ปฏิเสธไม่ได้เลยล่ะว่า โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางระบายความอัดอั้นตันใจ และการพร่ำบ่นแบบสาธารณะบนโลกออนไลน์ที่สามารถกระจายข้อมูลได้อย่างงรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติตัวไม่เหมาะไม่ควร ระวังตัวไว้ให้ดี..ไม่แน่ว่าวันหนึ่งคุณอาจตกเป็น 'จำเลยสังคม' โดยไม่รู้ตัว เพราะพฤติกรรมน่าชังของพวกคุณจะถูกประจานบนโลกออนไลน์นั่นเอง!
จากเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'เสานี้ไม่ว่างเสาหน้านะน้อง' ตีแผ่ปรากฏความเห็นแก่ตัว และไร้มารยาทตัวบนรถไฟฟ้า เช่น ยืนพิงเสา, นำอาหารขึ้นมาทาน ฯลฯ สะท้อนภาพพฤติกรรมไม่น่ารักของผู้ที่เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ด้วยการเสียดสีอย่างมีชั้นเชิง
สู่เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'มนุษย์ป้า' ที่นำเสนอเรื่องราวของบุคคลที่เห็นแก่ตัวทุกรูปแบบ ทั้งแซงคิว, แย่งที่นั่งพระ, ขาดมารยาททางสังคมเข้าขั้นรุนแรง ฯลฯ ภายใต้คำจำกัดความว่ามนุษย์ป้า อันหมายรวมทุกเพศทุกวัยเพียงแค่คุณมีลักษณะเข้าข่าย และถูกจับภาพได้ เพียงเท่านี้คุณก็จะโดนประจานบนโลกออนไลน์ทันที
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการใช้งานในลักษณะโพสต์ภาพและข้อความในลักษณะประจานผู้ใดผู้หนึ่งบนโลกออนไลน์ ก็คงไม่ต่างกับ 'การนินทาลับหลัง' หากผู้อยู่ในเหตุการณ์ หรือถูกกลุ่มคนที่มีลักษณะน่าชังคุกคาม ไม่พูดจาภาษาดอกไม้เตือนในความไม่น่ารักนั้นๆ
พฤติกรรมขี้ฟ้องบนโลกออนไลน์
“ใครมีเรื่องเล่า E-มนุษย์ป้าพวกนี้ส่งมาได้เลย เราต้องสกัดป้าๆ เหล่านี้” โพสต์ของแอดมินเฟซบุ๊กแฟนเพจ มนุษย์ป้า (https://www.facebook.com/KhunPaaaa)
ซึ่งพิจารณาดูแล้ว ไม่ต่างจากการชี้ชวนให้ผู้คนเข้ามาร่วมแสดงความเกลียดชังต่อกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมไร้ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม สิ่งหนึ่งที่สำคัญของการทำแฟนเพจในลักษณะสะท้อนปัญหาสังคมน่าจะทำในเชิงสร้างสรรค์ ต้องระมัดระวังอย่าสร้างเพจปลุกปั่นหรือสร้างความแตกแยก
“ไม่กล้าพูดคุยต่อหน้า แต่จะกล้ามากๆ ในโลกโซเชียลมีเดีย” ธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการสถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ (สวส.) อธิบายถึงพฤติกรรมของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียจำนวนหนึ่ง ที่ใช้งานในลักษณะถ่ายภาพคนที่ทำตัวไม่เหมาะไม่ควรแล้วนำมาโพสต์ประจานบนโลกออนไลน์
วิธีการการถ่ายภาพพฤติกรรมไม่เหมาะสมแล้วนำมาโพสต์ในเพจต่างๆ เหล่านี้ หากมองอีกแง่มุมนั้นสะท้อนว่า บุคคลในสังคมกำลังขาดในเรื่องการปฏิสัมพันธ์ และความกล้าแสดงออก แทนที่จะเข้าไปบอกกล่าวโดยตรง แต่เลือกที่จะถ่ายภาพแล้วนำมาประจานในโซเชียลฯ
“หน้าเพจเฟซบุ๊ก คนจะรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจ มีความสะใจที่จะได้พูดประณามพฤติกรรมเหล่านี้ แต่มันจะดีกว่าถ้าเลิกใช้สมาร์ทโฟนแล้ว เข้าไปพูดกับเขาตรงๆ
“นั่นเพราะเราขาดทักษะการสื่อสารที่จะไปบอกเขาว่า.. อย่าทำอย่างนี้นะ คือเราพูดแนะนำเขาไม่เป็น แต่เรามีทักษะในการใช้สมาร์ทโฟน ถ่ายรูปแล้วก็เขียนประณาม แสดงให้เห็นว่ามนุษย์รุ่นนี้เนี่ย เป็นมนุษย์ที่ไม่มีทักษะ face to face ทุกคนเพิกเฉยเรื่องที่จะเข้าไปพูดกับเขาตรงๆ แต่ว่าเรากล้าพูดเรื่องนี้ในพื้นที่ส่วนตัวบนออนไลน์ เพราะว่าโซเชียล 'มนุษย์มือถือ' ทำให้คนขาดทักษะการพูดคุยต่อหน้า ขาดทักษะในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เพราะว่าเราไม่กล้าไปบอกเขา แต่เรามีทักษะเป็นเลิศแบบการสื่อสารแบบโซเชียลฯ ”
