เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่สนามหลวงได้ถูกตรึงด้วยผ้าใบรอบพื้นที่เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ ตลาดนัดที่เคยล้อมรอบ ก็ถึงเวลาที่ต้องย้ายไปหาแหล่งทำกินใหม่ ซึ่งก็ไม่ได้ย้ายไปไกลกว่าเดิมสักเท่าไหร่
ดั่งนั้น หากใครเป็นตัวจริงในการเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง หนังสือเก่า หรือเครื่องมือจิปาถะทั้งหลาย โดยไม่ยี่หระกับสถานที่แล้วล่ะก็ ตลาดนัดคลองหลอด ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่มีความหลากหลายและมีเสน่ห์อยู่ไม่น้อย
โดยเมื่อครั้งที่ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ทั่วอาณาบริเวณบาทวิถีข้างที่เดิม ทุกคนต่างเรียกว่ามันว่า ‘ตลาดมืด’
ซึ่งมืดในความหมายนี้ก็น่าจะรวมทั้งความมืดรอบๆ สนามหลวง ที่ทำให้ร้านแต่ละร้านไม่ค่อยจะมีแสงไฟให้คนซื้อได้ยลสินค้ากันสักเท่าไหร่
หากโชคดีที่บางร้านที่ต้นทุนสูงหน่อยเจ้าของก็อาจต่อไฟมาจากแบตเตอรี่รถกระจายไปตามไฟดวงเล็กๆ ใหญ่ๆ ร้านข้างๆ ก็มาขอแชร์บ้าง ในบางร้านงบน้อยหน่อยก็มักจะหาซื้อโคมไฟใส่ถ่านอัลคาไลน์มาคอยเปิดส่องให้ลูกค้าชมสินค้าร้านตน แต่หากร้านไหนโชคดี หาจับจองที่ก่อนคนอื่นก็จะได้ทำเลที่ใกล้กับไฟถนนไม่ต้องค่อยกังวลเรื่องความสว่างเหมือนร้านอื่นๆ ซึ่งสำหรับผู้ซื้อแล้วบางครั้งมันอาจจะรู้สึกเท่นิดๆ เพราะเหมือนกับเราได้มีโอกาสพินิจสินค้าท่ามกลางแสงจันทร์เลยทีเดียว และในบางครั้งก็ถึงกับต้องถือไฟฉายส่วนตัวมาด้วยก็มี
มาว่าถึงเรื่องของสินค้า (ที่ส่วนใหญ่จะเป็นมือสอง) กันบ้าง ตรงนี้ก็เข้าข่ายตาดีได้ ตาร้ายก็เสีย ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ตอนอยู่ที่ร้านเห็นเสื้อที่อยากได้ว่าสีสวยดี กลับบ้านมาเป็นอีกสีหนึ่ง... นั่นเป็นเหตุผลที่ตลาดนัดแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นตลาดมืด นี่ยังไม่รวมกับความมืดของสินค้าบางชนิดที่ออกไปทางผิดกฎหมาย หรือมีมาเฟียเก็บค่าที่ก็ตาม
แต่เรื่องของการขาดแสงสว่างดังที่กล่าวไปข้างต้น มันก็ได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว เพราะเมื่อต้องย้ายแผงมาลงหลักปักฐานอยู่ที่คลองหลอดจริงๆ เรื่องของแสงสว่างก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะแต่ละร้านและรอบๆ มีแสงสว่างที่มากพอ ทำให้การเดินเหินซื้อสินค้าเป็นไปได้ง่ายขึ้นมาก
….......................
