xs
xsm
sm
md
lg

7 ปีที่เปลี่ยนไปของ “อ้อน-ลัคนา”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หลังห่างหายจากงานเพลงไปนานกว่า 7 ปี นักร้องสาวหน้าใสขวัญใจวัยโจ๋ในยุคนั้น อ้อน - ลัคนา หวงมณีรุ่งโรจน์ ขอหวนกลับมาจับไมค์ร้องเพลงอ้อนแฟนๆ อีกครั้ง และในวันนี้เธอขอเคลียร์คำถามคาใจ พร้อมพูดคุยย้อนอดีตจากนักร้องวัยใสสุดฮอตผู้โด่งดังผันตัวมาทำงานเป็นดีเจสาว และถึงมีจะมีปริญญาโท MBA พ่วงท้ายแต่เธอก็ยังขอทำงานคลุกคลีในวงการเพลงต่อไป ด้วยหัวใจรักในเสียงเพลง

ที่ผ่านมา อ้อน-ลัคนา ห่างหาย ไปอยู่ไหน ทำอะไร ?
7 ปี ที่ผ่านมา อ้อนก็เรียนปริญญาโทด้วย แล้วก็จัดรายการวิทยุอยู่ที่คลื่น 95.5 Virgin Hitz ซึ่งอ้อนก็ว่าเราไม่ได้ห่างหายไปขนาดนั้น ก็ยังอยู่กับวงการเพลงตลอด คอยเปิดเพลงให้คนอื่นฟัง แล้วก็แอบนึกอิจฉาคนอื่นไปในใจว่า เพลงนี้เพราะเนอะ เพลงนี้ชอบ เราก็เลยอยากทำเพลงอยู่เหมือนกัน

แล้วมีอะไรมาสะกิดใจให้กลับมาออกผลงานเพลงอีกครั้ง ?
พอดีพี่โจ (โมโนมิวสิค) เค้ามาเจอเราก็ชวนว่า อ้อน ไม่อยากกลับมาทำงานเพลงบ้างหรอ เพราะพี่เค้าก็ยังจดจำผลงานเราได้อยู่ แล้วก็มีแฟนๆ เรียกร้องว่าอยากฟังผลงานเพลงใหม่ๆ ของเราบ้าง ก็เลยได้มาคุยกับทางโมโนมิวสิคค่ะ แล้วพี่เค้าค่อนข้างให้อิสระ ได้เป็นตัวของตัวเอง ง่ายๆ สบายๆ อ้อนก็เลย รู้สึกว่าที่นี่โอเค ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ แล้วก็เป็นตัวของตัวเองด้วย

กลับมาครั้งนี้ หวังจะกลับมาโด่งดังเหมือนในอดีตหรือเปล่า ?
จริงๆ กลับมาครั้งนี้ ทุกคนถามหมดเลยว่า เราคาดหวังรึเปล่า ว่ามันจะเวิร์ค ว่าจะเปรี้ยง ถ้าถามอ้อน อ้อนไม่รู้สึกคาดหวังหรืออะไร เพราะมันเหมือนอ้อนได้เติมเต็มสิ่งที่ต้องการไปแล้ว สมัยที่เราเคยอยากออกเทปออกมากแล้วมันก็ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นอ้อนเลยได้เติมเต็มส่วนที่อยากเป็นนักร้องสำเร็จไปแล้ว แต่ในวันนี้ที่กลับมาร้องเพลง เป็นเพราะว่าการร้องเพลงมันคือความสุขของเรา เราชอบร้องเพลง เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ได้คาดหวังเอาไว้ว่ามันจะดีหรือไม่ดี แต่คือถ้าออกมาแล้วคนชอบเราก็อืม ได้ทำให้คนอื่นชอบในสิ่งที่เราชอบ แต่ถ้าไม่ชอบก็ค่อยๆ ปรับแก้ไขกันต่อไป

“ออกอาการ” ซิงเกิ้ลที่ใส่ความเป็นอ้อนลงไป
เพลงนี้เป็นตัวของตัวเองตรงที่อ้อนชอบเพลงอะไร อ้อนก็จะเอาไปบอกพี่เค้าว่า เนี่ย พี่ อยากได้เพลงแนวนี้ อ้อนก็ค่อนข้างได้คุยกับพี่เค้าเยอะ ก็จะบอกว่าประมาณไหนเหมาะกับเรา แล้วคือทำมานานมากจนเรารู้สึกว่าอะไรที่มันเหมาะกับเรา

