xs
xsm
sm
md
lg

ยิ่งรู้จัก ยิ่งหลงรัก "ยูเค" นักแสดงเด็กเก่งเกินวัย (ชมคลิป)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ท่ามกลางนักแสดงเด็กที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ยูเค-ด.ญ.ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล เป็นหนึ่งในดาวรุ่งรุ่นจิ๋วที่น่าจับตามอง เพราะก่อนหน้านี้เคยฝากฝีไม้ลายมือทั้งเอ็มวี โฆษณา และหนังสั้นเรียกน้ำตา ล่าสุดกับบทบาทการแสดงหนังครั้งแรกในชีวิต 'The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ' รับบทเป็น ปอปลา ลูกสาวคนเก่งของ 'แดน วรเวช' ที่รับบทเป็นพ่อโป้ง

ดังนั้น ก่อนที่จะโด่งดังเป็นพลุแตก ทีมงาน M-Lite จึงไม่พลาดที่จะคว้าตัวนักแสดงเด็กมากความสามารถคนนี้มาพูดคุยพร้อมกับคุณแม่ผู้อยู่เบื้องหลัง 'สมรนนท์ องค์ศรีตระกูล' โดยเรามีนัดพบกันที่ร้านทองเองฮั้วเฮง (บางลำพู) ซึ่งเป็นร้านทองอาม่าและอากงของน้องยูเค



กำเนิดยูเค นักแสดงเด็กพลังเกินร้อย

"เข้าวงการได้อย่างไร" เป็นคำถามที่ใครหลายคนอยากรู้ ยูเคในวัย 6 ขวบ เริ่มเล่าให้ฟังว่า เธอมีคุณแม่เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง งานชิ้นแรกเป็นงานถ่ายแบบเสื้อผ้า Big C จากนั้นเริ่มเข้าวงการโฆษณา เริ่มจากงานคอนโดฯ แสนสิริเมื่อปี 2013 ตามมาด้วยโฆษณาของมิตซูบิชิ กระทั่งมาได้เล่นหนังสั้นของชุดชั้นในวาโก้ My beautiful woman ความลับของเจน กำกับโดย บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับหนังเคานต์ดาวน์ (Countdown) รวมไปถึงหนังสั้น Present Perfect หากว่าย้อนเวลากลับไปได้ ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ คุณแม่ช่วยเสริมว่า เป็นผลงานแจ้งเกิดของลูกสาวเลยก็ว่าได้



"พอเริ่มชัดเจนแล้วว่า ลูกเรามาทางสายหนังแน่นอน เพราะหลังจากเล่นหนังสั้นทั้งสองเรื่อง ก็มีคนทาบทามให้ไปเล่นเอ็มวีของคุณพีท-พีระ และเอ็มวี ปล่อย ของคุณป๊อบ-ปองกูล ทางคุณแดน วรเวช และปอย-ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เห็นผลงานก็เรียกให้น้องไปแคสฯ จนได้เล่นหนัง The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ" คุณแม่เล่า

เมื่อถามน้องยูเคที่ฟังคุณแม่อย่างตั้งใจ ทีมงานถามว่าทำงานเหนื่อยไหม น้องยูเคบอกด้วยน้ำเสียงสดใสว่า "ทำงานไม่เหนื่อยค่ะ เวลาได้เงินจากการทำงานมา หนูก็จะเก็บไว้เอาไปลงบัญชีของหนู เวลาได้เงินมาแม่จะให้ซื้อของที่อยากได้ 1 อย่าง หนูก็ซื้อแค่นั้น เพราะต้องเก็บเงินไว้ด้วยค่ะ แม่สอนว่าทำงานได้เงินต้องรู้จักเก็บ"

เล่นหนังครั้งแรกในชีวิต

สำหรับหนังเรื่อง The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ ต้องบอกว่าเป็นหนังเรื่องแรกในชีวิตของยูเค มานั่งคุยกับเธอถึงที่บ้าน ไม่ถามไม่ได้ถึงเบื้องหลังความสนุกในกองถ่าย

