้ำมันเป็นรูปหนู พอมารู้ว่าเขาไม่ไช่แฟนคลับเรามาก่อน แต่เป็นหัวหน้าฝ่ายฟิล์มที่เป็นคนดูแลหนังเรื่องสิ่งเล็กๆ ที่เข้าฉายที่นั่น หนูนี่ดีใจและประทับใจมากค่ะ"

ไม่ถามไม่ได้ถึงประเด็นนักท่องเที่ยวจีนที่สร้างวีรกรรมฉาวไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย เห็นได้จากมารยาททางสังคมที่มีการนำเสนอเป็นข่าวอยู่เรื่อยๆ เรื่องนี้ ใบเฟิร์นในฐานะดารานักแสดงขวัญใจชาวจีน จะมีความคิดเห็นอย่างไร ไปฟังจากปากของเธอกัน


"จริงๆ หนูไม่อยากเหมารวมว่า เพราะเป็นคนจีนเขาถึงต้องมีพฤติกรรมในด้านลบๆ ที่เป็นข่าวแบบนี้ ส่วนตัวมองว่า มีคนแบบนี้อยู่ทุกที่ค่ะ คนจีนนิสัยดีที่หนูเคยเจอก็มีเยอะค่ะ คนจีนที่มาติดต่อทำธุรกิจกับประเทศไทย แล้วก็ช่วยให้หนังเราได้ไปฉายก็มีคนนิสัยน่ารักๆ เยอะค่ะ" เธอให้ทัศนะ ก่อนจะย้ำในประเด็นเดิมว่า "ไม่อยากให้เหมารวม ถ้าทำอะไรไม่เหมาะสมก็คงต้องตำหนิเฉพาะบุคคลค่ะ"


สวย เถื่อน นี่แหละใบเฟิร์น


มาเข้าสู่โหมดไลฟ์สไตล์ของนางเอกสาวคนนี้กันบ้าง เริ่มจากตัวตนที่ใครหลายคนมองว่า ใบเฟิร์นน่ารักแบบหวานๆ แต่เรื่องนี้ คงไม่มีใครตอบได้ดีเท่ากับตัวเธอ "เห็นหนูน่ารัก หวานๆ จริงๆ แล้ว หนูไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนหวาน เรียบร้อย" เธอบอก ก่อนเฉลยให้ฟังว่า "ความจริงแล้ว หนูเถื่อนมาก (ลากเสียงยาว) เถื่อนในที่นี้คือ หนูไม่ใช่ผู้หญิงพูดเพราะ ไม่ค่อยมุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้ง ถ้าอยู่กับเพื่อนตุ๊ด เพื่อนกะเทย หนูจะเฮฮามาก"




เมื่อเจาะลึกเข้าไปถึงแก่นใน ต้องบอกว่า เธอเป็นผู้หญิงคิดมากคนหนึ่ง "เฟิร์นเป็นคนอ่อนแอมากเลยนะ ขี้น้อยใจด้วยค่ะ ปากบอกไม่เป็นไร แต่ข้างในจะเป็นคนคิดมาก เช่น ทำไมเขาพูดกับเราแบบนี้ หรือบางครั้งบอกกับตัวเองว่า ไม่ต้องไปแคร์เขาหรอก เขาไม่ได้สำคัญอะไรกับเรา แต่กลับบ้านไป ทำไมรู้สึกเสียใจแบบนี้นะ ด้านมุมธรรมะธัมโมก็มีเหมือนกันค่ะ แต่ก็มีเที่ยวบ้างอะไรบ้างค่ะ (ยิ้มกรุ้มกริ่ม)"

ถามต่อไปว่า การเป็นดารานักแสดง ทำให้ความเป็นส่วนตัวหายไปไหม ใบเฟิร์นตอบทันทีว่า "ไม่เลยค่ะ" ก่อนจะขยายความให้ฟังต่อไปว่า "อาจเป็นเพราะเฟิร์นไม่ใช่คนที่มีงานเยอะขนาดนั้นด้วยค่ะ งานก็มีเข้ามาเรื่อยๆ ค่ะ ส่วนชีวิตก็เรียน เที่ยว (บ้าง) ทำงาน และก็อยู่กับที่บ้านค่ะ ในหนึ่งสัปดาห์ เฟิร์นได้อยู่กับทุกอย่างครบเลยค่ะ"

