xs
xsm
sm
md
lg

คลี่ความในใจ "ว.วชิรเมธี" ชีวิตมีทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เรียกว่าเป็นพระที่มีกิจนิมนต์มากที่สุดเลยก็ว่าได้ สำหรับพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย พระนักคิด นักเทศน์ และนักเขียนชื่อดัง ผู้อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังในการถ่ายทอดหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยหลักธรรมะประยุกต์ เข้าใจง่าย ทำให้สื่อหลายสำนักให้ความสนใจสัมภาษณ์เผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และรายการโทรทัศน์จนใครหลายคนเรียกว่า "พระซุป'ตาร์" ไปแล้ว

ตลอด 10 ปีที่มุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อถ่ายทอดหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าให้คนเข้าใจ และเข้าถึงธรรมะผ่านตัวหนังสือ และอีกหลาย ๆ สื่อบนกรอบการทำงานที่มองว่า "ธรรมะต้องได้รับการประยุกต์ ต้องมีความสนุก และต้องเขียนธรรมะให้คนอ่านเป็นภาษาคนรู้เรื่องให้ได้" ไม่แปลกที่พระท่านนี้จะมีแฟนคลับติดตามงานเขียน และยกให้ท่านเป็นคนต้นคิดเพื่อนำความคิด และคำสอนดี ๆ ไปแชร์ต่อ

แม้จะมีคนรัก และติดตามผลงานมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่หนีไม่พ้นเมื่อเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ก็คือ การถูกนินทา ว่าร้าย เห็นได้จากการตั้งเพจ และล้อเลียนชื่อท่านในทางเสีย ๆ หาย ๆ

วันนี้ ทีมข่าว ASTVผู้จัดการ Live ได้มีโอกาสสนทนากับ "พระซุป'ตาร์" ท่านนี้ ภายหลังเปิดตัวหนังสือ 1 ทศวรรษ ธรรมะประยุกต์ โดยว.วชิรเมธี ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 41 ซึ่งพระว.วชิรเมธีได้คลี่ความในใจ และชี้แจงตามความรู้สึกจริง ๆ ต่อประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมกับฝากแง่คิดคมคายเพื่อให้ผู้อ่านนำไปประยุกต์ และเป็นคติเตือนใจในการใช้ชีวิตตลอดปี "งูเล็ก"

ASTVผู้จัดการ Live : ทำดี ทำประโยชน์ แต่กลับเป็นเป้าเกลียดชังของคนบางกลุ่ม

พระว.วชิรเมธี : "การทำงานมาก ๆ ก็เป็นธรรมดาที่จะถูกจับจ้อง ยิ่งทำงานมาก ยิ่งมีคนรู้จักมาก ยิ่งมีชื่อเสียงมาก ก็จะถูกจับจ้อง และแน่นอนในบรรดาคนที่ถูกจับจ้องก็มีทั้งคนชอบ และคนชัง ถ้าถามว่ารู้สึกอย่างไร พระอาจารย์ก็บอกว่า รู้สึกธรรมดา การถูกรัก การถูกชอบ การถูกชัง ไม่ใช่สิ่งแปลกประหลาดสำหรับการเกิดมาเป็นมนุษย์

พระพุทธองค์บอกว่า การเกิดมาเป็นคน เราจะเจอกับโลกธรรม หรือธรรมประจำโลก คือ ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศเสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์ สิ่งเหล่านี้แม้กระทั่งพระพุทธองค์ผู้ทรงค้นพบสัจธรรรม ก็หนีไม่พ้น ดังนั้น เราซึ่งเป็นปุถุชนคนเล็ก ๆ (ลากเสียงยาว) คนหนึ่ง วันหนึ่งจะมีคนรักกลุ่มใหญ่ๆ จะมีคนหมั่นไส้กลุ่มเล็กๆ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา พระอาจารย์ให้ราคาคำชม คำด่าในราคาเท่ากัน ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ของชีวิต"

ASTVผู้จัดการ Live : พระอาจารย์รู้สึกท้อแท้ หรือเหนื่อยบ้างไหมกับก้อนอิฐที่ถูกปาใส่เข้ามา

