xs
xsm
sm
md
lg

'ณัฐฑี จุฑาวรากุล' เธอเกิดบนกองทอง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะใช้ชีวิตได้ ดังเช่นสาวหน้าหวานที่มีรอยยิ้มน่ารักๆ “นัท-ณัฐฑี จุฑาวรากุล” เธอเกิดและเติบโตมากับแวดวงการค้าทองคำ ถึงแม้จะมีเงิน มีทองใช้ เรียกว่าไม่ต้องทำอะไรก็อยู่สบายได้ แต่สาวอายุ 26 ปีคนนี้ หลังจากเรียนจบปริญญาโทจากประเทศอังกฤษเธอก็ก้าวเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจอย่างเต็มตัว และยังสามารถต่อยอดธุรกิจทองคำเป็นการลงทุนรูปแบบใหม่ ซึ่งเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ผู้บริหารสาวหน้าใส เดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มหวานๆ เธอแต่งตัวเรียบๆ เสื้อตัวในสีชมพูหวาน เสื้อสูทสีครีมอ่อน ผมดัดเป็นลอนสวย เธอดูเป็นสาวหวาน น่ารัก และเมื่อได้พูดคุยยิ่งรู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาด พูดจาคล่องแคล่ว เรื่องที่พูดคุยก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องทองคำ เพราะเธอคลุกคลีกับทองมาตั้งแต่เด็ก จนถึงวันนี้เธอก็อยู่กับเรื่องทองคำมาตลอด ซึ่งเธอก็ให้ข้อมูล และความรู้เกี่ยวการวิวัฒนาการทองคำ และแนะการลงทุนทองคำอย่างน่าสนใจ

เกิดบนกองทอง
ด้วยความที่บ้านทำธุรกิจร้านทองมาตั้งแต่สมัยรุ่นคุณปู่ เธอจึงเรียกได้ว่าเกิดมาบนกองเงินกองทอง และคลุกคลีกับเรื่องเงินๆ ทองๆ มาตลอดตั้งแต่เด็ก เด็กคนอื่นอาจจะเล่นขายของ เล่นตุ๊กตา แต่ของเล่นของเธอคือทองคำ
 
“ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นทองอยู่แล้วค่ะ ธุรกิจของครอบครัวก็เกี่ยวกับทองหมดเลย เริ่มมาจากที่เราเป็นร้านทอง เหมือนร้านทองตู้แดงปกติเนี่ยแหละ ขายส่งทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง เป็นธุรกิจที่ทำมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ แล้วคุณพ่อก็มาขยับขยาย แล้วนัทก็เป็นรุ่นที่ 3 สำหรับห้างทองเจียบเซ่งเฮง
 
ตอนเด็กเราก็ได้ช่วยงานที่ร้านทอง คือคุณพ่อจะปลูกฝังให้ลูกๆ ช่วยทำงาน เหมือนเป็นการฝึกตั้งแต่เด็ก ทำให้ซึมซับ เราก็ได้เรียนรู้ ได้เห็นอะไรไปด้วย นัทช่วยอะไรได้ก็ช่วย ไม่ว่าจะเป็นแคชเชียร์ เก็บเงิน ช่วยขายของ ทำบัญชี เวลามีปัญหาอะไรเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ คุณพ่อก็จะนำมาพูด มาเล่า แล้วก็มาถามความเห็น เหมือนเป็นการสอนไปในตัว ให้ฝึกแก้ปัญหา

ทุกวันเสาร์เป็นวันที่เราต้องเข้าไปร้านทองอยู่แล้ว ไปวิ่งเล่น เล่นกับทอง เล่นกับเครื่องคิดเลข เล่นลูกคิด ตอนนั้นยังดีดลูกคิดไม่ค่อยเป็น เล่นแข่งกดเครื่องคิดเลขกับน้อง เคยเอาทองน้ำหนักเยอะๆ เวลาลูกค้าสั่งทำ น้ำหนัก 10 บาท เราก็ลองเอามาใส่ดู มาจับเล่นตามประสาเด็ก เอ๊ะ! มันจะหนักคอหรือเปล่า (หัวเราะ) มันหนัก เราก็คิดว่าแล้วเขาจะใส่ยังไง”

