xs
xsm
sm
md
lg

'ร่วง' ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ซุป'ตาร์ คุณชายหมอ ที่ใครๆ พากันยี้?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ปรากฏการณ์ 'เจมส์จิ ฟีเวอร์' หลั่งฟีโรโมนกระชากเรตติ้งแฟนคลับทั่วบ้านทั่วเมือง กลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่เอเยนซี่โฆษณา, อีเวนต์ ฯลฯ ขายขนมจีบแบบทุ่มไม่อั้น อยู่ๆ ก็ดังแบบไม่ทันตั้งตัว ก็ไม่รู้จะดับแบบไม่ทันตั้งตัวด้วยหรือเปล่า เพราะขึ้นแท่นพระเอกแถวหน้าได้ไม่นาน กระแส 'Anti เจมส์จิ' ก็ไล่บี้ชนิดที่ว่าหายใจไม่ทั่วท้อง

'เจมส์จิ' ชื่อเสียงเรียงนามที่ทุกคนต่างพากันเรียก 'เจมส์ - จิรายุ ตั้งศรีสุข' นักแสดงผู้โด่งดังพลุแตกชั่วพริบตา หลังการปรากฏตัวในบทบาท 'คุณชายหมอ' แห่งละครเรื่องคุณชายพุฒิภัทร (หนึ่งในซีรีส์สุภาพบุรุษจุฑาเทพ)

ดูเหมือนกระแสของนักแสดงหนุ่มผู้นี้เป็นประเด็นที่ใครหลายคนกำลังจับตามอง คล้ายๆ กับว่าเกิดกำลัง 'อุปาทานหมู่แอนตี้เจมส์จิ' ในสังคมยังไงยังงั้น

อย่างไรก็ตาม โซเซียลมีเดียป็นช่องทางหนึ่งที่วัดกระแสของดาราได้ แม้กระแสอวยเจมส์จิสะพัดทั่วเน็ต แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมาก็เริ่มมีคนกลุ่มหนึ่งรวมมือลงแรงกดไลค์ในเฟซบุ๊กเพจ 'Anti เจมส์ จิรายุ' (สร้างเพจ6 ก.ค. 56 ) แม้ยอดค่อยๆ คลานแต่ก็ล่อเข้าไป 18,000++ กว่าไลค์แล้ว (อับเดทข้อมูล 20 สค. 56)
เจมส์จิ ในบท คุณชายหมอ แห่งละครเรื่องคุณชายพุฒิภัทร
พ่อเจ้าประคุณทั้งหล่อทั้งน่ารัก
เจมส์จิ ถึงแรงไม่หยุดแต่เริ่มฉุดอยู่แล้วว่ามั้ย? ขอหยิบยกบทความเรื่อง “เจมส์ จิ” ซุป’ตาร์ชาละวัน ปรากฏการณ์ดังห้างแตก! ตีพิมพ์ในนิตยสาร ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ที่บอกเล่าการวางตัวในวงการบันเทิงของนักแสดงหนุ่มโดยมีผู้จัดการส่วนตัว 'พ่อจัน' หรือ 'ปิ๊ก - ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์' ถือบังเหียนคุมเกม ความว่า

“1 ปีแล้วกับการก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ที่อาจเปลี่ยนชีวิตเด็กต่างจังหวัดลูกคนธรรมดาเป็นซุป’ตาร์ที่ทำอะไรก็โดนจับตามอง ด้วยวัยเพียง 19 ปี นี้ พ่อจัน หรือ ปิ๊ก ฌาณฉลาด ผู้จัดการส่วนตัว จึงกลายเป็นพ่อคนที่สองในการรับงาน และทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวดูแลคิวต่างๆ อีกทั้งรับงานอย่างไม่ผลีผลามให้เจมส์ และตั้งมั่นแน่วแน่ว่าจะไม่รับอีเวนต์อย่างพร่ำเพรื่อ ที่นอกเหนือไปจากพรีเซ็นเตอร์ที่รับไว้