พระว.วชิรเมธี : "อาตมาไม่เหนื่อยนะ ถ้าเราศึกษาชีวประวัติบุคคลสำคัญของโลก ไม่มีใครที่ไม่ถูกด่า ไม่มีใครที่ไม่ถูกวิจารณ์ ไม่มีใครที่ไม่เผชิญอุปสรรค อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ พระพุทธเจ้า พระเยซู คานที แม่ชีเทเรซ่า แม้กระทั่งคนร่วมสมัยอย่างพวกเรา อองซาน ซูจี มีใครบ้างที่อุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของเพื่อนมนุษย์แล้วไม่ถูกด่า หรือถูกเข้าใจผิด ดังนั้น การได้รับความชื่นชม การถูกเข้าใจผิด การได้รับทั้งกำลังใจ การที่ได้รับทั้งดอกไม้ และก้อนอิฐ เป็นวิถีชีวิตปกติธรรมดาของคนที่อุทิศตนเพื่อรับใช้เพื่อนมนุษย์

ถ้าเรากลัวหรือขลาดต่อสิ่งเหล่านี้ คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ นอนอยู่กับบ้าน ถ้าเราตัดสินใจกับการเบิกบานรับใช้เพื่อนมนุษย์ เราจะต้องไม่กลัว เหมือนกัปตันเรือ ถ้าตั้งใจที่นำเรือออกจากมหาสมุทรก็ต้องพร้อมที่จะเผชิญทั้งพายุ วันที่ฟ้าสลัว แล้วก็วันที่เรือจะต้องพบกับอุบัติเหตุ ถ้าเรากล้าที่จะออกสู่มหาสมุทร เราก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเป็นวิถีปกติของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน"

ASTVผู้จัดการ Live : เมื่อถูกให้ฉายาว่า "พระซุป'ตาร์" แห่งยุค

พระว.วชิรเมธี : "คำคำนี้ พระอาจารย์มองว่า เป็นเรื่องธรรมดามากนะ องค์ทะไล ลามะ ท่านติช นัท ฮันห์ ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ปรมาจารย์ทางด้านวิปัสสนาระดับโลกเหล่านี้ ในเวทีโลกท่านก็ได้รับการเรียกขานว่า เป็นซูเปอร์สตาร์ทางจิตวิญญาณ ฉะนั้นนี่ไม่ใช่ฉายาใหม่ เป็นเรื่องธรรมดา ๆ นะ พระอาจารย์ไม่ได้ตื่น ไม่ได้ตกใจอะไร ไม่ว่าใครจะให้ฉายาเหล่านี้ด้วยความชื่นชม หรือน้ำเสียงกระแหนะกระแหน ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยที่สุด สิ่งเหล่านี้ก็สะท้อนว่า เราก็เคยมีตัวตน เดินเหินอยู่ในโลกนี้กับเขาด้วยเหมือนกัน ยังดีกว่าเกิดมาแล้ว ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลย เหมือนธนูที่ถูกยิงไปในความมืด ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น ตกหล่นลงไปวันนี้ถูกปลวกกัด ปลวกแทะ กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่มีประโยชน์

ฉะนั้น เมื่อเราถูกชมก็ดี ถูกด่าก็ดี อย่างที่สุด ก็เป็นประจักษ์พยานว่า เรามีตัวตนเดินเหินทำประโยชน์อยู่ในโลกนี้ โลกถึงประเมินราคาให้เราว่า เป็นซูเปอร์สตาร์หรือเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งมันก็เรื่องของโลก ชาวโลกจะรู้สึกอย่างไรกับเราเป็นเรื่องของเขา หน้าที่ของเราคือ เราทำในสิ่งที่เราควรจะทำให้ดีที่สุด ถ้ามั่นใจว่ามันมีประโยชน์ก็มุ่งมั่นทำต่อ นั่นเพราะการลงมือทำงานเป็นเรื่องของเรา การประเมินค่าเป็นเรื่องของคนอื่น"

ASTVผู้จัดการ Live : ถูกปฏิบัติเหมือนดารา คนดัง มีคนมาขอถ่ายรูป ขอลายเซ็น กระทบกับความเป็นพระของพระอาจารย์บ้างหรือไม่