แอบสังเกตว่าลูกสาวห้างทองคนนี้ เธอไม่สวมเครื่องประดับที่เป็นทองเลย มีเพียงแหวนเพชรวงเดียวบนนิ้วมือเรียวสวยเท่านั้น ซึ่งเธอก็เล่าว่ามีคนชอบถามบ่อยๆ ว่าทำไมถึงไม่ค่อยใส่เครื่องประดับที่เป็นทอง

“นัทไม่ค่อยใส่ทองเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะเราเห็นจนมันชินตา เรียกว่าเห็นมาตั้งแต่เด็ก คนอื่นอาจจะเห็นทองแล้วไม่ค่อยกล้าจับ เพราะรู้สึกว่าเป็นของมีมูลค่า แต่สำหรับเรามันเหมือนเป็นของที่บ้านที่เราเห็นมาตั้งแต่เด็ก”

หยุดนิ่งเท่ากับถอยหลัง
แม้ว่ามองภายนอกจะดูว่าเธอเป็นผู้บริหารที่อายุยังน้อย และมีประสบการณ์ไม่มาก แต่เธอก็อยู่กับแวดวงทองคำมาทั้งชีวิตและเมื่อได้พูดคุยถึงมุมมองความคิดในการทำงาน จะรู้ว่าเธอเป็นคนฉลาด คล่องแคล่ว แถมยังมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งเรื่องนี้เธอยกให้คุณพ่อ ซึ่งคอยปลูกฝังเรื่องการทำงาน และหลายเรื่องที่เธอนำมาใช้ได้เสมอ

“คุณพ่อจะพูดเสมอว่า การทำธุรกิจจะต้องไม่หยุดนิ่ง ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ถ้าหยุดอยู่กับที่ก็เหมือนเดินถอยหลังลงคลอง เพราะว่าทุกธุรกิจมีการพัฒนาตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นเราก็ควรมีการพัฒนา มีการคิดอะไรใหม่ๆ ปรับปรุงธุรกิจ สมมติว่าสินค้าไม่ได้เพิ่มเติม แต่ว่าเราก็ควรมีบริการที่ดีขึ้น อย่างน้อยก็ต้องคงคุณภาพ และการบริการให้ลูกค้า นี่ก็เป็นอะไรที่คุณพ่อสอน แล้วก็สำคัญ ทำให้เรามีการขยับขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

เวลานัทเจอปัญหา ก็จะปรึกษาคุณพ่อ เคยคุยกับท่านเรื่องการตัดสินใจ เวลาที่เราตัดสินใจอะไรบางอย่างไป เราก็ไม่รู้ว่ามันจะใช่ทางออกที่ดีที่สุดไหม แต่ตอนนั้นเราก็คิดว่าเราคิดดีที่สุดแล้ว คุณพ่อก็จะสอนว่าทุกอย่างมันเป็นการเรียนรู้ เราทำไปแล้วมันก็เป็นประสบการณ์ที่เราได้รับกลับมา ไม่มีใครที่คิด แล้วตัดสินใจไปจะรู้คำตอบหรอก ก็ให้คิดว่ามันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ที่เราคิดได้ ณ ตอนนั้น แต่ถ้าเวลาผ่านไป เรามาคิดได้ว่า ตรงนั้นอาจจะมีวิธีที่ดีกว่า หรือน่าจะลองอีกวิธีหนึ่ง ทุกอย่างมันก็เป็นการเรียนรู้ในการทำงานของเรา”

แน่นอนว่าทำงานโดยเฉพาะการทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงแม้จะอยู่ในวงการนี้มาตั้งแต่เด็ก ถึงจะศึกษาเล่าเรียนมา พอมาเจอประสบการณ์จริงก็เป็นสิ่งที่เธอจะต้องต่อสู้ และเรียนรู้ต่อไป