ทั้งนี้ ตรงกับความต้องการของช่อง 3 ที่กำลังเพลียไม่น้อยกับข่าวลือที่ว่ากำลังเบื่อกับการออกงานอีเวนต์รับงานนอกมากกว่าละคร ในแง่มุมของเด็กในสังกัด เอ - ศุภชัย ศรีวิจิตร ที่มีข่าวว่า ร้อนๆ หนาวๆ เนื่องจากงานอีเวนต์กับละครมักจะซ้อนเวลากัน จนบางครั้งต้องสลับคิว ดองคิว จนเกิดปัญหาขึ้นในกองเรื่องหาคิวยาก โดยเฉพาะเด็กในสังกัด เอ ศุภชัยที่กำลังดังอยู่หลายคน เจมส์จิ จึงคล้ายกับเป็นดาราเบอร์แรกๆ ที่ตัวเล็ก เพิ่งเข้าวงการแต่ดังเป็นพลุแตกที่เกิดมาเพื่อสอนมวยดารารุ่นพี่หลายๆ คน ที่ห่วงงานอีเวนต์จนงานในกองละครเสียหาย หรือต้องให้ทีมงานรอ เป็นระยะเวลานาน บัลลังก์พระเอกละครจะดีอย่างที่ตั้งไว้หรือไม่

อย่างไรก็ตามข่าวลบของเจมส์จิก็ค่อยๆ ไล่บี้ ทั้งเขาและผู้จัดการส่วนตัวที่ใครหลายคนลงความเห็นถึงความผิดพลาดในการบริหารงานของ ปิ๊ก จนทำให้ เจมส์จิ เกิดกระแสแอนตี้อย่างหนัก”
ปิ๊ก ผู้จัดการส่วนตัว กับ เจมส์จิ ซุปตาร์
บทความของทีมข่าว ซุปเปอร์บันเทิง ตีแผ่พฤติกรรม 'เยอะ' ที่ทำให้หลายคนออกอาการส่ายหน้าเจมส์จิ ความว่า

หลังจากที่กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิจารณ์ในความเยอะเรื่องมากของนักแสดงสุดฮอตอย่าง เจมส์ จิรายุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับงานที่จะรับเฉพาะแต่งานละครและโฆษณา ไม่รับงานอีเว้นต์ และตั้งกฎเหล็กในการออกงานของนักแสดงหนุ่มแต่ละครั้งต้องมีการ์ดคอยประกบคุมเป็น 10 คน ให้สัมภาษณ์แต่เฉพาะเรื่องของงานเท่านั้น ที่สุดๆ ก็คือห้ามเข้าใกล้ชิดตัวนักแสดง ไม่ให้เอาไมค์จ่อปากแต่จะจัดตั้งโต๊ะแถลงข่าวทุกครั้งที่นักแสดงหนุ่มออกงาน เรียกว่ามาตรฐานเยอะแบบศิลปินเกาหลีที่ต้องกั้นเชือกห้ามเข้าใกล้ไม่ต่ำกว่า 5 เมตร

รวมไปถึงกรณีกับสาว นุ้ย - สุจิรา อรุณพิพัฒน์ พิธีกรสาวเข้าไปขอนักแสดงหนุ่มถ่ายรูปแต่ได้รับการปฏิเสธจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ก่อปฐมบทเพจคนรวมตัวแอนตี้นักแสดงหนุ่ม
พ่อจัน หรือ ปิ๊ก - ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์ ผู้จัดการส่วนตัว
แรกๆ ก็ชอบ แต่หลังๆ รู้สึกแบบ..
ถูกกระแสแอนตี้ถล่มขนาดนี้ ปิ๊ก ในฐานะผู้จัดการส่วนตัว และ เจมส์จิ เรียกว่านั่งไม่ติดกันทีเดียว ทั้งคู่แก้เกมด้วยการน้อมรับความผิดพลาด ที่ทำให้แฟนๆ เข้าใจความหมายบิดเบือนไป ปิ๊ก ผู้จัดการฯ เปิดใจอย่างหมดเปลือก