"ตอนแรกตื่นเต้นมากๆ เลยค่ะ พอได้เล่นปุ๊บก็รู้สึกสบายๆ พี่ปอย (ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา) พี่ผู้กำกับ บอกว่า เล่นเป็นธรรมชาติได้เลย แต่ต้องเล่นหลายเทกหน่อย โดยเฉพาะฉากร้องไห้ หนูร้องจนน้ำตาใกล้จะหมดอยู่แล้ว บางวันนี่ต้องร้องไห้ถึงดึก (ยิ้ม) แต่ก็สนุกดีค่ะ เวลาหนูบีบน้ำตา หนูจะคิดเป็นเรื่องราว ถ้าเกิดพี่แดน (รับบทเป็นพ่อโป้ง) เป็นพ่อของหนูจริงๆ แล้วหนูไม่มีแม่ หนูก็จะร้องไห้ขึ้นมาเลย (แสดงว่ารักแม่มาก) ใช่ค่ะ ชีวิตนี้หนูขาดแม่ไม่ได้เลย" พูดเสร็จก็หันไปมองคุณแม่ที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นก็โผเข้าไปกอดด้วยความรัก

ถามว่าคุณแม่น่ารักไหม ยูเคยิ้ม แล้วบอกว่า "น่ารักค่ะ แม่เป็นคนน่ารัก (คุณแม่ดุไหม) นิดนึง" พูดไปด้วย ทำมือจิ๊บๆ เพื่อให้เห็นว่าดุนิดเดียวไปด้วย



ลงลึงไปถึงบทบาทที่ได้รับ ยูเค เล่าว่า เธอรับบทเป็นปอปลา ลูกสาวของพ่อโป้ง (แดน วรเวช) ซึ่งเป็นคุณพ่อที่ไม่เอาไหนเลย

"พ่อโป้งของหนูวันๆ ก็ตื่นสาย ตื่นมาก็กินนม เล่นเกม แล้วก็มีหน้าที่เขียนการ์ตูน ส่วนหนูก็มีหน้าที่ไปโรงเรียนเอง ดูแลตัวเอง ทำกับข้าวให้พ่อตอนเช้าค่ะ มีอยู่วงหนึ่งค่ะ หนูชอบมากเลย ชื่อว่าเบอร์รี่ซ์ โคโบ วงนี้หนูก็บอกพ่อนะว่าดังมากเลย แต่พ่อก็เอาเงินที่หนูฝากซื้อตั๋วไปใช้หมดเลย แต่ตอนหลังหนูก็รู้ว่าความจริงคืออะไร ถ้าอยากรู้ต้องไปดูค่ะ รับรองว่าครบรสทั้งตลก และดรามาจนต้องบีบน้ำตาให้ไหลออกมาไม่รู้ตัว" 

ส่วนความสนุกในกองถ่าย เป็นความสนุกที่ทีมงานถึงกับนั่งอมยิ้มไปพร้อมๆ กันกับเธอ "พี่แอนนา ชวนชื่น ฮาดีค่ะ (แม่แซวขึ้นมา : เขาว่าหนูไม่มีดั้ง) แม่อ่า" พูดเสร็จก็เอามือไปจับที่ดั้งของตัวเอง แล้วหันมายิ้มกับทีมงาน พร้อมกับเล่าให้ฟังต่อว่า "ส่วนพี่แดนเป็นคนตลกค่ะ ตอนแรกก็กลัวๆ วันแรกหนูกับพี่ไม่คุยกันเลย เพราะพี่เขาก็นิ่งๆ กับหนู" คุณแม่เสริมว่า "วันแคสติ้ง แดนก็ไม่มาดู ซึ่งเขาก็อยู่ในบ้านนะ แต่ก็ไม่ออกมาดู ปล่อยให้ปอย และผู้ช่วย ช่วยกันแคสฯ ตอนนั้นเราก็งงว่าทำไมไม่เข้ามาคุย หรือไม่สนใจอะไรเลย พอวันบวงสรวง เขาไม่คุยกันเลยนะ ไม่ให้จับไม่ให้อุ้มด้วย"




ยูเค เล่าต่อจากคุณแม่ว่า "พอหนูได้เล่นหนัง หนูก็เล่นแต่กับพี่ปอยค่ะ พอพี่นิวปทิตตามา หนูก็สนิทสนมกับพี่เขา ส่วนพี่แดนหนูก็ยังกลัวๆ พี่เขาอยู่ พอวันหนึ่งเขาเล่านิทานให้หนูฟัง หนูก็อ้อ พี่แดนก็เป็นคนตลกดี น่ารักดี" ส่วนข้อสงสัยเรื่องพฤติกรรมของแดน วรเวชที่แสดงต่อลูกสาว คุณแม่ไขความจริงว่า "พอได้อ่านบทสัมภาษณ์ของแดน ก็รู้ความจริงว่า มันเป็นความตั้งใจของเขาที่จะไม่สนิทกับน้องตั้งแต่แรก เพื่อที่ว่าตอนเข้าฉากแรกๆ เขาต้องการให้เหมือนว่า อยู่กันแบบรูมเมตจริงๆ เหมือนเขาวางไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าสนิทกัน เวลาเข้าฉากแรกๆ ยูเคอาจเล่นไม่เป็นธรรมชาติ"

