จากวลี “Don't LIE to me” กลายเป็น “Don't THAI to me” สแลงที่กำลังฮิตที่สุดขณะนี้ในภูมิภาคเอเชียไปเสียแล้ว!! พี่น้องชาวไทยทุกคนที่ได้รับรู้กระแสข่าวนี้ต่างเกิดอาการไม่ต่างกันคือ ปวดใจ, อาย, สลด ฯลฯ ที่ภาพลักษณ์ของคนในชาติและประเทศที่รักต้องป่นปี้เพราะปลาเน่าแค่ไม่กี่ตัวในบ่อการเมือง
แต่อย่าเพิ่งเสียใจกันไป เพราะกระแสที่แชร์กันอย่างหนักบนโลกออนไลน์ขณะนี้ มีแนวโน้มว่าจะไม่ใช่สแลงฮิตในเอเชียอย่างที่กล่าวอ้าง แต่เป็นแค่กระแสในไทยเท่านั้นเอง
คอลัมนิสต์ชื่อดังอาย สแลงประจานไทยทั่วโลก
"มันเจ็บปวดรวดร้าวเข้าไปถึงกึ๋นของคนไทยทุกคน... ประโยคสแลง Don't Thai to me เพิ่งจะฮิตในโซเชียลเน็ตเวิร์กภูมิภาคเอเชีย หลังจากที่กฎหมายอัปยศ กฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่ง ที่มีการแปรญัตติเปลี่ยนเนื้อหาให้นิรโทษกรรมคนโกง ทุจริตคอร์รัปชั่นทุกคดีย้อนหลังไปถึง 9 ปี และผ่านสภาผู้แทนราษฎรอันไร้เกียรติออกมาตอนตี 4 กว่า แม้จะยังไม่แพร่ไปทั่วโลก แต่ชื่อเสียงของคนไทย ชื่อเสียงประเทศไทยก็ป่นปี้เหม็นโฉ่ไปทั่วเอเชียแล้ว
ต่อไปนี้ คนไทยไปต่างประเทศ ไปทำอะไรที่ไม่ดี ทำอะไรที่คนต่างชาติไม่เชื่อถือ ก็จะถูกย้อนด้วยศัพท์สแลงเจ็บๆ ประโยคนี้ Don't Thai to me อย่ามาโกหกตอแหลฉัน อย่ามาโกงฉัน ไม่รู้คนไทยที่เดินทางไปทั่วโลก จะต้องเจ็บปวดกับประโยคนี้ไปอีกนานเท่าไร"
นี่คือความเจ็บปวดส่วนหนึ่งที่ “ลม เปลี่ยนทิศ” คอลัมนิสต์ชื่อดังประจำหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ สาธยายเอาไว้ในคอลัมน์ "หมายเหตุประเทศไทย" ซึ่งกลายเป็น Talk of the town เป็นกระแสแชร์กันให้ว่อนเน็ตอยู่ขณะนี้ เพราะผู้เขียนประกาศเอาไว้ตั้งแต่ย่อหน้าแรกว่า Don’t Thai to me เป็นศัพท์สแลงที่กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่นมาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เปรียบคำว่า "โกหก ตอแหล การต้มตุ๋น” กับคำว่า "ไทย" หลายคนจึงมองว่าเรื่องนี้ต้องมีมูล ไม่อย่างนั้นนักเขียนชื่อดังคงไม่ยืนกรานขนาดนี้
คนไทยปั้นเรื่อง หยุดดูถูกตัวเองเถอะ!
