xs
xsm
sm
md
lg

รักกลายเป็นร้าย 'หึง หวง โหด' ไปลงนรกซะเถอะที่รัก!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


นับวันดูจะยิ่งน่ากลัว และสยดสยองมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับอาการหึงหวงที่เปลี่ยนจากรักกลายเป็นร้ายถึงขนาดดับชีวิตอีกฝ่ายหรือคนรักใหม่ของอดีตคนรักให้ตายไปต่อหน้าต่อตา ล่าสุดกับข่าวสะเทือนใจ แฟนเก่าบุกกระหน่ำยิงหนุ่มขายเสื้อ (แฟนใหม่ของอดีตคนรัก) ดับสยองไปต่อหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกไล่ยิงคารถกระบะกันมาแล้วครั้งหนึ่ง

ไม่เพียงแต่กรณีนี้เท่านั้น ยังเคยมีข่าวในระดับสยดสยองให้อ่าน และดูกันบ่อย โดยเฉพาะข่าวแรงรักแรงแค้นที่มีการนำเสนอความสะเทือนใจอยู่เรื่อย ๆ ยิ่งพักหลัง ๆ แทบจะทุกวันจนใครหลายคนเริ่มชินชากับข่าวประเภทนี้ไปแล้ว

ทว่าในความชินชา หากจะมองข้ามก็คงจะไม่ได้ เพราะสามารถเกิดขึ้นกับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่สามเณรก็เคยถูกพายุรักแรงหึงพัดจนหน้ามืด ก่อเหตุสลัดผ้าเหลืองบุกแทงแฟนสาวดับสยองให้เห็นเป็นข่าวมาแล้วเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา

2 ตัวกระตุ้นก่อพายุรักแรงหึง


เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ทีมข่าว ASTVผู้จัดการ Live ได้เคยนำเสนอปัญหา เพื่อให้สังคมได้เรียนรู้ และเท่าทันพิษรักแรงหึงผ่านสกู๊ปข่าวมาแล้วหลายชิ้น โดยเฉพาะ 2 ตัวการที่เป็นตัวกระตุ้นอย่าง ไลน์กับเฟซบุ๊ก แม้ใครหลายคนจะมองว่า อาการหึงหวงเป็นเรื่องธรรมดาของคนรักกัน แต่ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้รักแล้วฆ่า หึงแล้วฆ่าไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้อีกต่อไป โดยเฉพาะยิ่งในยุคที่รักง่ายหน่ายเร็ว โดยมีสะพานเชื่อมความสัมพันธ์รักอย่างไลน์ หรือเฟซบุ๊กเข้ามากระตุ้นแรงหึงหวงจนเป็นแรงหึงโหด

เรื่องนี้ ไม่ได้เอ่ยขึ้นลอย ๆ แต่มีงานวิจัยชี้ชัดให้เห็นว่า เฟซบุ๊กมีส่วนสำคัญในการทำลายความรักความสัมพันธ์ หลังจากที่ รัซเซล เคลย์ตัน บัณฑิตวิทยาลัยวารสารศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งมิสซูรี พบว่า ยิ่งใช้เวลากับเฟซบุ๊กมากขึ้นเท่าไร เฟซบุ๊กก็จะเข้ามามีบทบาทกับชีวิตมากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งบางครั้งก็ยังส่งผลกระทบทางลบทั้งในด้านอารมณ์และร่างกายด้วย อย่างเช่น ปัญหาเรื่องการนอกใจ เลิกรา หรือหย่าร้าง

"คู่รักที่เล่นเฟซบุ๊กมักจะเข้าไปสอดส่องติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ บนหน้าเพจของแฟนตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้เกิดอารมณ์ระแวง หึงหวง และนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งในที่สุด" นี่คือผลสรุปจากการทำวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนเล่นเฟซบุ๊กที่มีอายุระหว่าง 18-82 ปี




นอกจากนี้ การวิจัยยังชี้ให้เห็นอีกด้วยว่า ผู้ที่เล่นเฟซบุ๊กมากเกินไปมีแนวโน้มที่จะติดต่อหรือสานสัมพันธ์กับแฟนเก่ามากกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นเพื่อนกับแฟนเก่าในเฟซบุ๊กก็ตาม แต่ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าหลาย ๆ คนยังคงเข้าไปวนเวียนอยู่ในหน้าเพจหรือติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเขาอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดนอกใจขึ้นได้

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ระยะเวลาในการคบหากันของแต่ละคู่ลดลง โดยค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 ปีหรืออาจจะน้อยกว่านั้น ในทางตรงกันข้ามคู่รักที่มีระยะการคบหามากกว่า 3 ปีขึ้นไปนั้นกลับเป็นกลุ่มที่เล่นเฟซบุ๊กน้อย หรือแทบไม่ได้เล่นเฟซบุ๊กเลย อีกทั้งคู่รักกลุ่มนี้ยังมีความรักความสัมพันธ์ที่มั่นคงแข็งแรงกว่าด้วย