วันนี้ถามว่ายูเคกับแดน วรเวช สนิทกันแค่ไหน คุณแม่บอกว่า "ไม่รู้ว่าใครติดใครกันแน่ ฝั่งนี้ก็กระโดดขี่คอ เกาะแข้งเกาะขาเขาไปทั่ว ส่วนแดนก็กอด ก็อุ้มตลอด"

สำหรับหนังเรื่องนี้ ยูเคในฐานะนักแสดง เธอไปดูมาแล้ว 3 รอบ และทุกครั้งที่ดู นักแสดงเด็กของเรื่องบอกว่า "ร้องไห้ทุกรอบเลย น้ำตาหยดติ๋งๆ เลยค่ะ (ยิ้ม)"

นักแสดงเด็กที่ถูกซูฮกมากคนหนึ่ง

หนังเรื่องนี้ ต้องบอกว่า ยูเค เป็นนักแสดงเด็กที่ถูกซูฮกมากคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเสียงชื่นชมจากแดน วรเวช หรือผู้กำกับอย่าง ปอย-ณภัทร

"คือเราแคสฯ มาหลายคน เราต้องการเด็กที่ยังเป็นเด็กอยู่ แล้วต้องมีความเป็นธรรมชาติสูงมากๆ ไม่ใช่ว่าจำบทมาแค่นี้แล้วถ้าเราพูดอะไรต่อก็จะไม่พูดอะไรกับเรา เขาต้องสามารถอยู่กับเราได้จริง ๆ เช่น บทมันจบแล้ว เราพูดนู่นพูดนี่ต่อแล้วเขายังสามารถฟังเราแล้วก็ตอบโต้กับเราได้ อันนั้นคือสิ่งที่เราต้องการซึ่งมันอยู่ในตัวน้องยูเคหมดเลย น้องเขามีความตั้งใจ ไม่ดื้อไม่งอแง ให้เล่นอะไรก็เล่นเต็มที่ แล้วก็เข้าใจง่าย ผมว่าน้องเขามีพรสวรรค์ในเรื่องของการแสดง แล้วก็เป็นการแสดงแบบที่ผมชอบ คือมีความเป็นธรรมชาติสูง ทำให้เกิดฉากประทับใจของผมซึ่งจะเป็นจังหวะช่วงรอยต่อทั้งหลาย



มันจะเป็นอารมณ์แบบหยอกกันเล่นกัน เป็นช่วงที่มันไม่มีบทตายตัวเล่นอะไรก็ได้อย่างนี้ ผมว่าสนุกดีอ่ะ ผมชอบเล่นกับเด็กอยู่แล้ว ยิ่งกับเด็กน่ารักว่าง่ายอย่างน้องยูเค เออ...เรายิ่งมีความสุข พอปิดกล้องแล้วมันก็เหงาเหมือนกันนะ คือ น้องยูเคเป็นเด็กน่ารักจริง ๆ ผมเชื่อว่าใครเจอน้องก็ต้องรัก เพราะเป็นเด็กมีสัมมาคารวะ แล้วก็เป็นเด็กร่าเริง ก็คิดถึงเวลาที่เล่นด้วยกัน พอเลิกกองแล้วชอบบอกให้เรากลับบ้านไปด้วย ไปดูของเล่นอะไรอย่างนี้ รับรองดูเรื่องนี้แล้วต้องหลงรักยูเคกันแน่ๆ ครับ" แดน วรเวชให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ

ด้านผู้กำกับ ปอย-ณภัทร ก็ชื่นชมออกหน้าออกตาว่า "คือผมดูเด็กหลายๆ คนที่มาแคสฯ กันก็มีความสามารถ แต่น้องยูเคผมเจอครั้งแรก ผมประทับใจเขาเลย น้องเป็นคนพูดจาฉะฉาน กล้าแสดงออก ไม่กลัวคน แล้วก็ก่อนหน้านี้ ผมได้ดู MV หนังสั้นที่น้องเล่นก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้แววตา เล่นแล้วออกมาสดใส ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ผมก็เลยลองมาแคสฯ ดู แล้วเราก็ได้ไอเดียจากเขาเอามาใส่เพิ่มในบทด้วย วันแรกจนถึงปิดกล้องนี่น้องเขามีพัฒนาการเล่นดีขึ้นมากๆ แล้วก็ความคิดของเขานี่โตเป็นผู้ใหญ่แต่ยังพูดจาเป็นเด็กอยู่ เมื่อไหร่ที่กองสนุก น้องก็จะเต็มที่ ซึ่งมันก็กระตุ้นให้ทีมงานสนุกด้วย"

