ขุดคุ้ยกันยังไม่หยุดสำหรับกรณีปลอมแปลงวุฒิการศึกษา แค่จ่ายสดก็เป็นเจ้าของใบปริญญาได้ไม่ยาก แถมเทคโนโลยีเจากรรมยังเจาะระบบสถาบันการศึกษาป้อนข้อมูลลูกค้าเข้าระบบเสมือนเรียนจริงจบจริง เอาเป็นว่าสมัยนี้พิจารณาโปรไฟล์ก็ยากที่จะเชื่อ บางรายรายชื่อวุฒิบัตรยาวเหยียดก็ถูกตั้งข้อสงสัยว่าจบจริงหรือเปล่า
อ้างอิงถึงชายหนุ่มวัย 29 ปี ที่กำลังตกเป็นจำเลยของสังคมออนไลน์ในเรื่องข้อกังขาเรื่องวุฒิการศึกษา 'หมอบอนด์' หรือ 'ดร. นพ. ปิยะวงศ์ เศรษฐวงศ์' พิธีกรร่วมประจำรายการ เค้าว่ากันว่า ออกอากาศช่อง workpoint tv, นักเขียนบทความหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์, นิตยสารขวัญเรือน, แพรว, ดิฉัน และอื่นๆ, แพทย์ผู้ดูแลผิวพรรณประจำ Skeyndor Clinic, แพทย์ผู้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ทางเลือก AKA Holistic Care แพทย์วิชาการประจำสสส.
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในวงการจิตเวชได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวฯ ถึงกรณีของหมอบอนด์ โดยเฉพาะการตั้งข้อสังเกตต่อในประเด็นร้อนเรื่องวุฒิการศึกษาที่อาจมีการกล่าวอ้างเกินจริง และการเขียนบทความเชิงจิตวิทยาเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต โดยระบุสถานะเป็น แพทย์ประจำบ้าน สาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งในเดือนมิถุนายน 56 ทางคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกหนังสือชี้แจงทันทีว่าหมอบอนด์ไม่มีสถานะดังที่กล่าวอ้าง ฯลฯ
จับพิรุธวุฒิยาวเหยียด
กรณี หมอบอนด์ - ดร. นพ. ปิยะวงศ์ เศรษฐวงศ์ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนผ่านเว็บบอร์ดพันทิพย์ http://pantip.com/topic/30715903 ขออนุญาติตัดทอนข้อความบางส่วน โพสโดยนามแฝงชื่อว่า 'ผมอยากที่จะเชื่อ' เนื้อหาดังนี้
“เห็นแล้วต๊กใจ ... เฮ้ย... นี่คนอายุ 29 (ตามที่เค้าเขียนไว้ใน facebook) สามารถเรียนจบ
วิทยาศาสตร์บัณฑิต (เรียน 4 ปี)
แพทยศาสตร์บัณฑิต (เรียน 6 ปี ต่อให้เทียบวุฒิ ก็เหลือ 5 ปี)
เศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิตจากฮอลแลนด์ (ให้สั้นสุดเรียน 1 ปี)
ปริญญาเอกจากสหรัฐอเมริกา (ให้เก่งสุด ๆ เรียน 3 ปี)
แถม diploma กับ certificate อีกร่วมๆ สิบใบ
จบหมดนี่ได้ในอายุ 29 ปี นี่ต้องเป็นอัจฉริยะแน่ๆ เลยครับ ... ผมยังไม่เคยเจอคนไทยคนไหน จบเยอะขนาดนี้ ในเวลาสั้นๆ แค่นี้ แถมจบทั้งหมอ จบวิทยาศาสตร์ จบโทจากฮอลแลนด์ จบเอกจากอเมริกา”
การตั้งคำถามถึงโปรไฟล์ทางด้านวิชาการที่อ้างอิงมาจากบล๊อกส่วนตัวของเขา http://doctorpiyawong.blogspot.com ทำให้หมอหนุ่มวัย 29 ปี ถูกจับจ้องในทันที กระทู้ดังกล่าวได้รับความสนใจจากบรรดาสมาชิกตบเท้าเข้ามาตอบ ลุกลามไปถึงขั้นค้นหาข้อเท็จจริงกับวุฒิการศึกษาต่างๆ ที่เจ้าตัวเผยแพร่ไว้ในบล๊อก
จากการสืบค้นของสมาชิกในเว็บบอร์ดดังกล่าว ให้น้ำหนักในเรื่องโปร์ไฟล์การศึกษาของหมอบอนด์ว่าเป็นเรื่องเท็จแทบทั้งหมด แน่นอนพวกเขาไม่ได้ยกเมฆ แต่มีการค้นคว้าข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งสอบถามไปยังผู้คร่ำหวอดในแวดวงการแพทย์ก็ได้รับการยืนยันในเรื่องวุฒิแพทย์ศาสจากสถาบันต่างๆ ที่เป็นการอ้างเกินจริง
