xs
xsm
sm
md
lg

ช่วงเวลาแย่ๆ เกิดขึ้นได้เสมอ ที่นี่...รถไฟไทย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ยังไม่ทันสิ้นเสียงหวูดรถไฟ จังหวะล้อเหล็กกระทบราง ...ฉึกกะฉัก...ฉึกกะฉัก...ฉึกกะฉัก... ก็ก้องขึ้นมาแทรกแก้มเนื้อร้องหยิกแก้มหยอกที่ค่อยๆ ดังขึ้นในหัว ...ถึงก็ช่าง...ไม่ถึงก็ช่าง...ถึงก็ช่าง...

ยิ่งใครเคยใช้บริการ 'ม้าเหล็ก' ของ 'การรถไฟแห่งประเทศไทย' แล้วละก็คงเข้าใจเลยละว่านั้นคือทำนองของการจิกกัด ตัดพ้อ ตอกย้ำ การให้บริการสาธารณะด้านระบบการขนส่งเก่าแก่ที่ดำเนินกิจการมานับร้อยปี

เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันการรถไฟฯ ถือเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจที่มีผลขาดทุนมากที่สุดในประวัติกาล มิหนำซ้ำยังสร้างปรากฎการณ์ความล่าช้าในทุกเส้นทางเหนือจรดใต้ กลับตาลปัตรเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีแต่ความล้าหลังไม่พร้อมด้วยประการทั้งปวง และไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่ยุคกี่สมัยรถไฟของเราก็สามารถไม่ขยับสู่ความเจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะด้านงานบริการประชาชนที่ล้มเหลวมานับทศวรรษ

แต่ดูเหมือนว่าทางองค์กรได้พลิกวิกฤติให้การเป็นโอกาสปล่อยภาพยนต์โฆษณาสะท้อนวิถี slow living ใช้ชีวิตอย่างเนิบช้าเพื่อเปิดรับมุมมองดีๆ ไปกับการรถไฟฯ เผยความเอื้อเฟื้อมีไมตรีของผู้โดยสารร่วมโบกี้ แน่นอนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหูโดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ ถึงจะช้าหน่อยแต่ถึงที่หมายตรงเวลาก็คงได้ละเลียดความสุขในการเดินทางอย่างที่ต้องการสื่อออกมา แต่ในความเป็นจริงกลับบิดเบือนไปจากสถานการณ์ที่รถไฟไทยกำลังเป็นอยู่

เรื่องเก่า...เล่าใหม่
อย่างในเรื่องมาตรฐานการบริการของการรถไฟฯ ‘ผู้โดยสารทุกคน’ จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ ดังต่อไปนี้อย่างแน่นอน

‘รถไฟเสียเวลา’ ก็คือรถไฟมาช้านั้นเอง ยกตัวอย่างป้ายบอกเวลาขบวนนี้มาถึงเวลาเท่านั้นๆ แต่รถไฟไทยสามารถเกิดจากเหตุสุดวิสัยเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาได้เรื่อยๆ บอกก่อนว่าถ้ารถไฟถึงหรือออกจากชานชาลาสายประมาณ 30 นาทีหรือน้อยกว่านั้นถือเป็นเรื่องปกติ แต่รถไฟไทยส่วนใหญ่จะสายมากกว่า 1ชั่วโมง บางทีรอกันเป็นวันๆ ก็มี บางทีทำเซอร์ไพรส์ผู้โดยสารงดวิ่งเอาเสียดื้อๆ เสียเวลาแถมยังเสียอารมณ์อีก