เพลงก็เลยออกมาเป็นเพลงมีเดียม ฟังชิล ชิล แต่เนื้อหาก็จะเศร้าๆ อกหักนิดนึง แต่ไม่ได้แบบอกหักอยากจะตาย แต่ว่าอกหักในมุมของคนเราเป็นแฟนกัน เราพอมองออกว่าเค้าเปลี่ยน เค้าออกอาการจะไป แต่โดยรวมคอนเซปต์ นี้คือเขาใจในความรักแบบนี้ ถ้าคนที่คบอยู่ไม่ใช่เราก็ต้องปล่อยไป มุมมองมันก็จะโตขึ้น

หลายคนประทับใจในเอ็มวีที่เดินเรื่องโดยใช้โซเชียลมีเดีย
ใช่ค่ะ ก็ขอบคุณทุกคนมากๆ คือตัวเอ็มวีพี่เค้าอยากนำเสนอเรื่องที่มันใกล้ตัวคนค่ะ พอคุยกันก็คืออยากเอาโซเชียลเน็ตเวิร์ก เข้ามาใช้ ก็เลยได้มาเป็นเอ็มวี คนชมก็เยอะนะคะ คนก็ชอบ แต่ถ้าดูแค่ครึ่งเดียวจะไม่รู้เรื่อง ต้องดูให้จบ

จากวันนั้นถึงวันนี้ คิดว่าวงการเพลงยังคงเหมือนเดิมหรือเปล่า ?
มันไม่เหมือนกันเลยค่ะ อย่างสมัยช่วงที่อ้อนออกอัลบั้มตอนนั้นจะเป็นเทรนด์แนว เจ-ร็อค แนวญี่ปุ่น แต่ว่าสมัยนี้ต้องเป็นเค-ป็อป ที่มาแรงกว่า และด้วยสมัยก่อนออกอัลบั้มนี่คือยังเป็นเทปคาสเซ็ท ซีดี อยู่เลย ยังร้องเพลงต่อต้านละเมิดลิขสิทธิ์อยู่เลย ทุกวันนี้ก็เป็นดาวน์โหลดไปหมดแล้ว อ้อนก็เลยว่ามันเปลี่ยนไปเยอะ

สิ่งไหนที่อ้อนคิดว่ามันเปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด ?
เมื่อก่อนเราจะวัดตามอัลบั้มยอดขายใช่มั้ยคะ แต่เดี๋ยวนี้จะนับเป็นตัวเลขดาวน์โหลดก็เลยต้องใช้ความจำนิดนึง คือเค้าจะไม่ได้หวังที่ยอดขายอะไรเลย หวังแค่ว่าคนฟังเพลงเราแล้วก็ชอบ ติดชาร์ท มีงานนอก อะไรอย่างนี้มากกว่า อย่างที่บ้านอ้อน แต่ก่อนจะซื้อมาเลย 10 ชุด 20 ชุด เอาไปแจกญาติ แต่มาตอนนี้ที่บ้านก็จะบอกว่า ซื้อมาให้หน่อยสิ หาซื้อที่ไหนได้ อยากได้เป็นซีดีเอาไปแจก อ้อนก็จะบอกไม่ได้ เอาโทรศัพท์มา เดี๋ยวดาวน์โหลดให้ ซื้อให้ไม่ได้จริงๆ มันจับต้องไม่ได้จริงๆ ก็ต้องบอกที่บ้านว่าให้เข้าใจนะว่ายุคนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว

อ้อนชอบแบบเมื่อก่อนมากกว่า ถ้าสำหรับอ้อนนะ คือเราสามารถเดินไปตามแผงเทป แล้วเช็คเรตติ้งได้ อย่างไปที่ร้านแล้วเค้าจำหน้าเราได้ แสดงว่าเทปเราน่าจะพอขายได้นะ แล้วพอไปก็จะเจอแบบ น้อง เทปขายดีมากเลย แต่สมัยนี้คือเราไม่ต้องไปเจอกันอ่ะ ใช้วิธีโหลดเอา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าโหลดไปเท่าไหร่แล้ว