ข้อมูลจากแหล่งข่าวใกล้ชิด เปิดเผยว่าย้อนกลับไปสมัยที่เขาเป็นนักศึกษาแพทย์ที่ ม.สงขลานครินทร์ มีเหตุต้องออกกลางคันเพราะเหตุทำร้ายร่างกาย ทำให้เขามาเข้าศึกษาที่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หลังจากปริญญาตรีเขาก็เขาศึกษาเฉพาะทาง สาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ร่ำเรียนได้เพียง 6 เดือน ก็มีเหตุเกี่ยวเนื่องกับความรับผิดชอบ กระทั่งต้องออกจากสถาบัน
ถึงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ข้อมูลทางด้านการศึกษาของหมอหนุ่มวัย 29 ปี ดีกรีด๊อกเตอร์เรียกว่าเฟอร์เฟคจนหลายคนยกให้เขาเป็นอัจฉริยะเลยทีเดียว
ในบล๊อกส่วนตัวนอกจากเผยแพร่เรื่องวุฒิการศึกษายาวเหยียด ยังมีบทความเชิงจิตวิทยาที่ก้าวล่วงจรรยาบรรณจิตแพทย์ ท้ายบทความหลายชิ้นเขาอ้างสถานะเป็น แพทย์ประจำบ้าน สาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทางสถาบันดังได้ออกจดหมายชี้แจงสถานะของหมอบอนด์ในทันที ยืนยันแน่ชัดว่าหมอบอนด์ไม่ได้เป็นจิตแพทย์อย่างที่อ้างอิงไว้ท้ายบทความแต่อย่างใด
ปัจจุบันเขาทำงานเป็นแพทย์ทางด้านผิวหนัง นักเขียน วิทยากรพิเศษ และพิธีกรร่วมประจำรายการ เค้าว่ากันว่า ออกอากาศช่อง workpoint tv หมอบอนด์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อนิตยสารหลายเล่มถึงเรื่องราวของตัว และความมุ่งมั่นในการอุทิศตนเพื่อสังคม
วุฒิการศึกษาใบเบิกทางอาชีพหมอ
ทีมข่าวฯ ติดต่อไปยัง ดร. นพ. ปิยะวงศ์ เศรษฐวงศ์ หรือ หมอบอนด์ ยืนยันว่ารายชื่อวุฒิที่ปรากฏในบล๊อกส่วนตัวนั้นเป็นวุฒิที่ได้มาจากร่ำเรียนจริงๆ และไม่มีเจตนาอวดอ้าง เพราะมีความมุ่งตั้งใจทำงานในวิชาชีพแพทย์เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
หมอบอนด์ อธิบายว่า บางวุฒิเป็นการเทกคอร์สสั้นๆ ใครที่สนใจก็สามารถสมัครเรียนได้ มีหลักฐานแต่บางอันก็เสียหายไปเพราะเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อ 2 ปีก่อน
เรื่องที่ตนกลายเป็นจำเลยสังคม ยอมรับว่าเห็นข้อมูลที่ถูกนำไปเปิดเผยต่อสาธารณะ เห็นว่าต่างคนต่างพากันขุดคุ้ย แต่เลือกที่จะนิ่งเพราะมั่นใจในศักดิ์ศรีของความเป็นแพทย์ บวกกับปณิฐานแน่วแน่ที่อุทิศตนให้คนไข้โดยไม่หวังผลตอบแทน หมอบอนด์ ยืนยันว่าไม่เคยนำวุฒิการศึกษาที่ปรากฎผ่านบล๊อกมาปูทางในหน้าที่การงาน จุดที่ตนอยู่ยืนนั้นคือความเสียสละ โอบอ้อมอารี ต่อคนไข้ ไม่มีผลประโยชน์ซ่อนเร้น
อย่างไรก็ตาม กระแสโจมตีในโลกออนไลน์ส่งผลให้หมอบอนด์ตัดสินใจพักเรื่องงานทั้งหมด ไม่ว่าจะแพทย์ในรายการเค้าว่ากันว่า นักเขียน และวิทยากรรับเชิญในงานต่างๆ แต่ขอให้เข้าใจว่าไม่ใด้ยอมรับต่อกรณีที่ถูกโจมตี แต่เป็นการยืนหยัดด้วยวิธีการไม่ตอบโต้
หมอบอนด์ ให้เหตุผลว่าที่ปิดบล๊อกส่วนตัวเพราะไม่มีใครสนใจเนื้อหา มีแต่คอมเม้นท์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับบทความ ส่วนเฟสบุ๊คก็ตัดสินใจลบเช่นกัน เพราะมีการนำเอาข้อมูลไปแชร์อย่างผิดๆ