‘สับรางรถไฟ จอดกลางคันไม่มีกำหนด’ พอได้ขึ้นรถไฟแล้วก็ใช่ว่าจะถึงที่หมายตามกำหนดเวลาเสมอไป ในแต่ละวันทีรถไฟหลายขบวนขึ้นเหนือล่องใต้ แต่รางนั้นมีจำนวนจำกัด เลยกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่รถไฟบางขบวนจะต้องจอดกลางคันเพื่อให้รถไฟอีกขบวนแล่นผ่านรางไปก่อน คงไม่น่าติดใจเท่าไหร่หากจอดหลบทางแบบมีระยะเวลากำหนด แต่ส่วนมากจอดหลบทางแล้วยังต้องรอให้รถไฟอีกขบวนที่มักอยู่ในสถานะเสียเวลาให้ไปก่อนอีก ฟากผู้โดยสารตาดำๆ ก็รอกันไปเถอะ

‘สกปรก บ่มเชื้อโรค’ ถึงแม้รถไฟจะมีให้เลือกนั่งหลายระดับ แต่ถ้าลองสำรวจเรื่องความสะอาดแล้วก็อาจกล่าวได้ว่าสูสีกันเลย เชื่อว่าทางการรถไฟฯ ก็ไม่ได้ละเลยเรื่องการรักษาความสะอาดเพียงแต่ว่า ณ ตอนนี้มันยังสะอาดไม่พอ เรื่องขี้ฝุ่นหรือเศษขยะอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก แต่การที่โบกี้รถไฟกลายเป็นฐานทัพของเชื้อโรคนั้นแย่ยิ่งกว่า ไม่กี่ปีมานี้ก็มักได้ยินข่าวคราวของ ตัวเรือด บุกโบกี้รถไฟกัดผู้โดยสารเหวะหวะจนร้องเรียนกันเป็นแถว ด้านการรถไฟฯ ถึงจะประกาศหยุดวิ่งรถไฟหลายๆ ขบวนร่วม 15 วันเพื่อกำจัดตัวเรือด แต่ดูเหมือนว่าก็ทำได้แค่ชั่วขณะ ผ่านมาไม่กี่เดือนก็มีเสียงจากผู้ใช้บริการร้องเข้ามาอีก แถมนำภาพที่โดนตัวเรือดกัดบนรถไฟปรากฏฝืนแดงจำนวนมากมาแชร์เป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ด้วย

‘ทรุดโทรม เสื่อมถอย’ สิ่งที่สังเกตเห็นบนรถไฟอีกอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง ห้องน้ำ เบาะนั่ง พัดลม ฯลฯ ก็โรยราไปตามอายุการใช้งาน โดยเฉพาะรถไฟชั้น 3 จะเห็นถึงความทรุดของสิ่งของได้ชัดเจนมาก เริ่มกันตั้งแต่นอกตัวโบกี้ สีลอกแตกลายงา สนิทเกาะ พอเข้ามาภายในก็พบขี้ฝุ่นหนาทั่วบริเวณ เงยขึ้นหน่อยเห็นพัดลมเรียงรายแต่ใช่ว่าจะใช้ได้ทุกตัว หรือบางทีฝนตกจะปิดหน้าต่างก็ต้องทำใจเพราะพังจนเกินเยียวยา หากใครใคร่จะปลดทุกข์คงต้องทำใจกันมากเสียหน่อยทั้งกลิ่นไม่พึงประสงค์ทั้งคราบเลอะเทอะ และอาจต้องเตรียมน้ำไปเอง เพราะก๊อกน้ำน่ะมีแต่น้ำจะไหลหรือเปล่ามันอีกเรื่องหนึ่ง ฯลฯ

เหล่านี้เป็นกิตติศัพท์ด้านลบบางส่วนที่เกิดขึ้นกับรถไฟไทย เป็นความคุ้นเคยที่ผู้บริโภคชาวไทยต้องเผชิญกันเป็นประจำ ตอกย้ำความเป็นรัฐวิสาหกิจที่ที่มีผลการดำเนินการขาดทุนต่ำที่สุดของประเทศจริงๆ