“ตอนแรกก็ต้องยอมรับว่าก็ยาก เพราะว่าเราอายุยังน้อย ถึงเราจะเรียนมา แต่ว่าประสบการณ์ในการทำงานก็อาจจะน้อยกว่าคนอื่นเขา ต้องบอกว่าเหนื่อย และต้องศึกษาเยอะ ต้องเรียนรู้เยอะ เราก็ค่อยๆ เรียนรู้ และก็หาทีมงาน ทุกคนคอยช่วยกันซัปพอร์ต เพราะว่าบริษัทมันเดินคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว มีเราก็ต้องมีแขน ขา มีทุกคนคอยเดินไปด้วยกัน บริษัทจะเดินเร็ว เดินช้า มันก็ขึ้นอยู่กับทุกๆ องค์ประกอบ เราก็พยายามสรรหา แล้วเราก็ทำงานแบบรับฟังความคิดของคนอื่นด้วย

การที่เราเป็นผู้บริหารเนี่ย คุณพ่อจะสอนว่าให้คิดไปไกลกว่าคนอื่นอีกสเต็ปหนึ่ง ถึงจะบริหารงานได้ เพราะฉะนั้นเวลาคิดเราต้องคิดรอบด้าน บางคนทำงานอาจจะคิดแค่เรื่องของประโยชน์ของตัวเอง แต่ว่าเราบริหารองค์กร เราก็ต้องคิดถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับองค์กร สำหรับลูกค้า สำหรับตัวเอง สำหรับพนักงาน ต้องดูให้รอบด้านที่สุด คิดให้เยอะที่สุด เป็นอะไรที่เราต้องค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ ค่อยๆ เรียนรู้ เราอาจจะโชคดีที่คุณพ่อจะสอนมาตั้งแต่เด็ก ให้เรารู้จักคิด รู้จักแก้ปัญหาอยู่แล้ว

สิ่งที่ยากที่สุด ต้องบอกว่าเป็นปัญหานี่แหละ เวลาเจอปัญหาแต่ละอย่างเราต้องรู้ให้ได้ว่าเราจะแก้ยังไง เราจะทำยังไงกับมัน ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ยาก และต้องพยายามที่จะทำ เราทำงานตรงนี้เราไม่ได้ถูกบังคับให้ทำ เรารักเพราะว่าเราเห็นมาตั้งแต่เด็ก ทุกอย่างมันเหมือนซึมซับเข้าไปอยู่แล้ว พอเราเข้ามาทำตรงนี้อย่างเต็มตัว มันเหมือนเราอยากที่จะพัฒนา อยากขยับขยาย ต่อยอดต่อไป ไม่ใช่มาทำไปวันๆ เฉยๆ สิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้เราตั้งใจที่จะทำ พยายามที่จะขวนขวาย แล้วก็พัฒนาต่อไป”

บนถนนสายทองคำ
ด้วยความที่คลุกคลีอยู่ในวงการทองคำมาตั้งแต่เด็ก พอเรียนจบเธอจึงเข้ามาช่วยดูแลธุรกิจทองคำในครอบครัว ในตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการบริษัท คลาสสิก โกลด์ ซึ่งนำเข้า ส่งออกทองคำแท่ง ดูแลเกี่ยวกับการซื้อขาย ระบบออนไลน์ และความที่เป็นเด็กจบใหม่ไฟแรงจึงคิดต่อยอดธุรกิจทองคำให้เป็นรูปแบบการลงทุนที่ทันสมัยมากขึ้น และทำให้เป็นเรื่องที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

“ตัวบริษัทคลาสสิก โกลด์ นี่จะทำทุกอย่างที่เกี่ยวกับทองคำ ตั้งแต่สร้อยทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง 99.99 และ 96.5 เปอร์เซ็นต์ พอเราทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าทองคำครบวงจร เราก็สนใจอยากที่จะขยับขยายธุรกิจ และต่อยอดธุรกิจต่อไป ก็เลยมาเปิดอีกบริษัท คือคลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส เหมือนเป็นโบรกเกอร์ ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโลหะมีค่าทั้งหมด ก็จะมีโกลด์ฟิวเจอร์ส กับซิลเวอร์ฟิวเจอร์ส ต่อไปจะมีโกลด์อีทีเอฟเข้ามา โดยมีการซื้อขาย การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นี่คือคร่าวๆ ที่นัทดูแลเป็นหลัก”