เมื่อ “ลือ” ได้ ก็ “ลวง” ได้ ถึงแม้บทความของคอลัมนิสต์ชื่อดังจะน่าเชื่อถือเพียงใด แต่ก็ยังมีฝ่ายที่ยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ดี ลองย้อนกลับไปดูกระแสข่าวก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าเคยมีข่าวลือแบบลวงๆ ลักษณะนี้เช่นกัน ในวลีที่ว่า “You’re so Thai” หรือแปลเป็นภาษาบ้านๆ ว่า “แกไทยมาก” นั่นเอง
ครั้งนั้น อ้างกันว่าเป็นคำสุดเก๋ที่กำลังฮิตในหมู่ชาวฟิลิปปินส์ ใช้เปรียบเปรยแนวเสียดสีคนไทยในเพจประชาคมอาเซียน (AEC) โดยเขียนต่อว่าถึงนิสัยเสียๆ ของคนไทยออกมาถึง 15 ข้อ แต่ละข้ออ่านแล้วล้วนแต่เจ็บจี๊ด แต่เอาเข้าจริง หลังจากการตรวจสอบสืบค้าอย่างจริงจัง กลับพบว่าต้นตอไม่ใช่ฝีมือชาวฟิลิปปินส์อย่างที่ลือกันมา แต่เป็นการสร้างกระแสในหมู่คนไทยที่อยากด่าคนไทยด้วยกันเอง
“สารพัดวลีดูถูกคนไทย "มันไทยมาก" "Don't Thai to me" ไม่เคยมีใครใช้จริงๆ นอกจากคนไทยปั้นเรื่องขึ้นมาเอง! เลิกดูถูกตัวเองได้แล้วครับ” ปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีชั้นนำของเมืองไทย โพสต์ภาพพร้อมข้อความนี้เอาไว้บนเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเสริมคำบรรยายเพิ่มเติมเอาไว้ว่า
“ขอเถอะครับเพื่อนๆ วลีหรือสแลงเหล่านี้ไม่มีจริง เป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้นที่พวกเราเข้าใจผิดและส่งต่อกันมากมาย ทั้ง "มันไทยมาก" และ "Don't THAI to me" ไม่เคยมีต่างชาติที่ไหนใช้ครับ ลองใช้ Google หาจะเจอแต่เว็บไทยเท่านั้น หยุดดูถูกตัวเองเถอะครับ”
“ไม่เคยได้ยิน” ความจริงจากปากชาวเอเชีย
ถึงเวลาค้นหาความจริง!... เมื่อกระแสข่าวระบุว่าสแลงนี้กำลังฮิตในหมู่คนเอเชีย อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ฯลฯ จึงต้องสืบให้ลึกถึงต้นตอ
อรุณ อรุณเมฆินทร์ พนักงานวัย 27 จากบริษัท Belt Collins Design International ประเทศสิงคโปร์ ยืนยันว่าชาวสิงคโปร์ไม่เคยได้ยินวลี Don’t THAI to me ออกมาจากปากคนแถวนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว “ผมทำงานกับคนสิงคโปร์ด้วยครับ ถามเขาให้เมื่อกี๊ พอดีเขานั่งกินข้าวกับผมอยู่ เขาบอกว่าไม่เคยได้ยินคำพูดอะไรแบบนี้เลยนะครับ หรือจะเพราะเขาเกรงใจผมหรือเปล่า เพราะผมเป็นคนไทยเต็มตัว (หัวเราะ) แต่คงไม่หรอกครับ เพราะผมเองก็ยังไม่เคยได้ยินเหมือนกัน”
ไม่ต่างจากการตรวจสอบในฟากมาเลเซีย Eva Ceez แอร์โฮสเตสสาวประจำสายการบิน Malaysia Airline วัย 29 ปี เองก็บอกว่าเธอเพิ่งเคยได้ยินวลีดังกล่าวครั้งแรกจากคำถามนี้นี่เอง และยังไม่เคยได้ยินผู้โดยสารคนไหนพูดถึงคำๆ นี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อลองสอบถามเพื่อนๆ ของเธอซึ่งเป็นนางฟ้าประจำสายการบินเช่นกัน อีก 3 คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่เคยได้ยิน”