"เราได้เห็นแล้ว เจมส์เองก็รับทราบ ทางเราเองก็เสียใจเหมือนกัน แต่ว่าอะไรที่เราทำออกมาแล้วไม่ถูกใจก็อยากจะขอโทษ และตั้งใจว่าอยากจะขอโอกาส เราจะพยายามอย่างเต็มที่ทั้งตัวน้องเองเรื่องทำงานเรื่องผลงาน กดดันเอางานที่ดีให้เกิดขึ้นกับตัวเอง และก็ส่วนตัวผมเองจะบริหารจัดการคิวให้ได้”

“เจมส์เป็นคนที่ทุ่มเทกับการทำงานมาก เขาจะโฟกัสในสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้าเลยมีโอกาสที่จะได้คุยกันน้อง เขาเองก็ทำงานแต่เช้าส่วนใหญ่ก็จะไลค์คุยกัน แต่เขาก็น้อมรับทุกเรื่องเลยและรับปากว่าจะทำตัวเองให้ดี โดยเฉพาะการเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ผู้อาวุโส เขาเป็นรุ่นน้องทุกคนเป็นรุ่นพี่หมด เขาคงต้องทุ่มเทมากกว่านี้ ทุกอย่างที่เขาทำมายังน้อยไป"
ไลน์
ปิ๊ก ยังให้สัมภาษณ์ผ่าน www.komchadluek.net ความว่า “ช่วงที่ผ่านมาถือว่ากระแสของเจมส์มาเร็วมาก พอกระแสพลิกขึ้นมา เราตั้งรับไม่ทันจริงๆ เรามีปรึกษาผู้ใหญ่บ้าง มีผู้ใหญ่แนะนำว่าอยากให้มีคนดูแลเจมส์ ที่จะอยู่ข้างๆ เขา ให้ยิ้มแย้มแจ่มใสและดูเป็นมิตร ซึ่งเราเห็นดีด้วย เพราะช่วงที่ผ่านมาผมให้ทีมดูแลเจมส์ในแต่ละด้านที่เราอาจจะไม่ถนัด มันคงเป็นความอ่อนด้อยของทีมผมเอง เมื่อก่อนที่ผู้จัดการคนเดียวทำทุกอย่าง วันนี้ผมกลับกลายเป็นคนแก่ที่ล้าหลัง ผมเลยต้องพึ่งทีมชำนาญเฉพาะด้าน ต่อไปเราก็จะดึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากเขาให้มากที่สุด และผมจะกลับไปดูแลเขาใกล้ชิด”

Hate Page 'Anti เจมส์ จิรายุ'
ในกรณีของเจมส์จิหากประเมินจากสถานการณ์ กระแสแอนตี้ ค่อนข้างมีสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพจ 'Anti เจมส์ จิรายุ' ตอนนี้มีหลายกลุ่ม โดยบางกลุ่มมีสมาชิกเกือบ 18,000 คนแล้ว ทำให้เกิดการแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารในทางลบต่อตัวนักแสดงแพร่ไปได้กว้างขวางมาก ประเด็นสาเหตุในการแอนตี้ที่รองๆ ลงมาก็ถูกยกขึ้นมาเป็นข้อเหตุผลในการตำหนิอย่างต่อเนื่อง เช่น การตอบคำถามที่ดูไม่จริงใจ ทีมงานที่ยังขาดความเข้าใจในการดูแลนักแสดงหน้างาน ฯลฯ