ความยากง่ายในการทำงานจากวันนั้นถึงวันนี้ คิดว่าต่างกันหรือไม่ ?
ในการเป็นศิลปินเมื่อก่อนในสมัยอ้อนมันยากนะ ไม่ใช่อยู่ดีๆ เอะอะออกเทปได้ แต่ยุคนี้อ้อนว่ามีศิลปินค่อนข้างเยอะค่ะ แล้วถ้าเป็นยุคอ้อนต้องร้องให้ครบ 10 เพลงก่อน แล้วค่อยปล่อยเป็นซิงเกิ้ล พอปล่อยซิงเกิ้ลเสร็จก็มาวางแผงซีดี คาราโอเกะ ส่วนตอนนี้ทำซิงเกิ้ลเสร็จปุ๊ปออกเลย ซึ่งถ้าทำตอนนั้นอัด 10 เพลงรวดเลย เราก็จะรู้ว่าเพลงไหนเพลงหัว เพลงนี้ตาม เพลงนี้ต่อ แต่ถ้าเป็นซิงเกิ้ลอย่างทุกวันนี้ คือ นี่เพลงที่ 1 นะ แล้วเพลงที่ตามมาก็ต้องดีด้วยนะ อีกเพลงนึงก็ต้องให้ติดหูด้วย คือมันเหมือนกับว่า ทุกเพลงต้องดีหมด ให้น้ำหนัดเท่ากันหมด ซึ่งอ้อนว่านี่คือข้อดี คือเราฟังทุกเพลงได้หมดนะ ซึ่งเมื่อก่อนจะเพลงแบบ เห้ย นี่เพลงอะไรนะ อยู่ในอัลบั้ม แต่อันนี้จะไม่มีเพราะเค้าโปรโมททุกซิงเกิ้ลหมด แต่ข้อเสียคือมันไม่สามารถจับต้องได้นั่นแหละ

รู้สึกแย่หรือเปล่าที่ตอนนี้เราไม่ได้มีผลงานโดดเด่น โด่งดังเหมือนแต่ก่อนแล้ว ?
อ้อนก็ไม่ได้รู้สึกเฟลอะไรนะคะ ก็จะฟังๆ แล้วก็เออ เพลงนี้เพราะมาก ถ้าเป็นเราได้ร้องคงแฮปปี้มาก ตอนนั้นคิดว่าถ้าเราได้กลับมาทำเพลงอีกก็เป็นโอกาสดีๆ ในชีวิตเรา แต่ถ้าไม่ได้กลับมาทำ อ้อนก็อยู่เบื้องหลัง อยู่กับเพลงอยู่แล้ว ก็ไมได้รู้สึกเศร้าใจอะไร คือที่เราอยากกลับมาทำเพราะมันเป็นสิ่งที่เราชอบเท่านั้นเอง แล้วเราก็ไม่ได้หวังว่ามันจะออกมาดีเลิศ เราแค่ทำมันให้ดีที่สุด เราร้องแล้วเรามีความสุขแค่นั้น

กระแส Reunion กำลังมา อ้อนคือหนึ่งในนั้นหรือเปล่า ?
มีคนถามอ้อนเหมือนกันนะว่ามันเกี่ยวกับการรียูเนี่ยนรึเปล่าที่อ้อนมาออกซิงเกิ้ล จริงๆ คือไม่เกี่ยวเลย อ้อนคุยกับทางโมโนมาปีกว่าแล้วค่ะ ตั้งแต่ก่อนเค้าจะรียูเนี่ยนกันอีก เพียงแต่ด้วยกระบวนการในการทำงานกว่าจะเสร็จ มันกินเวลาค่อนข้างนานกว่าจะออกมาเป็น 1 ซิงเกิ้ล แต่อ้อนก็ชอบกระแสรียูเนี่ยนนะ เพราะทุกวันนี้บางเพลงอ้อนไปไม่ถึงแล้วอ่ะ คือก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าพอเราไปถึงจุดจุดนึงแล้ว เราจะเข้าใจว่าเพลงนี้มันเจาะกลุ่มนี้ เพลงนี้มันเจาะอีกกลุ่ม เพราะแต่ละกลุ่มฟังเพลงไม่เหมือนกันจริงๆ