ถึงจะทำงาน แต่ก็ไม่ทิ้งการเรียน

ด้วยความที่เป็นนักแสดง ทำให้ต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างกองถ่ายกับโรงเรียนตลอดเวลา แต่โชคดีมีคุณครูที่เข้าใจ และคอยส่งการบ้านมาให้ทาง 'ไลน์'

"เวลาอยู่บนรถ หรือระหว่างรอเข้าฉาก เราก็จะช่วยเขาทบทวนศัพท์ หรือสูตรคูณ รวมไปถึงการบ้านที่จะต้องทยอยทำระหว่างพักกองด้วย เพราะ 3 วันไปเรียนที เดี๋ยวจะไม่ทันเพื่อน เดี๋ยวจะไม่มีการบ้านส่งคุณครู ส่วนช่วงไหนที่สอบก็จะไม่ให้เขาขาด ปัจจุบันผลสอบก็ออกมาดีมากค่ะ ทางโรงเรียนก็แฮปปี้ เพราะทำงานแสดงด้วย เรียนไปด้วย" คุณแม่เล่า



หันไปถามยูเคว่าเหนื่อยไหม เพราะต้องมีความรับผิดชอบมากกว่าเพื่อนหลายเท่าตัว เรื่องนี้ เธอบอกด้วยน้ำเสียงสดใสว่า "ถึงหนูจะมีชีวิตที่ลำบากกว่าเพื่อน แต่หนูก็สนุก ไม่เหนื่อยเลยค่ะ เพื่อนๆ ก็เข้าใจ มีอยู่ครั้งหนึ่ง หนูไม่มีถ่าย แล้วเข้าไปโรงเรียน เพื่อนสนิท 2 คนก็เข้ามากอดเลย" สาวน้อยเล่าไปยิ้มไป

เมื่อถามว่า วาดฝันอนาคตตัวเองไว้อย่างไร ยูเคบอกว่า "หนูว่าจะเป็นหมอค่ะ (ตอบทันควัน) ที่จริงหนูอยากเป็นหลายอย่าง ประมาณ 3 อย่าง (ยิ้ม) อันดับหนึ่ง เป็นหมอค่ะ อันดับสอง เป็นดารา ไม่เอาดีกว่า (เปลี่ยนใจ) เป็น 3 อย่างเดี๋ยวจะเหนื่อยเกิน อันดับหนึ่ง เป็นหมอ อันดับสอง เป็นผู้กำกับค่ะ"

ส่วนคุณแม่ช่วยเสริมว่า "ตอนแรกเขากลุ้มใจมาก ถามใหญ่เลยว่า หนูจะเป็นดาราหรือหนูจะเป็นหมอดีเนี่ย เขาเข้าใจว่าชีวิตคนเราเลือกได้แค่อย่างเดียว เราก็เลยบอกเขาว่า เราเป็นอะไรก็ได้ เราจะเป็นดาราไปด้วยก็ได้ อย่างหมอโอ๊ค เขาก็เป็นหมอแล้วก็เป็นดารา เป็นนักแสดงไปด้วยได้ หรือพี่โดนัท เขาก็เป็นดารามาก่อน สุดท้ายเขาก็ผันตัวมาเป็นผู้กำกับ ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้ อยู่ที่ว่าเราตั้งใจที่จะทำ ไม่ต้องไปคิดมากว่าเราจะเป็นหมอแล้วจะเป็นอีกอย่างไม่ได้ เขาก็เลยอ๋อ งั้นเขาก็เป็นหลายอย่างได้สิ เราก็บอกว่าได้ แต่ต้องตั้งใจทำ หรือจะเป็นดารากับนักร้องพร้อมกันก็เป็นได้"

"แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีเวลาร้องเท่าไหร่" น้องยูเคแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเขินๆ ส่วนคุณแม่หันไปมองหน้าลูกสาว แล้วก็พูดว่า "นี่เขาก็ชอบร้องเพลงมากนะ"

เปิดชีวิต คิดแบบน้องยูเค

มาเปิดชีวิต ล้วงตัวตนของนักแสดงเด็กมากความสามารถคนนี้กันบ้าง เริ่มกันที่วันว่างของเด็กหน้าหมวยคนนี้



