ตกเป็นข่าวใหญ่! กรณีห้างดังเปิดใหม่ 'สยามสแควร์วัน' หลังมีเสียงบ่นทนไม่ไหวจนผู้ค้าหลายรายรวมตัวกันยื่นจดหมายร้องเรียน ถูกกลิ่นเหม็นทางท่อแอร์ชั้น 1 พ่นพิษใส่จนบางร้านสุดทน ต้องปิดหนีชั่วคราว ติดประกาศให้โลกรู้ "เจ้าของร้านและพนักงานป่วยนเนื่องจากมลพิษภายในอาหาร" แถมปิดป้ายเตือน อากาศภายในนี้มีค่าก๊าซไข่เน่าเข้มข้นสูง ไม่เหมาะกับการอยู่อาศัย แถมเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตด้วย
หลังจากที่ ทีมข่าว ASTVผู้จัดการ Live ได้เจาะประเด็นมลพิษทางอากาศ กรณีห้างฯ ดัง ปล่อย 'ก๊าซไข่เน่า' หรือ 'ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์' ผ่านสกู๊ปข่าว 'ก๊าซไข่เน่า..เหม็นคลุ้ง' เรื่องใกล้ตัว ภัยเงียบในห้างฯ' ไปเมื่อวันก่อน มาครั้งนี้เพื่อเป็นการตีแผ่ความจริงให้ชัดขึ้น ทีมข่าวจึงลงพื้นที่สำรวจถึงห้างฯ พร้อมพิสูจน์กลิ่นเหม็นฟุ้งดังกล่าว ก่อนพูดคุยเปิดใจพ่อค้า แม่ขายในโซนเจ้าปัญหาถึงผลกระทบที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ หรือทรัพย์สิน
บุกพิสูจน์กลิ่น..เหม็นนี้ฟุ้งแค่ไหน
ทีมข่าวเริ่มปฏิบัติการพิสูจน์กลิ่นกันที่บริเวณชั้น 1 ของห้างฯ ซึ่งร้านจะแบ่งออกเป็นซอยต่างๆ ระหว่างทางที่เดินเข้าไปในซอย 1 ชั้น LG กลิ่นสีเบาๆ เริ่มโชยเข้ามา ผสมกับกลิ่นเหม็นชวนเวียนหัวแทรกตามเข้ามาด้วย กระทั่งเดินมาถึงร้าน Costume ร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิง กลิ่นดังกล่าวก็เริ่มจางลง
อริสรา ผดุงเจริญ หรือ พลอยใส ผู้ค้าร้าน Costume บอกว่า กลิ่นสีเบาลงจากวันแรกๆ รวมไปถึงกลิ่นเหม็นแปลกๆ คล้ายก๊าซไข่เน่าที่ออกมาจากท่อแอร์ก็เบาลงด้วย
"อากาศภายในอาคาร ดีขึ้นจากเดิมเยอะค่ะ มันเป็นเหมือนเน่าๆ อะไรสักอย่าง ถามว่ากลิ่นสี กลิ่นปูนมีไหมก็มีนะ แต่แค่ช่วงแรก ส่วนกลิ่นเหม็นๆ คล้ายก๊าซไข่เน่าที่ออกมาจากท่อแอร์มันแรงกว่า ช่วงนั้นมีอาการปวดหัวนิดนึง ตอนนั้นก็ต้องใช้ผ้าปิดจมูกเป็นตัวช่วย ต่อมาก็มีอาการตาแดง ซึ่งส่วนหลังนี้น่าจะมาจากฝุ่นปูนจากการก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จดี แต่ตอนนี้กลิ่นเหม็นเน่าค่อยๆ จางลงไปแล้วค่ะ" เธอเล่า ก่อนจะยืนยันจุดเหม็นฟุ้งให้ฟังอีกจุด "ชั้นใต้ดินค่ะ ไม่เพียงแต่กลิ่นเหมือนก๊าซไข่เน่าแล้ว ยังมีทั้งกลิ่นปัสสาวะ กลิ่นเหม็นจากรางระบายน้ำอีกด้วย"