เปิดมิติใหม่ รณรงค์ทางสังคม
ธาม อธิบายถึงปรากฏการณ์เพจในลักษณะข้างต้นที่ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างเลี่ยงไม่ได้ “ถ้าไม่มีหน้าเพจแบบนี้จะไม่มีใคร พูดถึงปัญหานี้หรือเปล่า เรื่องของคนไม่รักษาระเบียบวินัย เรื่องของคนลัดคิว พูดจาโผงผาง ด้วยการถืออาวุโส เรื่องนู้นเรื่องนี้ คำว่ามนุษย์ป้า เป็นคำประดิษฐ์ เป็นตัวแทนคนเห็นแก่ตัว ไร้ความรับผิดชอบ
“ในทางหนึ่ง มันจะมีปัญหาก็ต่อเมื่อเราเปิดเผยรูปเขา เปิดเผยใบหน้าจริงของเขา ในลักษณะดูถูกเหยียดหยาม ใช้คำหยาบคาย แต่ถ้าไม่ได้ทำถึงขั้นนั้นแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าเป็นการระวังภัย หรือว่าเป็นปรากฎการณ์การพูดคุยทางสังคมรูปแบบหนึ่ง
“ประเด็นสำคัญของชาวโซเชียลมีเดีย คือเรามองเห็นปัญหาสังคมของคนไร้ความรับชอบ เอาโซเชียลมีเดียมาทำอะไรให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมทางสังคมรูปแบบหนึ่ง เพราะเราต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น มนุษย์เหล่านี้ สะท้อนว่าเราอยู่ในพื้นที่สาธารณะ แต่ว่าเราไม่ได้คำนึงถึงกฏเกณฑ์การใช้พื้นที่สาธารณะ หรือว่ากฏเกณฑ์การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น กฏเกณฑ์การเคารพระเบียบของสังคม”
เหล่านี้ คือการรณรงค์ทางสังคมรูปแบบหนึ่ง แต่ว่าผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียต้องพึงระวังในเรื่องการหมิ่นประมาท ไม่ละเมิดอัตลักษณ์ อาทิ รูปใบหน้า ชื่อเสียงเรียงนาม หยามเกียรติ หรือใช้ถ้อยคำหยาบคาย เพราะเป็นไปได้ว่าเขาอาจทำไปโดยไม่ดั่งใจ ไม่มีควรนำมาประณามแบบโจ๋งครึ่ม
เพจเสานี้ไม่ว่างเสาหน้านะน้อง และเพจมนุษย์ป้า รวมถึงอีกหลายๆ เพจที่มองเห็นปัญหาสังคมคล้ายๆ กัน แล้วมาตีแผ่ คนเห็นแก่ตัว ขาดระเบียบวินัย ขาดกฏระเบียบการใช้ชีวิตกับผู้อื่น สิ่งหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ คือ ผู้ใช้งานโซเชียลฯ ต้องพึงระวังในเรื่องการแสดงความคิดเห็น
“ผู้ที่เข้าไปสังฆกรรมกับเพจเหล่านี้ต้องเข้าใจกฏเกณฑ์ เพราะฉะนั้น แอดมินต้องมีความชัดเจนตรงนี้ด้วย เช่น เราต้องการพูดถึงปัญหาส่วนรวมไม่ใช่มุ่งเน้นวิพากษ์วิจารณ์มนุษย์ป้าคนใด เราไม่ต้องการประณามใคร 1.ต้องไม่ละเมิดสิทธิอัตลักษณ์ส่วนบุคคล 2.ต้องไม่ประณาม ประจาน ในลักษณะที่เป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล 3. อย่าใช้วาจาสร้างความเกลียดชัง และ 4. ถ้าเป็นมุกตลก ต้องขำแบบสร้างสัน ไม่ใช่ขำแล้วไม่ได้แก้ปัญหาอะไร
การขับเคลื่อนของเพจลักษณะนี้นำอารมณ์เข้ามาเป็นสีสันไม่ใช่เรื่องผิด โดยเฉพาะการขบขันที่เกิดจากตัวบุคคลที่อาจมีพฤติกรรมน่าชัง
“การใช้อารมณ์ขันไม่ผิด แต่ต้องดูว่าถ้าการทำให้ผู้ถูกขำในเรื่องนั้นสร้างความอับอายต่อสาธารณะ หรือว่าดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นคนหรือเปล่า”
ธาม กล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้คนเริ่มแสดงออกว่าเราใช้สื่อโซเชียลมีเดียไปในทางสร้างสรรค์ได้ เพียงแต่มันยังไม่เข้าที่เข้าทาง ตรงส่วนนี้เป็นคำถามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีการดำเนินการปรับแก้ในส่วนของพฤติกรรมไร้ระเบียบของคนในสังคมไทยได้อย่างไร มิเช่นนั้น ก็จะเป็นเพียงเรื่องตลกโปกฮาที่ถูกนำมาล้อเลียนโดยไม่เกิดประโยชน์ใดเลย
….................................
เรื่องโดย Astv ผู้จัดการ Live
ตามมา Follow Instagram และ Facebook Fanpage ของ "ASTV ผู้จัดการ Live" กันได้ที่นี่!!


