xs
xsm
sm
md
lg

วัยรุ่นเตรียม “สุขประเดี๋ยว-เสียวประด๋าว” ฉลองวาเลนไทน์ จริงหรือ?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เทศกาลแห่งความรักสุ่มเสี่ยงต่อการเสียตัวของเด็กและเยาวชน... ยังเป็นตรรกะที่ถกเถียงกันอยู่เสมอๆ เมื่อถึงช่วงเทศกาลแห่งความรักทีไรว่าสมเหตุสมผลมากน้อยแค่ไหน?

บางการสำรวจบอกมีถึง 83% ที่วางแผนพลีกายถวายรักไว้ในวันนั้น อีกการสำรวจบอก 70% ยืนยันว่าเป็นไปตามบรรยากาศพาไป ในขณะที่วัยรุ่นส่วนใหญ่ออกปากว่ายังไม่เห็นด้วยกับเพศสัมพันธ์วันวาเลนไทน์

แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร สังคมควรตั้งรับกับปัญหา “สุขประเดี๋ยว-เสียวประด๋าว-เศร้าตลอดชีวิต” ของเด็กไทยอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ!





ข้อมูลฟ้อง! เด็กสมัยนี้พร้อมพลีกาย?

(ขอบคุณภาพ: กิจกรรมรณรงค์ "Story of love...รักออกแบบได้" ช่วงวาเลนไทน์)
“83% ของวัยรุ่นไทย วางแผนจะมีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์” สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ประจำปี 2557 ระบุเอาไว้อย่างนั้น โดยในเปอร์เซ็นต์นั้นแบ่งออกเป็นกลุ่มนักศึกษา 54.9% และกลุ่มนักเรียนอีก 27.8% ส่วนพฤติกรรมยอดนิยมที่ทำกันในวันแห่งความรักนี้มีตั้งแต่ การบอกรัก ให้ดอกไม้ รับประทานอาหารร่วมกัน ดูหนัง ฟังเพลง เที่ยวผับ-บาร์ เลยเถิดไปจนถึงกอดจูบและมีเพศสัมพันธ์ในที่สุด

ยิ่งเพิ่มความวิตกกังวลใจของผู้ปกครองเข้าไปอีก ด้วยผลสำรวจจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ที่เผยเอาไว้ว่า “หนึ่งในกลุ่มหญิงวัยรุ่นผู้ตั้งครรภ์ในช่วงอายุ 15-19 ปี ในปี 2556 คือกลุ่มที่ไม่ได้ตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์ แต่ด้วยบรรยากาศพาไปจึงเผลอไผลพลั้งพลาดเสียตัว ซึ่งมีสูงถึง 70%”

ส่วนอีก 2 กลุ่มหญิงวัยรุ่นซึ่งตั้งครรภ์นอกเหนือจากนั้น เป็นเพราะ 1.ถูกฝ่ายชายใช้กำลังบังคับ คิดเป็น 5% และ 2.เลือกมีเพศสัมพันธ์เองด้วยความยินยอมพร้อมใจ คิดเป็น 30%



(ผู้ปกครอง ปราการด่านแรกสำหรับเด็กๆ ในการปลูกฝังทัศนคติดีๆ)
“การป้องกันต้องพิจารณาเป็นกลุ่มๆ โดยกลุ่มแรกที่ถูกบังคับนั้น มักเป็นกลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อ่อนแอ และเรียบร้อย หากประมาทหรือไว้ใจคนมากเกินไป ก็มีโอกาสถูกล่วงละเมิดทางเพศได้ ส่วนกลุ่มพร้อมใจมีเซ็กซ์ เราต้องให้ความรู้ในการป้องกันตัวเองจากโรคทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ เพราะหากจะห้ามอย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ต้องให้ตระหนักถึงปัญหาที่จะตามมา

และกลุ่มสุดท้ายที่ปล่อยให้บรรยากาศพาไป สิ่งสำคัญคือต้องไม่อยู่กันสองต่อสอง หรือต้องรู้จักปฏิเสธ หักห้ามใจ และคิดถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น” พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเอาไว้ในเวทีเจาะประเด็น “สานพลังสังคม...สกัดท้องวัยทีน”

แต่ยังมีข้อมูลอีกแหล่งที่พอเป็นความหวังของสังคมไทยได้ จากผลสำรวจความเห็นวัยรุ่นเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ของสำนักเผ้าระวังทางวัฒนธรรม (วธ.) พบว่า วัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการมีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์ และตั้งใจว่าจะชวนแฟนไปทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เช่น เข้าวัดทำบุญ เป็นจิตอาสา ทั้งยังอยากวิงวอนให้ผู้ใหญ่อย่าเข้าใจผิดและติดภาพลบๆ ว่า วัยรุ่นทุกคนต้องมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในช่วงวันวาเลนไทน์