ผู้ค้าคนเดียวกัน เล่าให้ฟังถึงเหตุผลที่ตัดสินใจมาเปิดร้านที่ห้างฯ แห่งนี้ว่า เล็งเห็นตลาดใหม่ จึงปิดร้านจากห้างเทอมินอล 21 มาเปิดร้านที่สยามสแควร์วัน โดยเริ่มเปิดร้านตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2557 ซึ่งเป็นวันแรกที่ห้างฯ เปิดให้บริการ โดยภาพแรกที่เห็นคือ ห้างยังตบแต่งไม่แล้วเสร็จ แถมยังมีร้านอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้ตบแต่งหรืออยู่ในระหว่างตบแต่ง ทำให้เกิดฝุ่นละออง และมลพิษทางอากาศ และทางเสียง
"มาเปิดขายวันแรก น้ำตาจะไหล เพราะมีความรู้สึกว่า ห้างคุณยังเสร็จไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์เลย ทางเข้า-ทางออกยังมีกลิ่นสี กลิ่นปูนอยู่เลย แล้วตอนนั้นก็ยังไม่มีคนเดินเลย มีแต่คนงานก่อสร้างเดินกันเต็มไปหมด ส่วนห้องน้ำก็ใช้ร่วมกันกับคนงานก่อสร้าง หน้าร้านก็ฝุ่นขาวเต็มไปหมด เปิดมาได้ 5 เดือน ขายของนับชิ้นได้เลย โชคดีที่มีลูกค้าประจำ ส่วนลูกค้ารายใหม่มีเดินเข้ามาน้อยมาก ยังดีที่ทางห้างยังไม่เก็บค่าเช่า ไม่เช่นนั้นตายแน่ๆ"
เป็นความรู้สึกที่สะท้อนให้เห็นทั้งมลพิษ และการบริหารงานของทางห้างฯ ที่ยังมีปัญหาอยู่มาก ซึ่งหลังจากมีการร้องเรียนจากบรรดาผู้ค้า จนเรื่องถึงนักข่าว ก็เริ่มมีฝ่ายที่เกี่ยวข้องลงมาชี้แจงถึงปัญหา พร้อมบอกจะรับผิดชอบ หากผู้ค้ามีปัญหาสุขภาพจากมลพิษทางอากาศภายในห้างฯ
"ตัดสินใจมาเปิดที่นี่แล้วก็ต้องทนเพื่อให้อะไรมันดีขึ้น แต่หลังจากมีข่าวออกไป ทางห้างฯ ก็เริ่มมีเข้ามาบอกว่า ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่เกิดจากมลพิษทางอากาศภายในห้างฯ ทางเขาก็ยินดีรับผิดชอบ และจ่ายค่ารักษาให้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เห็นมีมาบอกอะไรเลย" เธอเผย
หลังจากพูดคุยกันเสร็จ ทีมข่าวเดินต่อไปในซอยที่ลึกขึ้น ซึ่งใกล้กับห้องน้ำ บริเวณนี้ได้กลิ่นสี และกลิ่นเหม็นจากท่อแอร์บางเบา ถามพนักงานทำความสะอาด กลับได้คำตอบว่าไม่ได้กลิ่น ในขณะที่อีกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า "ไม่ได้กลิ่นอะไรนะ มีแต่กลิ่นน้ำหอม"
เดินถัดเข้ามาในซอยที่ลึกขึ้น นุชรี เคียงเจริญ หรือ นัท เจ้าของร้าน Flying Hip ยิ้มทักทาย ก่อนเปิดโอกาสให้ทีมข่าวเข้าไปพูดคุย เธอเล่าว่า ช่วงเปิดห้างเดือนแรกๆ ได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นจนแสบจมูก ซึ่งเป็นกลิ่นคล้ายกลิ่นส้วมระบายออกมาผ่านทางช่องแอร์ ยิ่งถ้าเป็นลานจอดรถจะได้กลิ่นแรงมาก แต่ตอนนี้กลิ่นเหม็นเหล่านั้นค่อยๆ จางลงไปแล้ว