เรื่องจริง! แพทยสภาไม่ปล่อยไว้แน่
เรื่องการปลอมแปลงวุฒิไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย เพียงแต่เป็นเรื่องละเอียดที่ต้องสืบค้นข้อมูลเพื่อนำมาอ้างอิงว่าวุฒิที่ได้มานั้นของจริงหรือไม่ คนดังในสังคมไทยถ้าขุดคุ้ยเรื่องวุฒิการศึกษากันจริงจังก็คงร้อนๆ หนาวๆ
นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า ในวิชาชีพแพทย์มีนั้นมีการปลอมแปลงวุฒิในกลุ่มแพทย์เช่นกัน เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นข่าวครึกโครม เบื้องต้นการรับแพทย์เข้าทำงานใจสถานพยาบาลโดยเฉพาะเอกชนจะมีการตรวจสอบในเรื่องวุฒิการศึกษาของแพทย์เพื่อป้องกันการแอบอ้าง
นพ.สมศักดิ์ ให้ทัศนะว่าพฤติกรรมเช่นนี้มีความผิดในเรื่องการอวดอ้างตามหลักการ หากได้รับการพิสูจน์และข้อมูลเป็นเท็จแพทย์ที่ตกเป็นจำเลยสังคมต้องถูกลงโทษตามระเบียบ ส่วนความผิดขั้นร้ายแรงที่สุดก็คือยึดใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ
แหล่งข่าวปิด ให้ข้อมูลว่าชื่อของหมอบอนด์ถูกกล่าวถึงเป็นระยะๆ ในแวดวงจิตแพทย์ เพราะมีการเผยแพร่บทความด้านจิตวิทยาที่คาบเกี่ยวกับวิชาชีพจิตแพทย์ทั้งที่ตนไม่ได้เป็นจิตแพทย์ ซึ่งเรื่องนี้ในกลุ่มจิตแพทย์ด้วยกันมีการว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ด้านหมอบอนด์ก็น้อมรับฟังความแต่ท้ายที่สุดก็มีการเผยแพร่บทความที่เข้าข่ายผิดจรรยาบรรณแพทย์อีก รวมทั้งกรณีอ้างตนเป็นแพทย์เฉพาะทาง สาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ทางสถาบันฯ ได้ทำหนังสือชี้แจงปฏิเสธสถานะของหมอบอนด์ในเวลาต่อมา
นพ. ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ นายกสมาคมจิตแพทย์ กล่าวถึงปัญหาการปลอมแปลงอวดอ้างวุฒิการศึกษาของคนในยุคสมัยนี้ว่ามาจาก 2 ปัจจัยหลัก ข้อแรก เป็นเพราะสังคมเชิดชูในเรื่องค่านิยมให้คุณค่ากันที่วุฒิการศึกษา ข้อที่สอง เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ต้องการสร้างภาพให้ตัวเองดูดี หรือหลอกเอาเปรียบคนอื่น
ตามหลักวิชาชีพ ไม่ว่าจะแพทย์ พยาบาล ทนาย ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีองค์กรวิชาชีพคอยกำกับดูแลด้านจรรยาบรรณ กรณีการอ้างตนว่าเป็นจิตแพทย์รวมทั้งการให้มูลการศึกษาที่ไม่เป็นจริง หน่วยงานที่กำกับดูแลโดยตรงอย่างแพทยสภาสามารถตรวจสอบ และดำเนินการตามสมควรได้
กรณีหมอบอนด์แม้จะมีการเผยแพร่บทความเกี่ยวโยงในแง่จิตวิทยาที่ขัดกับจริยธรรมของจิตแพทย์ แต่ความที่เขาไม่ได้มีสถานะเป็นจิตแพทย์ ทางราชวิทยาลัยจิตแพทย์จึงไม่มีอำนาจกระทำการใดๆ
…........................
คงต้องยอมรับว่าสังคมไทยยังเชิดชูคนที่เปลือกนอก หน้าตา การศึกษา ชาติตระกูล ฯลฯ ล้วนเป็นโอกาสในการสร้างตัวตนได้ไม่ยาก หากจะบอกว่าสมัยนี้อัจฉริยะสร้างง่ายเพียงแค่มีใบประกาศยนีบัตรจอมปลอมคงไม่ผิดไปจากความจริงเสียเท่าไหร่!?
ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ LIVE
ขอบคุณภาพและข้อมูลประกอบ : http://pantip.com/topic/30715903 , https://www.facebook.com/oncetheysaid