"เวลาว่างเหรอคะ หนูก็จะชวนเพื่อนข้างบ้านมาเล่นด้วยกัน อยู่ในห้องเล่นของเล่น เอาของที่หม่าม๊าไม่ได้ใช้แล้ว เอามาประกอบเป็นบ้านเล็กๆ แล้วก็เล่นต่อสู้กันกับเพื่อนผู้หญิงค่ะ แล้ววันหยุดหนูก็จะพาเพื่อนมาเล่นค่ะ มีชวนอากงให้ไปเรียกเพื่อนมาบ้านด้วย ตอนนั้นหนูยังไม่มีตู้ (ตู้ของเล่น) ไงคะ ก็เลยพาเพื่อนไปเล่นในห้อง เอาของที่ไม่จำเป็นต้องใช้มาต่อเป็นบ้านแบบเนี้ยค่ะ (ชี้ให้ดู) แล้วก็มีเล่นล่าผีดิบ" เล่าไปหัวเราะไป "หรือบางวัน นอนปุ๊บ ตื่นมาน้องสาวหาย เราก็ไปตามล่า เป็นจินตนาการของหนู บินไปบินมาจินตนาการไปว่ามีปีก"

เรื่องนี้ คุณแม่หัวเราะ แล้วเสริมขึ้นมาทันทีว่า "เอาผ้าห่ม เอาผ้าอ้อมมาพัน เหมือนตะเบงมานอะไรของเขาก็ไม่รู้ แล้วก็มีปืนโดเรมอนเหน็บ วิ่งไปวิ่งมา กระโดดขึ้นเตียง-โซฟา"

ส่วนที่โรงเรียน ต้องบอกว่า ยูเอ เป็นเด็กกิจกรรมคนหนึ่ง โดยเฉพาะกิจกรรมการกีฬา

"เวลาหนูใกล้จะปิดเทอม เขาก็จะมีกีฬาสี จะมีแยกเป็นทีม ของเกรด 1 จะมีทีมสีฟ้ากับทีมสีม่วงค่ะ ส่วนใหญ่หนูอยู่ทีมสีฟ้ามา 2 รอบแล้ว หนูก็ลงแข่งชักกะเย่อค่ะ (น้ำเสียงตื่นเต้น) ไปดึงชักกะเย่อ ช่วยกันดึงกับเพื่อนๆ" ยูเคเล่า ก่อนจะเล่าอีกหนึ่งความตลกให้ทีมงานฟัง "ตอนอยู่อนุบาลหนูแข่งวิ่งค่ะ หนูวิ่งเร็วไง มีอยู่ครั้งนึง หนูปวดฉี่มากเลย วิ่งไปเลยค่ะ เข้าห้องน้ำ ไม่ใส่รองเท้า วิ่งแบบสปีดมากเลย" เล่าจบก็หัวเราะยาว



เรื่องของความน่ารัก อัธยาศัยดี ตรงนี้ไม่ใช่มีกันง่ายๆ สำหรับยูเคแล้ว วิธีการเข้าหาผู้ใหญ่ให้ดูน่ารัก เธอบอกว่า "เริ่มจากเข้ามาตีสนิทใกล้ๆ พอเล่นกันไปเรื่อยๆ ปุ๊บก็จะติดเลย จะสนิทเลย จะเข้าไปยุ่ง (ยิ้ม) หนูก็เกาะแข้งเกาะขา แล้วก็ไปขี่คอ ไปแกล้ง ไปทำทุกอย่างเลย ไปแกล้งเขาทุกอย่างเลย ที่จริงหนูรู้ แต่หนูจะเข้าไปถามเล่น หนูชอบหลอกเขาค่ะ แกล้งเล่น (ยิ้มดื้อๆ)"

ในประเด็นเดียวกัน คุณแม่เสริมขึ้นว่า "เป็นเพราะเราอยู่แบบครอบครัวใหญ่ด้วยมั้งค่ะ ตอนเขาเกิดก็ไม่มีเด็ก อยู่กับอาโก อยู่กับผู้ใหญ่ แล้วคนที่ห้อมล้อมก็มีแต่ญาติพี่น้องกัน กินข้าวทีนึงก็มีแต่อาเจ็ก อาโก เขาก็เลยอาจจะไม่ค่อยกลัว แล้วก็ชอบคุยเล่นกับผู้ใหญ่ตั้งแต่เล็กๆ ค่ะ"