หึงได้ แต่ต้องหึงอย่างพอดี

เรื่องความหึงหวง อภิชา ฤธาทิพย์ นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการ สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต เคยสะท้อนผ่านงานเขียนเรื่องความหึงหวงจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายว่า ความหึงหวงเป็นเสี้ยวหนึ่งของความรัก ซึ่งเป็นไปโดยธรรมชาติเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความรัก แต่ความหึงหวงที่สร้างปัญหา เป็นสภาวะทางจิตใจที่เกิดขึ้นท่ามกลางความสงสัย ความระแวง ความวิตกกังวล และความกลัว ว่าบุคคลที่ตนเองนั้นผูกพันจะต้องอยู่ และรักษาเอาไว้ ไม่ให้เปลี่ยนไปเป็นของผู้อื่น

หากมองในอีกแง่มุมหนึ่งจะพบว่าความหึงหวงเป็นส่วนดีที่แสดงถึงความรัก ความเอาใจใส่คนรัก ความหึงหวงที่มีอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ความสัมพันธ์มั่นคงและยั่งยืนต่อไปได้ (Pines, 1998) อีกทั้งปกป้องความรักไม่ให้เกิดการนอกใจได้ด้วย (Buss, 2000) ภาษาจิตวิทยาเรียกว่า ความหึงหวงที่สร้างบรรยากาศ (romantic jealous; White, 1981)


ดังนั้น รักอย่างไรไม่นำไปสู่คดีหึงโหด สิ่งแรกที่ควรทำก็คือ เลิกพฤติกรรมที่อาจทำให้คนรักคู่ครองเข้าใจผิดจนหึงหวง เช่น กลับบ้านไม่ตรงเวลา ไปที่ไหนไม่บอกกล่าว ปิดโทรศัพท์มือถือ หรือเวลาคุยโทรศัพท์มีการแสดงท่าทีวิตกกังวล และเดินเลี่ยงไปพูดที่อื่น


นอกจากนั้น ควรให้เวลาในการพบปะ พูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ รู้จักเรียนรู้กันให้มากกว่าตอนที่คบหาดูใจ ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันในแบบคู่ครอง ที่สำคัญ ต้องเข้าใจ ให้อภัยและแบ่งปันความรักซึ่งกันและกัน ต้องใส่ใจคนใกล้ตัวให้มากขึ้น


ทำไม 'รัก' ต้องฆ่า!


ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมคนที่รักกันจึงฆ่าอีกฝ่ายหนึ่งได้ลงคอ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย เคยไขข้อข้องใจให้ฟังว่า สาเหตุมันมีมากมาย บางทีเหตุผลของการฆาตกรรมคนรักอาจไม่ได้มาจากเรื่องความรักความหึงหวงเลยก็เป็นได้ แต่อาจมาจากความใคร่ ความหลงผิด หรือความตกเป็นทาสของอารมณ์อย่างชั่ววูบ เช่น ความทะเลาะเบาะแว้ง ความเข้าใจผิด เป็นต้น

ดังนั้น อารมณ์อย่างหนึ่งซึ่งควรระมัดระวังอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีความรักก็คือ 'อารมณ์หึงหวง' ซึ่งภาษาพระท่านเรียกว่า 'ภวตัณหา' อันได้แก่ ความรู้สึกว่า คนที่เรารักนั้นเป็น 'สมบัติของเรา' แต่เพียงผู้เดียว โดยลืมนึกถึงความจริงพื้นฐานไปว่า คนที่เรารักนั้นมีความซับซ้อนมากกว่าสมบัติซึ่งเป็นวัตถุสิ่งของ เมื่อเรารักใครสักคนต้องระลึกอยู่เสมอว่า คนที่เรารักไม่ใช่สมบัติของเราแต่เพียงผู้เดียว แต่เขาก็ยังคงเป็นสมบัติของตัวของเขาเอง ซึ่งเราต้องเคารพและให้เกียรติเขาด้วย

สำหรับใครที่มีคู่ครอง หรือคู่รักที่กำลังดูใจกันอยู่ ประโยคเตือนใจของท่านว.วชิรเมธี เกี่ยวกับความรักต่อจากนี้ น่าจะเป็นการปิดท้ายที่ฝากไว้ให้คิดได้เป็นอย่างดี

"...เมื่อมีความรักเกิดขึ้นในดวงใจ ก็ควรจะเปิดตาเปิดใจของตัวเองเอาไว้ให้กว้างเสมอ อย่าจมดิ่งลงไปในหลุมดำของความรักจนลืมพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน อนาคต ภาระหน้าที่ ศีลธรรม และสถานภาพทางสังคมของตัวเอง เมื่อตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก ควรหาทางชั่งดูหัวใจและหัวสมองของตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่า สองสิ่งนี้ยังสมดุลกันดีอยู่หรือไม่ อย่าริรักทั้งๆ ที่ยังหลับตา แต่จงรักอย่างลืมตาอยู่เสมอ"

ข่าวโดย ASTVผู้จัดการ Live




มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"ASTVผู้จัดการ Live" และ "@astv_live" กันได้ที่นี่!!

และสามารถส่งข่าวสารและเรื่องราวร้องทุกข์ในสังคมมาได้: astvmanager.live.lite@gmail.com
หรือ โทร.0-2629-4488 ต่อ 1477, Fax 0-2629-4754