ล่าสุด เพื่อให้เข้าถึงสังคมของวัยรุ่นได้มากขึ้น ทางศูนย์คุณธรรมจึงออกมารณรงค์ให้กลุ่มเสี่ยงร่วมกันติดแฮชแทค #แค่กินข้าว ในวันแห่งความรักที่กำลังจะถึง เพื่อประกาศให้โลกได้รู้ว่าเด็กไทยสามารถแสดงความรักอย่างสร้างสรรค์ได้โดยไม่ต้องข้องเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ และหนึ่งในนั้นก็คือการรับประทานอาหารด้วยความห่วงใยกันนี่เอง



ยังมีอีกหนึ่งสถิติที่น่าตกใจ คือสถิติผู้เข้ารับบริการสาธารณสุขซึ่งพบว่า มีผู้ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รายใหม่สูงกว่าปีละ 10,000 ราย โดยเป็นเยาวชนวัยรุ่นวุ่นรักถึง 40% ทั้งยังพบปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในกลุ่มผู้มีอายุน้อยกว่า 20 ปีอีกกว่าปีละ 200,000 ราย และดูจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ จุดนี้เองที่ “นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ” ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการปัญหาเอดส์แห่งชาติ มองว่าหนึ่งในประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะการเรียนการสอนเพศศึกษาในโรงเรียนยังไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร

“เป็นเพราะไม่ได้ทำอย่างจริงจัง เพียงขึ้นชื่อว่าสอน แต่ที่จริงเป็นการเรียนสุขศึกษาเท่านั้น ซึ่งในโลกนี้ไม่มีประเทศไหนที่สอนเพศศึกษาอย่างจริงจังแล้วปัญหาท้องไม่พร้อมเพิ่มขึ้น มีเพียงประเทศที่ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูกเท่านั้น ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ยังไม่สามารถลดปัญหาลงได้”




สุขประเดี๋ยว-เสียวประด๋าว เพราะฝังทัศนคติผิดๆ

เมื่อมีโจทย์ที่แก้ได้ยากยิ่งเช่นนี้ ทางทีมข่าว ASTVผู้จัดการ Live จึงได้ติดต่อไปยัง “นคร สันธิโยธิน” อาจารย์สอนสุขศึกษาหัวสมัยใหม่ชั้น ม.5 ประจำโรงเรียนสวนกุหลาบ ผู้เคยโด่งดังจากการหยิบหนังโป๊มาสอนเด็กๆ เพื่อถามหาแนวทางแก้ไขปัญหา จึงได้คำตอบว่าที่หลายๆ อย่างยุ่งเหยิงจนยากจะแก้แบบนี้ หลักๆ แล้วเป็นเพราะ “ทัศนคติที่ผิดพลาด” ของคนในสังคมนี่เอง

“มันห้ามไม่ได้เลยค่ะ ทุกวันนี้ หนังโป๊มันถึงห้องนอน ใครมีสมาร์ทโฟนก็ดูได้แล้ว ถ้ายิ่งครูไม่บอกไม่ปรามยิ่งแล้วใหญ่ เพราะฉะนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือการให้ความรู้ ที่สำคัญคือต้องมีการสอนโดยจำลองสถานการณ์ว่าถ้ามีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เธอจะดูแลตัวเองยังไง ต้องปลูกฝังให้เด็กมีทักษะ ยิ่งเดี๋ยวนี้ทั้งเสิร์ชทั้งคลิกอะไรได้มากมาย จุดนี้แหละที่เราจะสามารถเข้าถึงเขาได้ เด็กสนใจอะไรก็เปิดขึ้นมาคุยกันเลย

ส่วนเด็กผู้ชายอาจจะไม่ได้กลัวเรื่องท้องเท่าเด็กผู้หญิง ก็อาจจะสอนว่าให้ลองมองว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นที่เธอล่วงละเมิดเป็นพี่น้องเธอหรือแม่เธอ จะรู้สึกยังไง เธอจะย่ำยีเขามั้ย เธอจะให้เกียรติเขามั้ย ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เป็นคนใกล้ตัว คนใกล้ชิด คนที่เธอรัก เธอก็จะรู้สึกเห็นคุณค่า แต่ถ้าเมื่อไหร่เป็นคนอื่นก็จะไม่เห็นคุณค่า ต้องให้รู้ว่าการให้เกียรติซึ่งกันและกัน มองเห็นความเป็นมนุษย์ในคนอื่น ไม่ข่มเหง ไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น ความเป็นสุภาพบุรุษจะต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง สิ่งที่จะตามมาจากผลของการกระทำมันคืออะไรบ้างที่เธอต้องรับผิดชอบ