เมื่อรู้ความต้องการของตัวเองตั้งแต่เด็กว่าอยากสานต่อธุรกิจทองคำของครอบครัว เธอจึงเลือกเรียนต่อคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเริ่มเข้ามาชิมลางช่วยดูแลธุรกิจ หลังจากนั้นเธอไปศึกษาต่อปริญญาโทเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ที่ประเทศอังกฤษ พอจบกลับมาก็เข้ามาทำงานอย่างเต็มตัว

“เรื่องการเรียน คุณพ่อไม่บังคับ ท่านเห็นว่าเรามีความรับผิดชอบ และดูแลตัวเองได้ พ่อแม่บางคนอาจจะบังคับลูก ต้องเรียนพิเศษ แต่พ่อแม่ของนัทไม่ ท่านก็อยากให้เรามีชีวิตวัยเด็ก แล้วก็เรียนหนังสือ ถึงเวลาสอบก็ตั้งใจอ่านหนังสือ

อาจจะเป็นเพราะเราโดนปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ก็เลยไม่ได้สนใจอยากจะเป็นนักบิน หรืออยากจะเป็นคุณหมอ นัทก็คิดว่าอยากจะพัฒนาต่อยอดธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก ก็เลยเลือกเรียนสาขาบริหารธุรกิจ เลือกเรียนวิชาเอกเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วงนั้นธุรกิจทางร้านทองก็จะนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ เราก็มองว่าคอมพิวเตอร์ก็เป็นสิ่งสำคัญ เทคโนโลยีมันน่าจะมาช่วยหลายๆ อย่างในองค์กรได้ พอเรียนจบก็เข้ามาช่วยดูแล บ.คลาสสิก โกลด์ เราก็พยายามพัฒนาระบบซื้อขายออนไลน์ด้วย ช่วยงานได้สักพักหนึ่งเราก็ไปเรียนต่อ หลังจากที่นัทเรียนจบปริญญาโทจากอังกฤษ กลับมาก็เลยมาทำตรงนี้เป็นหลัก ปกติเราก็มีความรู้ทางด้านทองคำ บวกกับเราเรียนเกี่ยวกับการเงินมาอยู่แล้ว ก็เลยต่อยอดมาทำ บ.คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส


นัทมองว่าการลงทุนทองคำ มันไม่ใช่เรื่องยาก และไม่ได้จำกัดแค่กลุ่มคน 2-3 กลุ่ม ใครๆ ก็สามารถลงทุนทองคำได้ เราก็อยากให้ตลาดโต กว้างขึ้น แต่ก่อนการซื้อขายของกลุ่มธุรกิจเราเป็นแบบซื้อขายกับกลุ่มลูกค้าร้านทอง ไม่ต้องทำการตลาดอะไร แต่พอทำคลาสสิกโกลด์ คนอาจจะไม่รู้จักว่าคืออะไร เราก็ต้องทำให้นักลงทุนทั่วไปรู้จักเราด้วย พัฒนาในทุกๆ อย่าง และปรับเปลี่ยน เติมเต็มส่วนที่ขาด ทองคำเติบโตเร็วมาก จาก 4 พัน สัญญา ช่วงทองคำผันผวน 9 หมื่นกว่าสัญญา ซึ่งถือว่าเติบโตเร็วมาก

โดยส่วนตัวเป็นคนชอบลงทุนอยู่แล้ว แต่ก่อนนัทชอบลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงมากกว่านี้ แต่ตอนนี้เวลาในการติดตามลดลง ก็ลดการลงทุนที่มีความผันผวน แล้วก็เสี่ยง อาจจะลงทุนในสิ่งที่ปลอดภัยมากขึ้น อย่างพวกหุ้นกู้ พวกพันธบัตรมากขึ้น ลดการลงทุนในหุ้นเสี่ยง ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามวัย ตามประสบการณ์