แม้แต่ประเทศอินเดียในช่วง 3-4 ปีมานี้ก็ยังมีการพลิกโฉมรถไฟครั้งใหญ่ สมเกียรติ พงษ์กันทา ได้เขียนบทความสรุปสั้นๆ ได้ว่า รถไฟอินเดียในวันนี้ได้สร้างปรากฎการณ์แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะพัฒนาทั้งคุณภาพ และขยายเพิ่มเส้นทาง ทำกำไรอย่างไม่เคนปรากฎมาก่อน

สองทศวรรษกับการหยุดอยู่กับที่
“ที่ผ่านมาเรื่องของการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงก็ไม่มีอะไรชัดเจน หยุดมาประมาณเกือบๆ 20 ปีแล้ว ทั้งเรื่องของเส้นทาง เรื่องของตัวขบวนรถ จำนวนขบวนรถโดยสารใหม่ที่จะบริการประชาชน เทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนา” นพ. รักษ์พงศ์ เวียงเจริญ ประธานเว็บไซต์รถไฟไทยดอทคอม เล่าถึงวิกฤติรถไฟไทยที่ย่ำอยู่กับมาตลอด

นอกเสียจากพวกรถไฟขนส่งสินค้าที่ถือเป็นรายได้หลักของการรถไฟฯ ก็จะมีการปรับพัฒนาทั้งสร้างทางใหม่เฉพาะไปท่าเรือแหลมฉบัง แต่ในส่วนการบริการประชาชนยังไม่เป็นรูปธรรม ในส่วนโบกี้ใหม่ๆ ที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นนำรถเก่ามาปรับปรุงในเรื่องความสะอาด หรือทาสีใหม่ แต่ในเรื่องเทคโนโลยีกำลังเครื่องจักรเครื่องยนต์ไม่ได้ปรับปรุงอะไรมากนัก

“การรถไฟเอามาปรับปรุงอยู่ ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง เอามาปรับปรุงใหม่ ก็ไปเดินรถทำรายได้ดีมันเป็นส่วนหนึ่ง แต่ว่าที่สำคัญก็คือเรื่องปัญหาของการรถไฟคือการล่าช้าเสียเวลา และการเปลี่ยนรถ และเปลี่ยนรถจักรเป็นประจำ รอซ่อม เพราะมันค่อนข้างจะช้ามาก บางทีหัวรถจักรอายุร่วม 50 ปียังมีวิ่งอยู่เลย”

ประเทศญี่ปุ่นที่ถือกำเนิดรถไฟในเวลาใกล้เคียงกับประเทศไทย ก็มีการพัฒนาค่อนข้างมากแต่ต้องยอมรับว่าเขาเป็นเจ้าเทคโนโลยี และมีระบบจัดการที่ดี หรือในแถบเอเซีย ประเทศจีน, ประเทศไต้หวัน ก็มีการพัฒนาระบบรถไฟเหมือนกัน นพ. รักษ์พงศ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงการแก้ปัญหาคาราซังของการรถไฟฯ

“ในเรื่องของวัสัยทัศน์ตั้งแต่ระดับรัฐบาลบอร์ดบริหารและก็องค์กรเองว่ามีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาไปในทางไหน หรือว่าจะพัฒนาแค่บริการสังคมแต่ไม่มีอะไรรองรับ ก็ปล่อยให้มันตกต่ำลงไปเรื่อยไม่ได้พัฒนา ก็จะทำให้สังคมรู้สึกว่ามันพึ่งรถไฟไม่ได้แล้วมันไปพึ่งอย่างอื่นกัน อย่างยุทศาสตร์ระยะสั้นที่ควรจะทำปรับปรุงระบบรถไฟให้ดี จัดซื้อหัวรถจักรจัดหารถ ปรับปรุงทางให้ปลอดภัย วิ่งได้เร็วตามมาตรฐาน”