(การตั้งตู้ถุงยางอนามัย อีกหนึ่ง Option ที่กำลังเป็นที่ถกเถียง และบางที่ก็รับไว้พิจารณา)
อาจารย์สอนแบบคุยกันได้ ไม่มีผิดไม่มีถูก ว่ามา เราเอามาสอนหมด โมเดลจู๋-จิ๋ม เราก็หยิบมาสอน เด็กก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดาเพราะเราเปิดให้มีการเรียนรู้ พอเขาสงสัยเขาก็จะวิ่งเข้ามา อาจารย์ตรงนี้มีไว้สำหรับทำอะไร ความอยากรู้อยากเห็นเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นอยู่แล้ว ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เพราะฉะนั้น เราก็ให้ไปเลย แค่ต้องบอกให้ครบถ้วนและรอบด้าน

พูดง่ายๆ เหมือนศิลปินจะสร้างชิ้นงานศิลปะขึ้นมาซักชิ้น จะปั้นหม้อขึ้นมาหนึ่งใบ มันก็ต้องตบซ้ายตบขวา ต้องหมุนแล้วหมุนอีก กว่าจะได้หม้อที่สวยๆ ไม่บูดไม่เบี้ยวออกมาซักชิ้นนึง ทุกอย่างต้องใช้เวลาและต้องใช้ศาสตร์หลายๆ อย่าง เพราะฉะนั้น มันไม่สามารถเรียนรู้เรื่องเพศกันแค่เวลาข้ามคืน เลยมองว่าการรณรงค์ในแต่ละครั้งอาจจะไม่ได้เกิดผลอะไรเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าลุกขึ้นมาทำอะไรบ้างดีกว่าไม่ทำเลย แต่ถ้าจะให้ยั่งยืน ครูทุกคนก็ต้องให้ความรู้แก่เด็กนักเรียน ตอนนี้ถามว่าผู้ใหญ่ตามสื่อทันมั้ย เราตามไม่ทันนะ พอตามไม่ทันและยิ่งไม่คุยกัน สัมพันธภาพและช่องว่างระหว่างวัยจะยิ่งเกิดมากขึ้น

ส่วนเรื่องค่านิยมการรักษาพรหมจรรย์หรือจะ One Night Stand อาจารย์ไม่ได้สนใจ คงขึ้นอยู่ที่ว่าใครจะชอบแบบไหน ใครจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของเขา แต่คุณต้องมีความรับผิดชอบ อย่าทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเอง พ่อแม่ และครอบครัวของคุณ เพราะถ้าเกิดพลาด ท้องขึ้นมา ปู่ย่าตายายก็ต้องมีปัญหาละ ตัวเองก็ไม่ได้รับการพัฒนา ไม่ได้เรียนหนังสือ ต้องมาเลี้ยงลูก

แล้วมันคุ้มมั้ยกับที่ต้องแลกไป หรือการที่คุณ สุขประเดี๋ยว เสียวประด๋าว แต่ต้องมาเศร้าตลอดชาติ มันจะเป็นยังไง ดีชั่วรู้หมดแต่อดใจไม่ไหว ผมรักคุณที่สุดแต่ผมไม่ได้หยุดอยู่ที่คุณ ฯลฯ ถ้าเมื่อไหร่ที่เราสอนลูกผู้หญิงว่าต้องรักนวลสงวนตัว แต่บอกลูกผู้ชายว่าฟันแล้วได้กำไรชีวิต มันจะอยู่ด้วยกันได้มั้ย ง่ายๆ แค่นี้เอง



(ขอบคุณภาพ: แอปฯ "ME SEX" แอปฯ โหลดฟรีเพื่อเข้าถึงวัยรุ่นในเรื่องเพศ)
คุณว่าคุณรักเด็ก คุณสอนให้เขาดูแลตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน แค่สิทธิขั้นพื้นฐาน แค่ให้ดูแลตัวเองให้รู้เรื่อง ยังไม่กล้าสอนยังไม่กล้าพูดกันเลยในสังคม พอเกิดเรื่องก็มาด่ากันว่า เยาวชนมันไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ที่จริงเด็ก-เยาวชนไม่ได้สร้างปัญหาหรอกค่ะ ถามว่าทุกวันนี้คนหากินกับใคร หากินกับเด็กทั้งนั้นแหละค่ะ เด็กมันผลิตหนังโป๊ขายเองมั้ย เด็กมันเปิดร้านเกมเองมั้ย เด็กมันมีร้านเหล้าปั่นขายเองข้างๆ สถานศึกษาหรือเปล่า