ถ้าเราอยู่เฉยๆ ไม่ได้ลงทุนอะไร ตอนนี้เงินเฟ้อมันสูงขึ้นทุกวัน ถ้าเราเก็บเงินไว้เฉยๆ สมมติเรามีเงิน 100 บาท ซื้อของได้จำนวนหนึ่ง ผ่านไป 1 ปี เงิน 100 บาท ไม่ใช่จะซื้อของได้เท่าเดิมแล้ว เพราะของราคาแพงขึ้น ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงมีคำพูดว่าให้เงินทำงาน เพราะว่าอยากให้เงินงอกเงยในตัวด้วย ไม่ใช่อยู่เฉยๆ แล้วมูลค่ามันลดลงทุกวัน การลงทุนเป็นอะไรที่เข้ามาใหม่ คนถึงสนใจการลงทุนมากขึ้น ทองคำก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เอาชนะเงินเฟ้อมาได้โดยตลอดเป็นระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา”

วิวัฒนาการทองคำ
หลายคนมองว่าทำไมราคาทองคำถึงแพงขึ้นๆ และเริ่มมีความผันผวน ซึ่งเป็นกลไกทางการตลาดทองคำที่เริ่มเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบการลงทุนแบบอื่น ซึ่งธุรกิจห้างทองเจียบเซ่งเฮงก็มีการพัฒนาธุรกิจจากห้างทองรูปพรรณมาเป็นการค้าขายทองคำแบบครบวงจร ในรูปแบบของบริษัทคลาสสิก โกลด์ และในปัจจุบันก็มีการต่อยอดธุรกิจการลงทุนที่มีหลากหลายช่องทางมากขึ้น

“สมัยก่อนคนไทยจะนิยมซื้อทองรูปพรรณมาสวมใส่ ซื้อเป็นของที่ระลึก เป็นของที่ให้ตามเทศกาลต่างๆ เป็นของขวัญเด็กแรกเกิด ของแต่งงาน นี่เป็นค่านิยมของคนไทยมานานแล้ว จนมาเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนของทองคำ ราคาทองคำสูงขึ้นทุกปี ผลตอบแทน 10 ปีที่ผ่านมา ประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์ จากผลตอบแทนตรงนี้เริ่มทำให้นักลงทุนสนใจ และมองว่าสินทรัพย์นี้น่าลงทุน เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง จะเห็นว่ามีนักลงทุนเข้ามาในตลาดทองคำมากขึ้น ทองคำก็เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว จากที่เคยสวมใส่ เป็นของสะสม ก็เริ่มกลายเป็นของที่คนเริ่มลงทุนแล้ว มีนักลงทุนสนใจเข้ามาในตลาดทองคำ”

สิ่งที่โดดเด่น และทันยุคสมัยของคลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์สคือ สามารถเข้ากับไลฟ์สไตล์นักลงทุนในปัจจุบัน มีเว็บไซต์ที่ทันสมัย สามารถติดตามข่าวสาร ดูราคาทองคำ บทวิเคราะห์ และมีแอปพลิเคชัน สำหรับไอแพด ไอโฟน เรียกว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลเกี่ยวกับทองคำได้ง่าย “นักลงทุนชอบอะไรที่สะดวกรวดเร็ว คล่องแคล่ว เชื่อถือได้ เพราะฉะนั้นเราก็เลยพัฒนาระบบซื้อขาย ออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต แล้วก็ผ่านแอปฯ ใน ไอโฟน ไอแพด นักลงทุนอยู่ข้างนอกก็สามารถซื้อขายเองได้เลย”

“จะเห็นว่าการพัฒนารูปแบบการลงทุนทองคำเริ่มมีวิวัฒนาการ จนถึงตอนนี้ก็มีการลงทุนรูปแบบใหม่ คือโกลด์ ฟิวเจอร์ส เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงในการลงทุนทองคำ นักลงทุนทั่วไปก็เข้ามาเก็งกำไร หากำไรจากส่วนต่างได้ เป็นระบบการซื้อขายกันผ่านเครื่องมือ ผ่านกลไกตลาด แล้วก็เอากำไรส่วนต่างตรงนั้นไป ไม่มีการมาถือทองจริง