เช่นเดียวกับเพื่อนอีก 3 คน ซึ่งเป็นพนักงานธนาคาร, ครูสอนเปียโน และแม่บ้าน ชาวมาเลเซียที่เธอรู้จัก ล้วนแล้วแต่ไม่เคยได้ยินสแลงหรือข่าวลือเรื่องคำฮิตนี้เลย ทั้งที่ทุกคนก็รู้ข่าวคราวเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองในประเทศไทยดี เพราะมีให้เห็นในทีวีแทบทุกวัน แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่เคยเหมารวมว่า “คนไทย” จะ “ขี้โกง” พร้อมให้เหตุผลว่า
“เพราะการเมืองไทยกับประเทศไทยทั้งประเทศมันคนละส่วนกันค่ะ สิ่งที่ฉันเห็นในข่าว คือผู้คนกำลังพยายามที่จะปกป้องตัวเองและยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง คัดค้าน พ.ร.บ. นิรโทษกรรม
แต่ถ้าจะให้พูดในเรื่องบ้านเมืองไทย ฉันว่ามีหลายอย่างที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อย่างเช่น เรื่องพื้นถนนมันแย่มาก เวลาขับรถกลางคืน ตามถนนหลายที่ก็ไม่มีไฟ อันตรายมาก แล้วฉันยังเห็นสายไฟระโยงระยางเกือบจะทุกที่ เราอาจจะบังเอิญไปโดนสายไฟพวกนั้นเข้าวันไหนก็ได้
แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จักเมืองไทย ไม่รู้จักคนไทยมาก่อน พอนึกถึงประเทศไทย อาจจะคิดว่าประเทศไทยมีชื่อในเรื่องโสเภณี เป็นประเทศที่มีปัญหาเรื่องช่องว่างของกฎหมายอยู่มาก มีเพลงอยู่เพลงหนึ่งที่ศิลปินชาวมาเลย์แต่งเอาไว้เกี่ยวกับสาวไทยและทำ MV ออกมา (คลิปอยู่ด้านล่าง) มันบอกได้คร่าวๆ ว่าคนมาเลย์มองเมืองไทยยังไง มองว่าผู้หญิงเซ็กซี่ จะคิดถึงเรื่องผีๆ แล้วก็กะเทยไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ฉันก็คิดแบบนี้เหมือนกัน จนกระทั่งได้รู้จักกับเพื่อนคนไทยส่วนหนึ่ง ฉันเลยรู้ว่าคนไทยมีมนุษยสัมพันธ์ดีมากๆ ชอบใช้ชีวิตสนุกๆ ผ่อนคลาย แล้วก็มีอารมณ์ขันด้วย
ผู้โดยสาร First Class ของฉันคนนึงเป็นชาวฝรั่งเศส เธอรวยมาก มีธุรกิจทั้งในฝรั่งเศสแล้วก็ในไทย แต่เธอเลือกจะใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย มีบ้านในไทย เพราะเธอบอกว่า ถึงแม้ว่าการเมืองไทยจะไม่ค่อยมั่นคงและมีปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่น แต่ผู้คนและสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวก็ยังทำให้เธอมีความสุขที่จะอยู่ในเมืองไทย”
ลองให้ให้คำจำกัดความ “ประเทศไทย” ด้วยคำ 1 คำ Eva ให้คำตอบกลับมาว่า “Mystical” ส่วนเพื่อนๆ ของเธอนึกถึงคำว่า “Nice” “Exotic” และ “Shopping!!”
ถึงแม้ตอนนี้ ในสายตาชาวต่างชาติจะยังไม่มองคนทั้งประเทศเป็น “คนโกง” และวลีที่ว่า "Don't Thai to me" จะยังไม่ได้ฮิตใช้ในทางลบตามข่าวที่ลือกันมา แต่ภาพลักษณ์ในเรื่องปัญหาโสเภณี กฎหมาย และการคอร์รัปชั่นก็ถูกกล่าวถึงในวงกว้างอยู่เหมือนกัน
และถ้าไม่อยากให้ชื่อเสียงคนไทยต้องป่นปี้ไปมากกว่านี้ นี่อาจถึงเวลาที่ผู้นำประเทศต้องถอยหลังสุดซอย อย่าให้ปลาเน่าไม่กี่ตัวในบ่อการเมือง ต้องทำให้เหม็นไปทั้งข้อง หมองไปทั้งประเทศเลย!!
ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ LIVE