เปิดมุมชีวิตในรั้วบ้าน

"โห ตีจังเลยค่ะ หนูโตมากับไม้เรียวเลยค่ะ" เป็นคำพูดที่เธอตอบมาทันทีเมื่อถามถึงการเลี้ยงดูของที่บ้าน "แม่จะก้านมะยมมากกว่า 3-4 กิ่งแล้วรูดใบออก นี่คือแม่ค่ะ ส่วนพ่อจะใช้ไม้แขวนเสื้อ ตีทีเดียวโดน 2 ขา หนูก็แบบ นี่ขาดทุนชัดๆ ส่วนใหญ่จะถูกตีเพราะไม่จัดห้องค่ะ ห้องรกมากเหมือนเด็กผู้ชาย มีแต่ทางเดินเข้าไปจนถึงเตียง (ยิ้ม) พอแม่เห็นบ่อยๆ เข้า แม่ก็จะบอกว่า ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ ออกไปเลย ออกไปจากบ้านเลย (เลียนเสียงดุๆ ของแม่)
ส่วนอีกเรื่องที่ถูกตีก็คือ ไม่ยอมอาบน้ำ พ่อบอกให้ไปอาบ แต่ทำมึน พ่อหยิบไม้แขวนเสื้อมาตี 1 ที ผมนี่วิ่งเข้าห้องน้ำเลยครับ พ่อก็บอกว่า จะตีอีกทีนะถ้าไม่ยอมออกมา หนูก็เปิดน้ำแช่ ไม่ยอมออก"



ลูกสาวบ้านนี้ ยังเล่าให้ฟังต่อไปถึงการเติบโตในครอบครัวที่เลี้ยงลูกแบบแมนๆ ไม่ค่อยแสดงความหวานต่อกันมากนัก

"พ่อกับแม่ไม่เคยให้รางวัลหนูเลยนะ สมมติเพื่อนได้รถยนต์เพราะพ่อแม่เห็นว่า ทำเกรดเฉลี่ยได้ยอดเยี่ยม แต่สำหรับหนู ตอนนั้นหนูได้ 3.7 เลยนะ หนูก็ขอโทรศัพท์มือถือจากแม่ แม่ๆ หนูขอมือถือนะ แม่พูดกลับมาว่า ฉันไม่ให้อะไรเธอทั้งนั้น หน้าที่เธอคือเรียน ไม่ต้องมาขออีก อ้าว แค่นั้น ง่ายจัง (ทำหน้าเซ็ง)


หนูก็ไม่ได้อะไรนะคะ เพราะที่บ้านเขาจะเน้นเรื่องหน้าที่มากๆ ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เช่น หน้าที่เฟิร์น ณ ตอนนี้คือ เป็นนักแสดง ถ้าโทร.ไปบอกแม่ว่าเหนื่อยมาก คนนี้มันแกล้งเฟิร์น หรือเฟิร์นเจออย่างนั้น อย่างนี้ แม่ก็จะบอกว่า หน้าที่หรือเปล่า หน้าที่คือทำอะไร ซึ่งที่บ้านจะเคร่งเรื่องหน้าที่ และความรับผิดชอบมาก และเฟิร์นก็จะถูกกดดันเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก"

ด้วยความที่เติบโตในครอบครัวที่พ่อแม่ดูแลอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ไม่แปลกที่เธอจะมีนิสัยลุยๆ ชอบทำอะไรด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็ก



"ตอนเด็กๆ หนูต่อรถเมล์ ต่อสองแถวไปเรียน ต่อวินมอเตอร์ไซค์ ตอนนั้นเล่นหนังด้วยแล้วนะ พอขึ้นรถโดยสาร คนก็สะกิดกันแล้วมองมาที่เรา เฮ้ย! ใบเฟิร์นๆ ตอนนั้นก็แบบ จ้า ขึ้นรถเมล์ แม่ปล่อย (ยิ้ม) ขากลับจากโรงเรียนก็ต้องนั่งเป็นชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน คิดในใจ ต้องได้โดนฉุดสักวัน ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป" สาวน้อยเล่า ก่อนจะพูดถึงโมเมนต์ในมุมน่ารักของคุณแม่ให้ฟัง "แม่หนูไม่ได้โหดเสมอไปค่ะ ถ้าต้องไปทำงาน แล้วเส้นทางมันลำบากจริงๆ แม่ก็จะไปส่งค่ะ เพียงแต่จะเป็นแม่ที่จะคุยให้รู้เรื่องก่อน เช่น วันนี้ไปที่ห้างนะ ให้เล่นของเล่น 2 อย่าง ไม่ต้องขอเกินกว่านี้ หรือถ้าวันไหนมี๊ซื้อของแล้วรีบกลับ ไม่ได้เล่นนะ หนูในวัยนั้นก็พยักหน้า รู้เรื่องค่ะ (ยิ้ม)"