"บริเวณที่ขายตอนนี้ไม่ค่อยมีกลิ่นเหม็นแล้วค่ะ เบาลงไปมาก เอาจริงๆ ดีขึ้นก่อนเกิดเรื่อง และเป็นข่าวค่ะ แต่ก็ยังเหลือแค่บางจุด ส่วนจุดนี้กลิ่นจางไปแล้ว ถามว่าได้รับผลกระทบอะไรจากตรงนี้ ก็มีนะคะ ช่วงแรกๆ กลับบ้านไปเกิดอาการหายใจไม่สะดวก ซึ่งผู้ค้าแถวนี้ก็มีอาการคล้ายๆ กันหมดค่ะ ส่วนตัวยังไม่มีโอกาสได้ไปเช็กร่างกาย แต่รู้เลยว่า ร่างกายเปลี่ยนไปเมื่อได้สูดกลิ่นดังกล่าว" เจ้าของร้านเสื้อผ้าชื่อดังเล่า
เมื่อถามต่อไปว่า มีแผนจะย้ายไปขายที่อื่นหรือไม่ "มีคิดไว้อยู่" เธอบอก "แต่ไม่ใช่เป็นเพราะเรื่องกลิ่นเหม็น แต่ยังมีเรื่องลูกค้าที่ไม่ชินกับการที่สยามเป็นแบบนี้ โดยเฉพาะการเดินชอปปิ้ง แล้วอีกอย่าง ยอดขายตลอด 5 เดือนนี่พูดตรงๆ ว่าแย่มาก ทั้งๆ ที่ร้านค่อนข้างมีชื่อ แถมลงทุนไปตั้งหลายแสน โชคดีที่มีลูกค้าประจำ ส่วนลูกค้าขาจรนี่แทบจะนับคนได้เลย ซึ่งคงต้องดูกันต่อไปว่า ถ้ายอดไม่กระเตื้องยังไงก็คงต้องมองหาที่ใหม่"
ส่วนผู้ค้าอีกราย บอกว่า "ส่วนตัวไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ตอนนี้อยู่แบบภาวะจำยอม แต่บางครั้งใจเราก็ไม่อยากจะยอม ถ้าปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข คิดหนักนะ เพราะไม่รู้ว่าจะย้ายไปอยู่ไหน ขายอยู่ย่านนี้มาเกือบ 10 ปีแล้ว ฐานลูกค้าเราก็อยู่ตรงนี้ ซึ่งร้านส่วนใหญ่ตรงนี้ย้ายมาจากร้านที่ถูกไฟใหม่จากโรงหนังสยามเก่า วันนี้ปัญหาเรื่องกลิ่น ทางห้างบอกว่าเข้ามาแก้ปัญหาแล้ว ซึ่งคงต้องดูกันต่อไปค่ะ"
'ชั้นใต้ดิน' เหม็นนี้จากท่อระบายน้ำ
อีกหนึ่งมลพิษทางอากาศของห้างแห่งนี้ อยู่ที่ชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นบริเวณของลานจอดรถ หลังจากผู้ค้าหลายรายยืนยันว่ามีกลิ่นเหม็น ทีมข่าวจึงลงไปพิสูจน์กลิ่นในบริเวณดังกล่าว ปรากฏว่าเหม็นจริง เมื่อตามหาต้นตอของกลิ่นจึงพบว่า กลิ่นโชยมาจากรางระบายน้ำ ซึ่งมีน้ำขังอยู่มาก แถมยังเป็นน้ำสีดำ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าในบางจุด เมื่อกลิ่นเหม็นจากน้ำ บวกกับสภาพอากาศที่อบอ้าว จึงชวนให้รู้สึกอึดอัด และหายใจลำบาก