เมื่อถามว่า "ผู้ใหญ่" ในความคิดของยูเค ต้องเป็นแบบไหน นี่คือคำตอบของเธอ "ผู้ใหญ่ก็ต้องดูแลลูก ทำกับข้าวให้ลูกกิน แล้วก็อ้า... (คิดหนัก) หาเงิน ทำงาน" พูดจบ คุณแม่ก็เปิดประเด็นการสอนลูกในเรื่องการใช้เงิน

"ตอนแรก เขายังไม่เข้าใจว่าเงินคืออะไร เราบอกว่าถ้าไปทำงาน ไม่ได้ทำฟรีนะ ทำเขาก็จะให้เงินเรามา เราก็พาเขาไปตั้งฮั่วเส็ง ให้เงินเขา 10 บาท เพราะปกติเขามีแต่คนซื้อมาให้ตลอด เขาก็ถามว่าให้มาทำไม เราก็สอนให้เขาเลือกดูตัวเลขที่น้อยกว่า 10 บาท เขาก็เข้าไปหยิบขนม แล้วก็รู้แล้วว่าเงินมันซื้อได้



เขาก็หยิบขนมชิ้นนึงมา แต่ราคามันเกิน 10 บาท เราก็เลยต้องบอกเขาว่า อยากได้ก็ต้องหาเงิน มันไม่ใช่ว่าไปเดินขอเงินแล้วใครเขาจะให้ ก็ต้องทำงาน ที่มี้มีเงินซื้อนั่นซื้อนี่ให้ มี้ก็ต้องทำงานนะ ไม่ใช่ว่ามี้ไปขอเงินคนอื่นเขานะ ตอนหลังเขาเลยรู้แล้วว่าต้องใช้เงินซื้อของ พอทำงาน ทีหลังเขาก็ถามว่า งานนี้ได้เท่าไหร่ มีเก็บให้เขาเท่าไหร่ ก็เลยเริ่มรู้จักแล้วว่าเงินมันมีประโยชน์แบบนี้นะ" คุณแม่เล่า

ไม่ถามไม่ได้ถึงไอดอลในดวงใจ ยูเคนิ่งคิด แล้วบอกว่า "หนูก็ไม่รู้สิ หนูก็อยากเป็นเหมือนพี่โดนัท-มนัสนันท์น่ะค่ะ พี่เขาทำงานไปด้วยได้แล้วก็คุยสนุกกับทุกคนไปด้วยได้ พี่เทย่าด้วยค่ะ พี่เขาน่ารักมากเลย พี่เขาเป็นคนตลก หน้าตาฝรั่งมาก แล้วก็น่ารักมากเลยเวลาเขาหัวเราะ เสียงเขาน่ารักมากเลย (ดาราผู้ชายชอบใคร) พี่แดน (ยิ้มแฉ่ง) พี่มาริโอ้ เมาเร่อ พี่ณเดชน์หนูก็เคยเจอ แต่ไม่ได้พูดกับเขา" ยูเคทำท่าเขิน)

ส่วนผลงานต่อจาก The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อยูเคยังมีงานภาพยนตร์ค้างอยู่อีก 2 เรื่อง

"เรื่องเลิฟซักส์ รักอักเสบ ของโดนัท เพิ่งปิดกล้องไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่เขาไม่ได้เล่นเป็นตัวหลัก เพราะบทเด็กที่จะเล่นในหนังได้มันมีไม่เยอะมาก จะเล่นได้ก็แค่เป็นลูก เป็นน้องสาว หรือเป็นวัยเด็ก" ด้านคุณแม่ก็ขยายความต่อว่า "หนังอีกค่ายหนึ่งจะออกปลายปีนี้



นอกจากนั้น ยังมีละครค้างอยู่ ของค่ายโมโนค่ะ เรื่อง 'ตี๋ใหญ่ดับดาวโจร' ผู้จัดคือพี่ป๊อก-ปิยธิดา ผู้กำกับคือพี่ปีเตอร์ เขาเล่นอย่างละนิดอย่างละหน่อย แต่เราอยากให้เขาเล่นละครช่อง 3 ช่อง 7 นะ แต่เขาก็เคยได้เล่นอยู่ค่ะ ช่อง 3 เรื่อง 'รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน' แต่เล่นเป็นตัวประกอบ เป็นไอโกะตอนเด็กค่ะ