อ.กอบกิจ ประดิษฐผลพานิช หัวหน้าภาควิชาการสื่อสารการตลาด คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อธิบายถึง ปรากฏการณ์เพจแอนตี้ดาราที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์นักแสดงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในเชิงการตลาดปรากฏการณ์แบบนี้เป็นปรากฏการณ์ตามปกติทางจิตวิทยาของมนุษย์ คือ มนุษย์มีลักษณะของกระบวนการคิดเชิงเทิดทูน ลำเอียง หรือที่เรียกว่า Halo Effect คือ มักจะมองแต่ละคนว่าถ้าดีก็ดีตลอด หรือถ้าไม่ดีก็ไม่ดีตลอด ทำให้เกิดการแยกเป็นกลุ่มคนชอบและคนเกลียดชัดเจน

“สื่อเครือข่ายสังคม ทำให้คนที่ชอบอะไร หรือไม่ชอบอะไร สามารถรวมกลุ่มกันได้ง่ายขึ้น ตามนิสัยของมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคม อยากมีพวกพ้องคนที่เห็นตรงกับตัวเอง ในกรณีของการรวมกลุ่มของคนที่ไม่ชอบในเฟซบุ๊ก แฟนเพจนั้น เราเรียกว่า Hate Page ซึ่งการเกิดขึ้นของแฟนเพจแบบ Hate Page สำหรับนักสื่อสารการตลาดหรือผู้ที่มีหน้าที่ต้องดูแลภาพลักษณ์ให้กับศิลปิน นักแสดงนั้น ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะ Hate Page นั้นผู้ที่มีหน้าที่ดูแลภาพลักษณ์ให้กับศิลปินจะเข้าไปแสดงความเห็นที่แตกต่าง หรือ ชี้แจง หรือลบข้อความที่หยาบคายก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย เปรียบเสมือนเป็นถิ่นคู่ปรับที่เข้าไปไม่ได้ ทำให้ Hate Page ที่เกิดขึ้นส่วนมากจะอยู่นาน และ มีสมาชิกมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีผลกระทบมากขึ้นในระยะยาว แบบกรณีโรงภาพยนตร์เมเจอร์ หรือ กระแต อาร์สยาม”

อ.กอบกิจ เสนอแนะว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ 'แบรนด์เจมส์จิ' จำเป็นต้องเริ่มกระบวนการจัดการภาพลักษณ์ในภาวะวิกฤติอย่างเป็นระบบ

“เริ่มต้นจากการสำรวจความคิดเห็นทั้งกลุ่มคนที่ชอบและไม่ชอบ หาเหตุผลของความไม่ชอบ เพื่อนำมาประเมินการจัดการกับเหตุการณ์เก่า และเตรียมตัวสำหรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นใหม่ กำหนดเป็นนโยบายและเป้าหมายเฉพาะกิจที่ฉับไว ทันต่อความเร็วของข้อมูลข่าวสาร มีการทำแผนการจัดการความเสี่ยงในเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งสร้างวิธีการสื่อสารของแบรนด์ 'เจมส์ จิ' ให้มีทั้งแบบทางการและไม่ทางการ ใช้ทั้งการพบปะชี้แจงพูดคุยนอกรอบ ผสมผสานกับการค่อยๆ สื่อสารชี้แจงผ่านสื่อเครือข่ายสังคมให้เข้าถึงทุกกลุ่ม และที่สำคัญที่สุดคือเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มแฟนคลับเดิมให้เกิดความเข้าใจในด้านการส่งเสริมภาพลักษณ์ของนักแสดงเอง”

น่าแปลกในขณะที่ เจมส์จิ เป็นที่ชื่นชอบในคนจำนวนมาก แต่เชื่อว่าหลายท่านกำลังรับรู้ถึงกระแสต่อต้าน ซุป'ตาร์ คนดังที่สัมผัสได้จากคนใกล้ตัว? จะว่าไปดารานักร้องอีกหลายคนก็กำลังตกอยู่ในสถานะโดนแอนตี้ แต่ใช่ว่าจะทำให้พวกเขาหรือเธอไร้ที่ยืนในวงการบันเทิง..
…..........................

ข่าวโดย Astv ผู้จัดการ Live
ภาพประกอบ IG@charnchalard, Facebook@james.jirayutangsrisuk และอื่นๆ