เมื่อเดินขึ้นไปถามความเห็นของประชาชนที่มาซื้อของในบริเวณชั้น 1 นักศึกษาสาวที่มากับเพื่อนๆ อีก 2 คน เป็นตัวแทนบอกว่า ยังได้กลิ่นสีอยู่ ส่วนกลิ่นเหม็นเน่าจากท่อแอร์ เธอกับเพื่อนๆ ยืนยันว่า ไม่ได้กลิ่นแต่อย่างใด ส่วนพนักงานออฟฟิศท่านหนึ่ง บอกว่า "บางจุดยังมีกลิ่นเหม็นอยู่ โดยเฉพาะชั้น 1 และชั้นลานจอดรถ แม้กลิ่นจะไม่แรงมาก แต่ก็ทำให้เวียนหัวจนต้องรีบเดินไปทางอื่นให้เร็วที่สุด เพราะกลิ่นแบบนี้ ทำให้อึดอัด และหายใจไม่สะดวก"
ปัญหาทั้งหมดนี้ รลินทร ลาโฮรี ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน ให้สัมภาษณ์ว่า ทราบเรื่องร้องเรียนของทางผู้ค้าแล้ว ตอนนี้กำลังเร่งปรับแก้ในส่วนที่เป็นปัญหา ส่วนเรื่องของก๊าซที่ทำให้เกิดกลิ่นภายในอาคาร ในเรื่องของกลิ่นนั้นทางเราก็มีการปรับปรุงระบบการบำบัดน้ำเสียให้ดียิ่งขึ้นอยู่ก่อนหน้าที่จะมีการร้องเรียนแล้ว คาดว่ามีผู้มาใช้บริการส่วนกลางห้องน้ำเยอะจึงส่งผลเป็นปัญหา ทำให้ระบบบำบัดน้ำเสียทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพไม่สมบูรณ์ ขณะนี้อยู่ในช่วงดำเนินการแก้ไข และทำความเข้าใจแก่ผู้ค้า ซึ่งจะมีการเยียวยาให้ความช่วยเหลือต่อไป
ภารกิจพิสูจน์กลิ่น พร้อมเปิดความรู้สึกของผู้ค้าหลายรายในครั้งนี้ แน่นอนว่ากลิ่นเหม็นยังคงมีอยู่ แต่ไม่แรงเท่าช่วงแรกๆ ที่ห้างเปิดให้ขายของ และจากคำให้สัมภาษณ์ของผู้ค้าบางท่าน สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจ และการบริหารงานของผู้บริหารห้างฯ ดังกล่าวนี้ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังเป็นกรณีศึกษาชั้นเยี่ยมของบุคคลที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารห้างฯ ดังที่นักวิชาการด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมท่านหนึ่ง ได้ฝากเอาไว้ โดยทีมข่าวขอนำมาสรุปทิ้งท้ายว่า ปัญหา 'ก๊าซไข่เน่า' ส่งกลิ่นเหม็นในห้างสรรพสินค้า ไม่ว่าจะกรณีนี้หรือกรณีไหน เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ไข โดยเฉพาะผู้บริหารห้างต้องมีจิตสำนึกสาธารณะ มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีการตรวจสอบในประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปตามมาตรการทางกฎหมาย ไม่ใช่ละเลยตรวจสอบ ตักเตือน แล้วสุดท้ายก็ปล่อยผ่าน
ข่าวโดย ASTVผู้จัดการ Live
ตามมา Follow Instagram และ Facebook Fanpage
"ASTV ผู้จัดการ Live" กันได้ที่นี่!!
**สามารถส่งข่าวสารและเรื่องราวร้องทุกข์ในสังคมมาได้: astvmanager.live.lite@gmail.com
หรือ โทร.0-2629-4488 ต่อ 1477, Fax 0-2629-4754