เห็นว่ากลุ่มแฟนคลับยังคงเหนียวแน่นเหมือนเดิม ?
แฟนคลับของอ้อนน่ารักมากค่ะ อ้อนอยู่วงการมา 13 ปี ช่วงที่หายไป 7 ปี แฟนคลับก็ยังอยู่กับอ้อนตลอดนะคะ เพราะอ้อนก็ทำดีเจด้วยไง มันก็จะมีงานพิธีกรบ้าง ก็จะมีไปเจอกันตามงานพวกนี้ แล้วที่กลับมาวันนี้ ก็พูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าเพราะพวกน้องๆ คอยผลักดันเราตลอด ซึ่งจริงๆ อ้อนก็อยากกลับมาเพลงตั้งแต่ปี สองปีที่แล้วค่ะ เวลาคุยกับแฟนคลับก็จะบอกว่า เดี๋ยวมีปีนี้ แต่ว่ามันก็ยังไม่เสร็จสักที พอวันนี้งานมันเสร็จแล้ว เราก็ดีใจที่ว่าเคยพูดกับแฟนคลับไว้ วันนี้เราก็ทำสำเร็จ

ในฐานะที่เป็นนักร้องจากเวทีประกวด มองว่าการประกวดแข่งขันร้องเพลงในสมัยนี้เป็นอย่างไร ?
อ้อนชอบนะ ด้วยความที่อ้อนเป็นคนชอบร้องเพลง แล้วอ้อนเชื่อว่าในสมัยนี้โอกาสมันมีมากกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก มีเวทีใหญ่ๆ เยอะ มีเวทีชาเลนจ์ความสามารถของคุณเยอะ เพราะฉะนั้นถ้ารู้ว่าตัวเองชอบอะไรก็ทำเถอะ ไม่เสียหายหรอก ได้-ไม่ได้ไม่เห็นต้องอายใครเลย คืออ้นก็เคยผ่านประสบการณ์ที่ไม่ได้นะ ไม่มีหรอกประกวดครั้งแรกแล้วชนะ โอ้โห เก่งมาก ไม่ใช่

อ้อนก็เคยผ่านการตกรอบ แต่ตอนที่อ้อนตกรอบ คือครอบครัวอ้อนเป็นครอบครัวคนจีน ที่บ้านก็จะค่อนข้างไม่ชอบ ไม่รู้สมัยนี้ยังเป็นกันรึเปล่า แต่สมัยนั้นก็จะไม่ชอบให้เต้นกิน รำกิน แล้วคือคุณพ่อก็ไม่เคยคิดว่าเราจะมาเป็นนักร้องได้ เพราะว่าเราไม่รู้จักใครในวงการเลย เราไม่มีเส้น พ่อก็จะบอกว่าเป็นไปไม่ได้หรอก แต่พอวันนึงอ้อนไปประกวดร้องเพลง อ้อนตกรอบประมาณรอบ 10 คนสุดท้าย แล้วพ่อเห็น หลังจากวันนั้นพ่อก็เลยโทรไปที่สอนร้องเพลงให้เราไปเรียน คือมันเหมือนเป็นการเริ่มต้นที่ดีจัง คือเค้าก็ยอมรับได้ว่าเราชอบร้องเพลงนะ เราอยากออกอัลบั้ม ซึ่งถ้าอ้อนมาเกิดในยุคนี้ก็คงต้องประกวดอยู่แล้วล่ะ สนุกดี ทุกอาทิตย์มีโจทย์ให้ตื่นเต้น

หลายคนสงสัย ทำไมถึงไม่กลับมาทำผลงานเพลงงานกับค่ายเก่า ?
อ้อนก็ไม่ได้คิดอะไรตรงนั้น แต่คือพอมีคนมาชวน พี่เค้าให้โอกาสเรา แล้วบังเอิญได้คุยกันแล้วคลิก อ้อนว่าไม่ว่าจะที่ไหนก็แฮปปี้หมด ไม่ได้คิดว่าฉันต้องไปอยู่ที่นี่ ถ้าร้องเพลงต้องกลับไปอยู่ที่นี่ มันอยู่ที่ความสบายใจกับการทำงานมากกว่า แล้วทุกวันนี้อ้อนกลับมาร้องเพลงไม่ได้คิดว่า กลับมาแล้ว โอ้โห ดังมาก จะรวย กลับมาร้องเพลงก็เพื่อความสุขของตัวเอง เพราะทุกวันนี้วงการเพลงก็เปลี่ยนไปเยอะ ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนที่ทำเงินให้คุณเยอะแยะ