กระนั้นตลาดนัดคลองหลอดที่ถอดต้นแบบมาจากตลาดรอบสนามหลวงนั้น ก็ยังคงมีกลิ่นอายแบบเดียวกันอยู่ แถมยังเรื่องคุณภาพยังถือว่ามีสูงกว่า ชนิดที่เรียกว่ามาที่นี่ที่เดียว รับรองไม่ผิดหวัง
เพราะที่นี่มีสินค้าตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือและเรื่องราวของไอที ที่มีขายแบบทุกยุคทุกสมัย ทั้ง ไอแพด ไอโฟนจริง ไอโฟนปลอม(จีนแดง) แบล็กเบอร์รี่ เรื่อยไปจนถึงแบตเตอรี่ของโทรศัพท์โนเกีย 3310 แถมยังมีร้านรับลงโปรแกรม ซ่อมโทรทัศน์ วิทยุ ก็หาได้ไม่ยาก
ขณะที่เครื่องดนตรีก็มีให้เลือกเต็มไปหมดไม่แพ้กัน ตั้งแต่ของสุดฮิต อย่าง อูคูเลเล่ ที่มีให้เลือกตั้งแต่ราคาพันกว่าบาทไปจนถึงหลายพัน กีต้าร์มือหนึ่งมือสองราคาต่อรอง หรือแม้แต่สินค้าที่หายากสักหน่อยอย่าง ไวโอลินก็ยังมี
ส่วนแฟชั่นต่างๆ ยิ่งไม่ได้พูดถึง เพราะมีทุกแบบทุกชนิด ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้ามือหนึ่งและมือสอง ซึ่งเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง ตลาดนัดจตุจักร หรือตะวันนาพลาซ่าแล้ว ก็ถือว่าได้ภาษีกว่า เพราะราคาถูกอย่างเหลือเชื่อ
ขณะที่พวกสินค้าแบบผู้ใหญ่ๆ ดั้งเดิมอย่างอุปกรณ์เชียงกง พระเครื่อง หนังสือเก่าหรือเครื่องมือเบ็ดเตล็ดทั่วไป ที่เป็นสินค้ายุคแรกๆ ของตลาดแห่งนี้ แต่ก็ยังคงมีให้เห็นและเป็นที่นิยมอยู่ อ่อนอกจากนั้นรอบๆ บริเวณยังมีอาหารและของกินเล่นจำหน่ายอยู่หลายเจ้าอีกด้วย
จิตราภรณ์ ไพโรจน์พิบูลย์ นักศึกษาสาวที่ผันตัวเองมาเป็นแม่ค้าขายเสื้อมือสองสไตล์เรโทรซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของแม่ค้ารอบสนามหลวงมาก่อน บอกว่าชอบที่นี่มากกว่าที่เดิมเสียอีก เพราะนอกจากเวลาขายของจะมากขึ้นแล้ว คนยังเดินเยอะกว่าอีกด้วย
“ลูกค้าจะทำให้คนเดินไปกลับสองฝั่งเพราะที่จอดรถมีอยู่ 2 ที่ คือตรงศาลฎีกากับพระแม่ธรณีบีบมวยผม มันทำให้คนได้มีโอกาสซื้อของมากขึ้น และก็สว่างกว่าที่เดิมด้วย ตอนที่หนูขายอยู่สนามหลงคนน้อยกว่านี้ สำหรับตลาดนี้ในสายตาแม่ค้ามันเท่ตรงที่มีของเยอะ หลากหลาย ราคาถูก ลูกค้าก็จะมีทุกกลุ่มค่ะ”
เช่นเดียวกับ นักช็อบขาประจำอย่าง ปริญญา ปิ่นเอก หนุ่มบีบอยก็เลือกที่จะมาหาซื้อของที่นี่เป็นประจำ
“ผมมาบ่อยครับ อาทิตย์ล่ะ 2-3 วันได้ คือหลักๆ ก็จะไปที่คลองหลอดกับสะพานพุทธ แต่ที่นี่ของจะถูกกว่า ก็เลยมาเดินบ่อยกว่า (หัวเราะ)”
แม้ว่าภาพลักษณ์ของตลาดคลองหลอดจะไม่สวยหรูนัก เมื่อเทียบกับบรรดาห้างสรรพสินค้าขนาดไหนๆ ก็ตาม แต่หากเปิดใจและลองเข้าไปเยี่ยมชมที่นี้จริงๆ ก็จะเห็นว่า ความงามที่ซ่อนอยู่ในความหลากหลาย มันได้สามารถตรึงตาใจให้คนที่หลอมตัวเข้าไปแวะเวียนแล้ว อดใจไม่ไหวต้องแวะเวียนมาดูบ่อยๆ
แถมเมื่อพูดถึงเรื่องคุณภาพแล้ว แม้จะไม่เกรดเอ แต่ก็รับประกันได้ว่า ไม่มีทางที่คุณจะไปหาจากที่แห่งไหนได้แน่ๆ เพราะฉะนั้นหากวันหนึ่งเลิกงานดึกๆ ก็ลองโฉบมาเดินตลาดนัดคลองหลอดดู ก็จะรู้ว่าที่เล่ามาทั้งหมดนี้ไม่เกินเลยความจริงแม้แต่นิดเดียว
*--------------------
เรื่อง : นรินทร์ ใจหวัง