อีก 2 ตัวก็จะเป็นงานโฆษณาประกันชีวิตของฮ่องกง ไม่ได้ออนแอร์ในไทย คนที่กำกับคือ ต่อ-ฟีโนมีนา ซึ่งคุณต่อเขาขึ้นชื่อกำกับแนวนี้ คนรอดูงานของคนนี้เยอะ ถ่ายกันตีหนึ่ง ถ่ายกันหนัก บอกได้เลยว่า เป็นตัวหนึ่งที่น่าดู ถ่ายนานมากแต่เขาตัดมาแค่ไม่กี่นาที อาจจะ 3-5 นาที แต่ว่าน่าดู ส่วนอีกตัวนึงคือยูนิเซฟ น่าจะออกประมาณกลางเดือนค่ะ"

ก่อนจะปิดท้ายบทสนทนาด้วยคำถามที่ว่า "วันเด็กปีนี้ อยากบอกอะไรไปถึงผู้ใหญ่ หรืออยากให้โลกใบนี้เป็นอย่างไรในสายตาของเรา" คำถามนี้ ยูเคบอกว่า "อยากให้ทุกคนอยู่อย่างมีความสุขตลอดปี ตลอดไป (น้ำเสียงร่าเริง) สนุกๆๆ ในทุกๆ วันค่ะ (ยิ้มแฉ่ง)"

เบื้องหลังความน่ารักของลูกสาวบ้านนี้

"เราเลี้ยงเขาเหมือนเพื่อนค่ะ เราก็เลยจะสนิท สนิทกับแม่ มันก็ดีนะ เวลาเราสนิทกับใคร เราก็เล่าทุกอย่างให้เขาฟัง มันก็ดีนะคะ เหมือนกับพอมีคนนี้ เราก็พยายามเลี้ยงเขาเหมือนไม่ให้มีความลับต่อกัน มีอะไรก็คุยกันได้ ให้เขาเล่าทุกอย่าง จะเรื่องเพื่อน เรื่องในบ้าน โดนใครว่ามาให้มาบอก ไม่ต้องอาย ไม่ต้องกลัวว่าใครจะว่า แต่เราก็จะเป็นคนที่ดุที่สุดในบ้านด้วย



นอกจากนั้น เราเอาชีวิตประจำวันมาสอนลูกน่ะค่ะ วันนี้เขาเจออะไร เราก็สอนอันนั้น หรืออย่างพี่แดน เราก็บอกว่าเขาไม่ได้นอนเลยนะ แต่เขาไม่เคยจะหงุดหงิดหรือทำหน้าทำตาใส่ใคร หรือเวลาเขาบอกว่า พี่แดนรวยมากเลยเนอะ เราก็จะบอกว่าเขาทำงาน และเขาก็ไม่ได้ใช้เงินซื้อทุกสิ่งทุกอย่าง ขนาดมีเงินแล้วเขาก็ยังทำงานเก็บเงิน ตอนหลังเราก็คิดเหมือนกันว่าเราไปเคร่งกับลูกมากไปหรือเปล่า เราดุลูกทุกวันเลยเพราะเขาอยู่วัยนี้แต่เขาต้องทำงานด้วย แต่เราก็บอกเขาว่า ที่เราดุเขาทุกวันนี้เพราะเราเป็นห่วงนะ" คุณแม่เล่าถึงวิธีการเลี้ยงลูก

"หนูรู้ว่าดุเพราะว่าอะไร ดุเพราะว่ารัก" ยูเคหันไปพูด และมองหน้าคุณแม่ด้วยสีหน้าเศร้าๆ ส่วนคุณแม่ยิ้มรับ พร้อมกับลูบหัวลูกสาวแล้วบอกว่า "เพราะว่าโตปุ๊บเนี่ย คนที่ได้ไม่ใช่แม่ได้นะ เคจะได้ความรักจากทุกคนถ้ามี้ดุวันนี้ จนเขาไปเรียนพิเศษ ครูก็มาบอกเราว่า ความคิดเขาโตกว่าเด็กรุ่นเดียวกันในห้อง คือตอนนั้น คุณครูไปบ่นเพื่อนเขาเรื่องที่คุยกันในห้อง เคก็ไปบอกเพื่อนว่า ไม่ต้องเครียดนะเพราะว่าคุณครูเขาหวังดีนะ เขาอยากให้เราตั้งใจเรียน เราจะได้รู้เรื่อง เขาถึงได้พูดแบบนี้ ถ้าเราคุย เราก็จะไม่รู้เรื่อง"