ไม่เพียงภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติรถไฟไทย ในภาคเศรษฐกิจปัญหาที่สั่งสมมาเนินนานนี้ก็คอยบ่อยทำลายประเทศ ผศ.ดร.ภูริ สิรสุนทร อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยอมรับว่าถ้าพูดถึงเรื่องรถไฟไทยก็เหมือนเป็นการนำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ เพราะเราถกเรื่องนี้กันไม่รู้กี่รอบแล้วก็ไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม

“มันเป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการถูกแก้ไข ได้รับผลกระทบแน่นอนในเรื่องของเศรษฐกิจมหภาค เพราะว่าเราก็ไม่มีทางเลือกในการขนส่งมากนัก เข้าใจว่าเพราะความเป็นรัฐวิสาหกิจด้วย เลยติดปัญหาค่อนข้างเยอะ ถึงแม้ว่าจะมีไอเดียที่คิดจะทำแต่เอาเข้าจริงๆ ความเป็นรัฐวิสาหกิจ รัฐลงทุนอะไร ขอลงทุนทำอะไรก็ต้องผ่าน ครม. เพราะฉะนั้นกว่าจะผ่านก็เปลี่ยนรัฐบาลอีก สถานภาพทางการเมืองเราก็ไม่มีมากพอที่จะไปทำอะไรในระยะยาว”

การรถไฟเขาก็น่าสงสารเพราะขาดทุนตลอดเวลา รัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนแบบนี้พอจะขอให้ลงทุนอะไรก็มีแต่เพิ่มหนี้เพิ่มสินให้ตัวเอง มันก็ยิ่งเหมือนเอาคนที่ล้มละลายแล้วแล้วเราบอกว่าเราให้เงินเขาเพิ่มไปแล้วเดี๋ยวเขาจะได้ทำอะไรให้มันดีขึ้น ตรงนี้มันก็ลำบากแล้ว ผศ.ดร.ภูริ กล่าวเสนอแนะ

“ในแง่ด้านการเงินทางหนึ่ง คือการร่วมทุนกับเอกชนลักษณะของสัมปทานที่เราเห็นภายในกรุงเทพฯ แต่อยากเห็นภาพอย่างนั้นในสเกลที่ใหญ่ขึ้น ก็คือขยายไปเลยภาคเหนือภาคใต้ภาคอีสาน ดึงเอกชนเข้ามาเข้าร่วม แต่ว่าดูแล้วก็เหมือนเป็นการดึงต่างชาติเข้ามาด้วย นี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะเป็นทิศทางที่ดี”

ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่คนไทยจะได้สัมผัสความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือเสียงร้องเรียนของประชาชนเป็นปฏิกิริยาเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ก็ได้แต่หวังว่าท่านผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องจะหันกลับมาสะสางปัญหาของรถไฟไทยอย่างจริงจังเสียที อย่าให้ต้องพูดซ้ำกันในรุ่นลูกรุ่นหลานอีกเลย...ถึงเวลาแล้ว

คนไทยอยากเห็นภาพจริงที่มีการปรับปรุงพัฒนาการบริการอย่างชัดเจน ไม่ใช่มานั่งดูการสร้างภาพอันสวยงามของการรถไฟแห่งประเทศไทยผ่านโฆษณาในเวลาไม่กี่นาที ถ้าจะรณรงค์แค่เรื่องภาพลักษณ์ที่ดูจะบิดเบือนข้อเท็จจริง การรถไฟฯ ก็คงได้รับแต่เสียงต่อว่าจากประชาชนเหมือนเคย
….......................

 

 

'โฆษณาของการรถไฟแห่งประเทศไทย'





ภาพจากโฆษณาของ ร.ฟ.ท.
จำนวนคนไม่ชอบสูงกว่าที่ชอบ dislikes 499
ความล่าช้าของรถไฟไทยเป็นที่คุ้นชิน
อิริยาบทระหว่างรอเวลา
แออัดเบียดเสียด
ปรับเปลี่ยนชั้นวางของเป็นที่นอน
ตารางเวลาที่เชื่อถือไม่ค่อยได้