ถามถึงช่วงเวลาความประทับใจกันบ้าง ใบเฟิร์นบอกว่า ไม่ต้องบอกรัก กอด หรือหอม แค่ลูบหัวแสดงถึงความชื่นชม แค่นี้ก็รู้สึกดีมากๆ แล้ว


"ที่บ้านหนูจะไม่ค่อยชม ไม่ค่อยปลอบใจ ได้อะไรดีๆ มา ก็แค่บอกว่า ดีแล้วๆ อย่างหนังเรื่องสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก ตอนนั้นดังมาก แค่ลูบหัวหนู 1 ทีแล้วบอกว่า ดีแล้ว คือหนูแทบจะร้องไห้ อย่างน้อยๆ ก็รู้ว่า พ่อแม่ยินดีกับความสำเร็จของหนู และคอยชื่นชมเราอยู่ห่างๆ" เธอบอก
"หรืออย่างเรื่องเพื่อน แม่ก็จะเตือนด้วยความเป็นห่วงอยู่บ่อยๆ เพราะหนูชอบรักเพื่อน ใครที่เฟิร์นรู้สึกว่าทำงานด้วยแล้วโอเค หนูจะถือว่าเป็นเพื่อนหนูหมด รักหมดใจ ทุ่มเต็มที่ แต่สุดท้ายก็มักจะหงายหลัง เพราะเพื่อนบางคนหักหลังหลายอย่างทั้งๆ ที่เราปกป้องทุกอย่าง เจอแบบนี้หนูก็ชอบไปร้องไห้กับแม่ บอกกับแม่ว่าหนูรักมัน ทำไมมันต้องทำกับหนูแบบนี้ แม่ก็จะคอยเตือนเรื่องเพื่อนนี่แหละ ไม่อยากให้เราตกเป็นเครื่องมือของใคร"

ความรักฉบับมโนของสาวใบเฟิร์น

ในโลกของความรัก ใบเฟิร์นบอกว่า สาวใสสายมโน ฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งในความรักสีชมพู นี่แหละตัวเธอ


"หนูเป็นผู้หญิงสายมโน เหมือนที่รับบทเป็นเมโยในเรื่องแคทอ่ะแว้บ!#แบบว่ารักอ่ะ ที่จะเป็นสาวใสสายมโน ฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งในความรักสีชมพู เพราะมันเป็นความสุขของหนูค่ะ (ยิ้ม) แล้วอีกอย่าง หนูจะไม่มีสเปกผู้ชาย ขอให้คุยกันแล้วมันบวกๆๆๆ อ่ะค่ะ ยิ่งผู้ชายที่เป็นคนชอบสำบัดสำนวน เจ้าบทเจ้ากลอน หนูยิ่งชอบ แม้เพื่อนจะบอกว่า แหมแก ผู้ชายคนนี้ลิเกมาก แต่หนูจะชอบมาก (ลากเสียงอ่อนๆ)"




ถามว่า ตอนนี้มีผู้ชายในลักษณะแบบนี้เข้ามาบ้างหรือยัง "มีแล้วค่ะ" เธอตอบ "แต่ไปแล้วค่ะ (หัวเราะ) ซึ่งหนูก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงหายไป" ก่อนจะเปรยเล็กๆ ว่า "ตอนนี้ก็มีคนเข้ามาคุยนะ (ยิ้ม) บางคนเข้ามาแล้วหายไปบ้าง เจอแบบนี้ก็เซ็งเหมือนกันค่ะ"

สำหรับนิยามความรักฉบับใบเฟิร์น ความรักทำให้มีพลังอยากทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าตอนนั้นจะรู้สึกขี้เกียจแค่ไหนก็ตาม