ถ้าอยากจะแก้ หลายภาคส่วนต้องช่วยกันค่ะ หลักๆ เลยคือกระทรวงสาธารณสุข ส่วนคนที่ต้องให้ความรู้คือกระทรวงศึกษาธิการ คนที่ต้องดูแลเอาใจใส่ก็คือคุณพ่อคุณแม่ แต่ถามว่าวินาทีนี้พ่อแม่มีเวลาดูแลลูกมั้ย บางทีไม่ได้เจอหน้าเจอตากันเลย พ่อแม่ก็มุ่งหาเงินอย่างเดียว และมาตรฐานแต่ละครอบครัวก็ไม่เหมือนกัน บางครอบครัวก็ให้คุณค่าเรื่องเรียนก็เรียนกัน 7 วัน 7 คืน ให้คุณค่าเรื่องเงินก็หาแต่เงินกันไปหมด หาจุดสมดุลไม่เจอ ทัศนคติเท่านั้นที่สำคัญสุด

มันมีบาปทางสังคมอยู่ 7 ประการที่ท่านมหาตมะคานธีบอกไว้ คือ 1.เล่นการเมืองโดยไม่มีหลักการ 2.หาความสำราญโดยไม่ยั้งคิด 3.ร่ำรวยเป็นเอกนิษฐ์โดยไม่ต้องทำงาน 4.มีความรู้มหาศาลแต่ประพฤติไม่ดี 5.ค้าขายโดยไม่มีหลักศีลธรรม 6.วิทยาศาสตร์เลิศล้ำแต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์ และ 7.บูชาสูงสุดแต่ไม่มีความเสียสละ



พูดได้เลยว่าลูกศิษย์อาจารย์นครที่สอนออกไป 1.ต้องไม่แสบทางโลก-ไม่แสบทางธรรม เอาตัวเองให้รอด 2.ไม่โง่ ไม่ตกเป็นเหยื่อ และไม่เอาคนอื่นมาเป็นเหยื่อ 3.ต้องไม่แล้งน้ำใจ แล้วสังคมเราจะอยู่ได้ ที่สำคัญ เด็กเราก็ต้องรู้ด้วยว่า ถูก/ดี/ควร มันต่างกันยังไง ผิด/พลาด/ชั่ว มันเป็นแบบไหน ต้องปลูกฝังให้มีจิตสำนึกในสิ่งที่เขากระทำลงไป เพราะคนทุกคนจะมีเหตุผลสำหรับการกระทำของตัวเองเสมอ

ตอนนี้อาจารย์เองก็มีกิจกรรมให้เด็กๆ เอาความรู้มาทำเป็นหนังสั้นส่งเข้าประกวด มาตกผลึกเป็นเวลา 5-10 นาที เกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ มันก็จะสะท้อนว่าความรู้ที่เขาได้รับมันตกผลึกมากน้อยแค่ไหน เป็นตัวประเมินได้ว่าสิ่งที่เราสอนไปไร้ค่าหรือเปล่า

ข่าวโดย ASTVผู้จัดการ Live
ขอบคุณภาพบางส่วน: www.thaihealth.or.th, แอปฯ “ME SEX”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง (คลิก)
- ตั้ง “ตู้ถุงยาง” ในโรงเรียน ป้องกันหรือส่งเสริมเยาวชน!?
- นร.ติดเอดส์ มีเซ็กซ์ไว หนุนตั้งตู้ถุงยาง ชี้สอนเพศศึกษาไม่จริงจัง ทำปัญหาพุ่ง
- วัยรุ่นไทยป่องเพียบ 30% พร้อมอ้าขามีเซ็กซ์ เกินครึ่งปล่อยใจพาขึ้นสวรรค์
- แอปฯ “ME SEX” ไม่ต้อง แอบ “มีเซ็กซ์”
- ผุดแอปฯ “ME SEX” อัดเรื่อง “กระปู๋-จิ๊มิ-เซ็กซ์-ช่วยตัวเอง” สอนวัยโจ๋




มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"ASTVผู้จัดการ Live" และ "@astv_live" กันได้ที่นี่!!

และสามารถส่งข่าวสารและเรื่องราวร้องทุกข์ในสังคมมาได้: astvmanager.live.lite@gmail.com
หรือ โทร.0-2629-4488 ต่อ 1477, Fax 0-2629-4754



กำลังโหลดความคิดเห็น