เมื่อก่อนเคยมีผลงานละคร ไม่คิดจะไปเอาดีทางด้านนี้บ้างหรอ ?
อ้อนไม่ได้เก่งเรื่องละครเลยจริงๆ รู้ตัวนะ ตอนเล่นละครตอนนั้นอ้อนสงสารคนที่เล่นด้วยมากเลยนะ อย่างเล่นกับนาตาลีเนี่ย ชีจะเก่งมาก ชีจะสามารถ 2 วิ ร้องไห้ได้เลย ซึ่งอ้อนแบบผู้กำกับต้องบอกให้ทุกคนช่วยอ้อนด้วย คือก็รู้ว่าตัวเองค่อนข้างถนัดอะไร ซึ่งภ้าจะให้ไปเล่นละคร อ้อนไปเป็นพิธีกรยังดีกว่าคือพูดได้ พูดเก่ง ยังเข้าทาง แต่เล่นละครนี่เหนื่อยมากจริงๆ

อ้อนนับถือคนเล่นละครเลยนะ เค้ามีพรสวรรค์จริงๆ คืออ้อนรู้สึกว่าเราเหมาะกับการร้องเพลงมากกว่านะ คนส่วนใหญ่ก็จะจำเสียงอ้อนได้ บางทีไปเดินคนเค้าจำหน้าเราไม่ได้นะ แต่พอพูดแล้วเค้าบอกจำเสียงได้ ขายเสียงไม่ขายหน้า

ทุกวันนี้ ยังมีอะไรที่อยากทำในวงการบันเทิงอีกหรือเปล่า ?
ในวงการเนี่ย อ้อนก็รู้สึกว่าได้ทำอะไรมาเยอะเหมือนกันนะคะ เราก็แฮปปี้ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ อ้อนอยากเป็นนักร้องตั้งแต่เด็ก ก็ดีใจที่วันนี้ได้กลับมาร้องเพลงอีกครั้งนึง เพราะว่ามันเหมือนเราก็ยังไม่ได้ทิ้งความฝันของเราเมื่อวัยเด็กไป แล้วก็ดีใจที่ได้โอกาสจากทางโมโนมิวสิคด้วย ก็ฝากติดตามผลงานด้วยค่ะ










"โดม" ปล่อยเอ็มวีใหม่ ! บนจอ PLAN B ทั่วกรุงเทพฯ
"โดม" ปล่อยเอ็มวีใหม่ ! บนจอ PLAN B ทั่วกรุงเทพฯ
หลังจากปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ Can You Hear Me? มาเขย่าโสตประสาทแฟนเพลงกันแล้ว โดม ปกรณ์ ลัม ลุยถ่ายมิวสิควีดีโอ ที่สะท้อนให้เห็นชีวิตคนที่ติดอยู่กับโลกของโซเซียลเน็ตเวิร์ค จังหวะสนุกแต่จี้จุดโดนใจ โดยงานนี้ลุยเองตั้งแต่วางคอนเซ็ปต์ คิดเรื่องราว เลือกโลเกชั่นถ่ายทำ ร่วมกำกับ ร้อง และที่สำคัญลงมือแสดงเองทุกฉากทุกตอน และมีสิ่งดีๆ มาบอกกับทุกคนในวันนี้ โดมเผยว่าที่อยากจะบอกอยากชวนให้ชมให้ฟังพร้อมๆกันในวันนี้ พร้อมกันที่ลานพาร์ค พารากอน แบบสบายๆ “ตั้งแต่ร้องเพลงมา นี้ก็ 17 ปีแล้ว วันนี้เป็นวันที่ตื่นเต้นที่สุดสำหรับโดม มันเป็นกิจกรรมเล็กๆ ที่ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากมาย แค่ชวนพี่ๆเพื่อน แฟนคลับ และสื่อมวลชนมาร่วมกันคลิก
กำลังโหลดความคิดเห็น