พระว.วชิรเมธี : "พระอาจารย์คิดว่า ถ้าเรามั่นคง สิ่งเหล่านี้ไม่มีผลอะไร ครั้งหนึ่งเคยมีคนไปบอกท่านพุทธทาสว่า ท่านอาจารย์ครับ มีคนไปตีความคำสอนของท่านผิด ๆ ท่านรู้สึกอย่างไร ท่านพุทธทาสบอกว่า ตอนที่อาตมาเทศน์ อาตมามั่นใจว่า ได้เทศน์ไปอย่างถูกต้องถ่องแท้เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น ในส่วนของอาตมาถือว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ใครจะเข้าใจผิด หรือจะตีความผิด มันเรื่องของคุณ เห็นมะ ดังนั้น ถ้าหนักแน่นในสิ่งที่ทำพอ สิ่งที่ผิดก็คือความเข้าใจผิด ๆ ซึ่งเป็นเรื่องเกิดจากคนอื่นเข้าใจผิด ขอเพียงเราไม่ทำอะไรผิดก็พอแล้ว

"ดังนั้น เมื่อได้ชื่อว่าเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องมีความหนักแน่น มีความมั่นคง หยัดยืนอยู่กับความจริง ถ้าหยัดยืนอยู่กับความจริงแล้ว คนอื่นจะเข้าใจผิดอย่างไรก็เรื่องของเขา เราไม่สามารถห้ามคนอื่นไม่ให้รู้สึกกับเราในทางบวกหรือทางลบได้ มันเป็นเรื่องธรรมดาของโลก วิธีทำใจก็คือ ยอมรับเสียว่า เกิดมาบนโลกก็ต้องเจอสภาวะแบบนี้ เมื่อเจอแล้วก็ก้าวข้ามมันไป อย่าไปเสียเวลากับสิ่งเหล่านี้ มันเป็นเรื่องเล็ก ๆ เป็นทรายในรองเท้า แค่สะบัดทรายแล้วเดินต่อไป ก็เดินได้อย่างสบายแล้ว"

ASTVผู้จัดการ Live : ฝากถึงผู้อ่านที่กำลังเผชิญกับก้อนอิฐ ไม่ว่าจะก้อนเล็ก หรือก้อนใหญ่

พระว.วชิรเมธี : "พระอาจารย์อยากจะบอกว่า อุปสรรคต่าง ๆ ก็เหมือนหินแต่ละก้อนที่มีคนนำมาปาหลังคาบ้าน หรือปาหัวเรา คนที่ไม่ฉลาดก็จะปาหินแต่ละก้อนกลับไป ก็ทำให้ทะเลาะกัน ส่วนคนฉลาดที่มีคนนำก้อนหินมาปาหลังคาบ้าน เขาจะไม่ปาหินกลับไป แต่เขาก็จะเก็บก้อนหินไว้ทีละก้อน ทีละก้อน ทีละก้อน วันหนึ่งเมื่อสถานการณ์สงบ หินเหล่านั้นก็สามารถนำมาใช้เป็นรากเป็นฐานในการก่อสร้างบ้านเรือนก็ยังได้ เช่น ก่อกำแพงก็ได้ เอามาทำเป็นฐานบันไดก็ได้ ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บก้อนหินไปปาตอบ ใช่ไหม ดังนั้น สิ่งที่พระอาจารย์อยากจะบอกก็คือ เราจะต้องเผชิญปัญหาด้วยสันติวิธี ด้วยความเฉลียวฉลาด แล้วก็ใจเย็น"

นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะเป็นพระ แต่ก็ไม่วายที่จะถูกนินทาว่าร้าย นับประสาอะไรกับฆราวาส ทางที่ดี ควรใช้ชีวิตอย่างมีสติ และหนักแน่นกับทุกคำพูด ทุกการกระทำที่ทำให้รู้สึกโกรธ เกลียด เมื่อรู้ทันความคิด และอารมณ์ของตัวเอง ชีวิตก็เบา และไม่หลุดไปกับสิ่งชั่วร้ายที่ผ่านเข้ามา

ดังที่พระนักคิดท่านนี้ ได้เคยเตือนสติไว้ว่า "ทำงานดี มีแต่คนริษยา โบราณว่า ไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ปรากฏการณ์เช่นว่านี้เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยายังดีกว่าทำงานไม่ดี จึงเป็นได้อย่างดีแค่คนที่คอยริษยา"

ข่าวโดย ทีมข่าว ASTV ผู้จัดการ Live