"ความรักทำให้อยากตื่นเช้าขึ้นมาทำงานได้อย่างมีพลัง แม้วันนั้นจะขี้เกียจ แต่ก็ยังอยากไปทำงาน อย่างรักในหน้าที่การงาน วันไหนตื่นขึ้นมาแล้วจะได้ไปถ่ายหนังเรื่องนี้ หนูก็รีบลุก รีบอาบน้ำไปทำงาน หรือเวลาแอบชอบใครที่โรงเรียนหนูก็จะรีบตื่น แอบแต่งหน้านิดนึง (ยิ้ม)"


นอกจากนี้ ยังเผยทัศนะถึงความรักของกลุ่มเพศที่สามไว้ด้วย โดยเธอบอกว่าภูมิใจที่ได้เห็นความรักของคนกลุ่มนี้ ก่อนจะเผยความลับที่ยังไม่มีใครรู้


"ตัวเฟิร์นเอง เฟิร์นยังเคยชอบเพื่อนตุ๊ด เราแค่รู้สึกว่าเราชอบอ่ะ ชอบเลย ชอบมอง อยากคบเป็นแฟน เขาไม่ต้องชอบเฟิร์นก็ได้ ดังนั้น สำหรับเฟิร์น ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องชอบผู้ชาย หรือผู้ชายต้องชอบผู้หญิง ความรักก็คือความรักอ่ะค่ะ ถ้ามีคนเหยียดเพศเพื่อนเฟิร์น เฟิร์นว่าคำหยาบออกมาตรึม (ยิ้ม)"


"นักแสดง" คืองานที่ชอบมากสุด

ถึงวันนี้ ใบเฟิร์นอยู่ในวงการบันเทิงมาเกือบๆ 5 ปีแล้ว โดยมีโอกาสแสดงโฆษณาครั้งแรกเมื่อเรียนอยู่ชั้นป.6 ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากการไปฝึกซ้อมกีฬายิมนาสติก ส่วนงานภาพยนตร์เธอเริ่มต้นจากภาพยนตร์ของสหมงคลฟิล์มฯ เรื่อง "นายอโศกกับ น.ส.เพลินจิต" ในปี 2546 และมีผลงานเรื่อยมาทั้ง ดรามา, โรแมนติค, คอมเมดี้, สยองขวัญ, แอ็กชันออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น 5หัวใจฮีโร่, สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก,โคตรสู้โคตรโส เป็นต้น



"จริงๆ หนูไม่แน่ใจว่า หนูได้สัมผัสชีวิตในวงการบันเทิงมากสักเท่าไร หนูยังมีชีวิตความเป็นใบเฟิร์นอยู่กับครอบครัว หรือกับเพื่อนๆ ที่มหาวิทยาลัย ตอนนี้ใกล้จะจบแล้วค่ะ กำลังอยู่ในช่วงทำวิทยานิพนธ์ เป็นละครเวทีเรื่อง ปรู๊ฟ เป็นเรื่องบทพิสูจน์ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นอัจฉริยะ และไม่รู้ว่าอัจฉริยะกับบ้ามันคาบเกี่ยวกัน เพราะพ่อของเธอเป็นอัจฉริยะ และเป็นบ้าไปพร้อมๆ กันด้วย" นางเอกสาวเผย พร้อมกับบอกว่า เธอโตขึ้น และโตพอที่จะปรับลุคการทำงานให้ดูหลากหลายมากยิ่งขึ้น เห็นได้จากผลงานถ่ายแฟชั่นชุดล่าสุดกับ MiX MAGAZINE ที่มาด้วยลุคหวานซ่อนเปรี้ยว น่าค้นหา

"ตอนนี้ยังอยากเป็นนักแสดงอยู่ค่ะ ถ้ายังมีงานทำอยู่เรื่อยๆ นะ (หัวเราะ) สำหรับหนู ไม่ต้องดังมากค่ะ แค่อยากได้มีโอกาสเป็นนักแสดงต่อไป เพราะเวลาได้แสดงหนัง มาให้พี่ๆ สัมภาษณ์ หนูจะรู้สึกว่า ไม่ได้เหมือนมาทำงาน แต่เหมือนมาเล่น มาคุย มาแลกเปลี่ยนกัน ส่วนอนาคตจะผันตัวเองไปทำอะไรก็คงต้องดูอีกทีค่ะ แต่ครอบครัวคือความสำคัญอันดับแรกของหนู