ถามว่ากลัวไหมว่าชื่อเสียงจะทำให้ลูกสาวเปลี่ยนไป เรื่องนี้ คุณแม่ยอมรับว่า "กลัวเขาว่าน้องแก่แดดค่ะ" ส่วนยูเคก็ตอบขึ้นมาทันควันว่า "หนูไม่อยากแก่แดดเลย" พูดแม่หันกลับมาขยายความต่อว่า "เหมือนเขาเกินวัย ทำท่าทำทางอะไรแบบนั้น เราจะเบรกทันที คนอื่นอยู่ก็ไม่สน



อย่างตอนอยู่ที่กองแดน เขาติดแดนชนิดที่ว่าเล่นกับแดนจนช่วงพักก็ไม่ยอม เราก็ต้องบอกว่า เคพอแล้ว นี่เป็นช่วงพักก็ต้องให้พี่เขาพัก ก็ต้องบอกฝ่ายพีอาร์ว่าอาจจะดูว่าเราจุกจิก เพราะเรารู้ว่าทุกคนเกรงใจ ไม่มีใครกล้าว่าลูกเรานอกจากเรา เราก็ต้องคอยเบรกลูก บอกให้นิ่งได้แล้ว พอได้แล้ว อย่าให้พี่เขาถึงกับต้องพูดนะว่า ยูเค...หนูนิ่งๆ หน่อยได้มั้ยลูก หนูพูดจาเพราะๆ ได้มั้ยลูก

เราก็จะสอนเขาตลอดเรื่องพูดจาว่า ให้พูดจาเพราะๆ อย่าให้ใครมาบอกว่า ตายละ...หน้าตาดีแต่พูดจาไม่ดี พูดจาห้วนๆ ด้วยวัยน่ะค่ะ เขาจะติดมาจากที่โรงเรียนด้วย พอถามว่าทำไมใส่กระโปรง ก็จะตอบว่า “แล้วจะทำไม มีอะไรเหรอ” เขาไม่รู้หรอกว่าคำแบบนี้มันห้วน เราก็จะบอกว่าไม่ได้นะ คำว่ามีอะไรหรือเปล่า เราก็ต้องสอนเขาเรื่องคำพูดค่ะ กลัวที่สุดเรื่องคำพูด"

เรื่อง : ปิยะนันท์ ขุนทอง
ภาพ : พงษ์ฤทธิ์ฑา ขวัญเนตร
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก IG : ukukiz และ Facebook : ukukiz love

//////////////////////



ประวัติส่วนตัว
ชื่อจริง : ด.ญ. ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล
ชื่อเล่น : น้องยูเค
วัน/เดือน/ปีเกิด : 14/09/08
สูง 110 cm / หนัก 17 kg
โรงเรียน : ทิวไผ่งาม ระดับ G1
เชื้อชาติ : ไทย. สัญชาติ : ไทย
ผลงาน :
- ถ่ายแบบเสื้อผ้า Big C 2012, 2014
-เดินแบบเสื้อผ้า Kobkhun 2013, 2014
-เดินแบบงาน KIFW 2013 Brand : Tutti Frutti
- ถ่ายคอลัมน์หนังสือรักลูก 2014
- เป็นแบบพรีเซ็นเตอร์เสื้อผ้า Iliyo, Little Akata
- งานคอนโดฯ แสนสิริ 2013
- งาน Tvc Mitsubishi Pajero sport 2013
- หนังสั้นของ วาโก้ 2014 (My beautiful woman 3/3 ความลับของเจน)
- หนังสั้น Present Perfect หากว่าย้อนเวลากลับไปได้ ( Mono Music) 2014
- MV พีท พีระ
- MV ปล่อย ( ป๊อป ปองกูล ) 2014
- งานเครือข่าย AIS 2014
- ละคร รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน ในบทบาทของ ไอโกะ
- Nuttrilite อาหารเสริม ออนแอร์ที่เกาหลี
- งาน รพ. ศิริราช
- งานไก่หมัก CP
- ภาพยนต์ The one ticket สหมงคลฟีล์ม แสดงบทบาท เป็น น้องปอปลา
*** สามมารถติดตาม UK ได้ทั้ง IG และ Facebook
IG : ukukiz
Facebook : ukukiz love




มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"ASTVผู้จัดการ Live" และ "@astv_live" กันได้ที่นี่!!

และสามารถส่งข่าวสารและเรื่องราวร้องทุกข์ในสังคมมาได้: astvmanager.live.lite@gmail.com
หรือ โทร.0-2629-4488 ต่อ 1477, Fax 0-2629-4754



กำลังโหลดความคิดเห็น