อย่างที่ผ่านมา เงินที่ได้จากการทำงาน หนูให้แม่หมดเลยนะ ทุกวันนี้หนูยังขอเงินแม่อยู่เลย (ยิ้ม) เวลาจะซื้อรองเท้าคู่หนึ่ง โดนด่าไปอีก 10 วัน ส่วนบ้านเขาก็เอาเงินที่หนูให้รวบรวมไปซื้อค่ะ แต่ถ้าซื้อให้จริงๆ ก็จะเป็นของเล็กๆ น้อยๆ เช่น โทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ เพราะพ่อกับแม่หนูเขาไม่ใช้เลย บางทีหนูก็จะขอมานิดนึงในบัตรเครดิตที่ใช้ร่วมกับแม่ ซึ่งแม่ก็จะรู้หมดว่าใช้ไปรูดอะไรบ้าง ล่าสุดของแม่เป็นไอโฟน 6 ส่วนของพ่อเป็นกระเป๋าสตางค์หลุยส์ ตอนแรกที่ซื้อให้ก็บ่นๆ แต่ซื้อมาให้ เขาก็ใช้" ลูกสาวคนสวยเล่า




ไม่ถามไม่ได้ถึงข่าวที่ทำให้รู้สึกเสียใจมากที่สุด เธอบอกว่า มีอยู่ข่าวเดียวคือ ข่าวติดยา "ตอนนั้นหนูพูดเลยว่า สงสารแม่ แม่ก็รู้ว่ามันไม่จริงหรอก พอมีคนมาถามแม่ อย่างเพื่อนที่ทำงานมาถามแม่ แม่ก็โมโหมากๆ เลยนะ ตัวหนูถามว่ากระทบไหม ก็มีนะ แต่ไม่ได้อะไร แค่อยากปกป้องครอบครัว ไม่อยากให้ครอบครัวหนูเสียหายเป็นพอ"

ปิดท้ายกันที่คำถามคาใจที่ใครหลายคนอยากรู้ "ทำไมดาราต้องใส่แว่นดำเดินห้าง" เธอในฐานะดาราคนหนึ่งจะมีทัศนะอย่างไร ไปฟังกัน


"ที่หนูใส่ เพราะว่าหนูอายคิ้วเวลาไม่ได้แต่งหน้า เวลาไม่เขียนคิ้ว คนชอบล้อค่ะ แต่ดาราหลายคนที่เฟิร์นรู้จัก เขาจะใส่เพื่อเลี่ยงการสบตา หรืออยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากสบตาใคร เพราะอาจรีบ หรือเหนื่อย ทำให้แฟนคลับ หรือใครหลายคนมองว่า ทำไมหยิ่งจัง ซึ่งก็แล้วแต่คนค่ะ บางคนชอบใส่แว่นให้ดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่สำหรับหนู ไม่ชอบใส่แว่นดำเดินห้างเท่าไร ร้อนก็ไม่ร้อน ใส่แล้วอายตัวเอง" นี่คือสิ่งที่นางเอกสาวกำลังสะท้อนให้เห็นถึงความพิเศษของแว่นกันแดดที่นอกจากช่วยกันแดดตามชื่อแล้ว ยังช่วยพลางตัว และเป็นเหมือนกำแพงกั้นระหว่างโลกจริงกับโลกเสมือนได้อีกด้วย


หลังจบการสนทนา ต้องบอกว่า ภาพความเป็นเด็กที่ฝังอยู่ในหัว เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดตามมาคือ มุมมอง และวิธีคิดของ "ใบเฟิร์น" ที่โตขึ้นมาก ที่สำคัญ ยิ่งโต ยิ่งน่ารัก แถมบางมุมชวนเซ็กซี่ขยี้หัวใจ ไม่แปลกที่แฟนคลับจะล้นทะลักทั้งในไทย และต่างประเทศ

///////////////////////

เรื่อง : ปิยะนันท์ ขุนทอง
ภาพ : พลภัทร วรรณดี และขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @baifernbah






มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"ASTVผู้จัดการ Live" และ "@astv_live" กันได้ที่นี่!!

และสามารถส่งข่าวสารและเรื่องราวร้องทุกข์ในสังคมมาได้: astvmanager.live.lite@gmail.com
หรือ โทร.0-2629-4488 ต่อ 1477, Fax 0-2629-4754



กำลังโหลดความคิดเห็น...