อีกทางเลือกหนึ่งก็จะมีโกลด์อีทีเอฟ เข้ามา ซึ่งเหมือนกองทุนทองคำนี่แหละ นำเงินจากนักลงทุนไปซื้อ ไปลงทุนทองคำ แต่จะมีข้อดีคือ เหมือนหุ้นหนึ่งตัว ซื้อขายในตลาดหุ้นบ้านเราเลย รับราคาเรียลไทม์ ซึ่งราคาหน่วยลงทุนของหุ้นตัวนี้ ก็จะไปอ้างอิงกับทองคำ”

ด้วยเทคโนโลยี ด้วยพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนไป ตลาดการค้าทองคำก็มีการปรับเปลี่ยน ทำให้การลงทุนทองคำในรูปแบบใหม่ๆ เป็นสิ่งที่คนเริ่มหันมาสนใจมากขึ้น และส่งผลให้ทองคำรูปพรรณที่นับวันราคามีแต่จะสูงขึ้น มีจำนวนการซื้อขายที่ลดลง

“ปริมาณการซื้อขายทองคำรูปพรรณก็อาจจะค่อยๆ น้อยลง เงินที่เคยซื้อได้ 10 บาท ตอนนี้อาจจะเหลือซื้อได้แค่ 5 บาท แต่ก็ยังขายได้ ถ้าทองยังแพงอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คนที่สามารถซื้อทองรูปพรรณอาจจะน้อยลง อย่างน้ำท่วมก็อาจจะมีผลกระทบต่อตลาดทองรูปพรรณ บางจังหวัดน้ำท่วม แค่น้ำท่วมก็เดือดร้อนแล้ว คนจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อทองรูปพรรณ แต่ทองคำแท่ง กับการลงทุนได้รับความนิยมเยอะขึ้น

ก็ต้องยอมรับตลาดทองคำในบ้านเรา 2-3 ปีที่ผ่านมาค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปเยอะ เพียงแต่ว่ามันก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเร็วจนตามไม่ทัน ทำให้ตลาดการลงทุนทองคำในบ้านเราคึกคัก และมีความน่าสนใจมากขึ้น”

คิดบวก ชนะปัญหา
การทำธุรกิจที่ต้องมีการติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา มีลูกน้องหลายชีวิตที่ต้องดูแล ก็ทำให้มีบางครั้งที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ รู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อ แต่สิ่งที่ทำให้เธอผ่านทุกอย่างมาได้ก็คือการคิดบวก และการได้พูดคุยกับครอบครัว

“ตื่นมาต้องเปิดดูราคาทองเป็นอย่างแรก เป็นเรื่องปกติของแวดวงนี้ ก่อนนอนก็ดูราคาทองก่อนนอน คือดูทุกๆ เวลา ทองคำแท่งเปิดซื้อขายถึงเที่ยงคืน เราก็ทำถึงเที่ยงคืน แต่เราก็มีพี่น้องช่วยกันดูแล ผลัดกัน ไม่ได้อยู่ถึงเที่ยงคืนทุกวัน แต่ก็ทำงาน 6 วันค่ะ วันเสาร์ก็เข้าร้านทอง เหมือนเป็นการไปพูดคุยกับครอบครัวมากกว่า วันอาทิตย์ก็เป็นวันพักผ่อนกับครอบครัว กินข้าวด้วยกัน แต่อยากบอกว่าการทำธุรกิจกับครอบครัว สุดท้ายการพูดคุยกัน ก็เป็นเรื่องงาน แต่มันก็เป็นการรีแลกซ์ ได้แชร์กัน เวลาเจอครอบครัว หรือเพื่อนฝูง เราก็ได้พูดคุย ได้ระบาย ได้ปรึกษา ร่วมกันตัดสินใจ การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญในครอบครัวนะ เพราะฉะนั้น เหมือนเราไม่ได้ทำคนเดียว มีคนให้คำปรึกษาตลอด

ทำงานก็ต้องมีเหนื่อย ท้อบ้าง เราก็พยายามคิดบวก เราไม่คิดแง่ลบมาก การทำธุรกิจ เราตั้งสูตรว่าเรารู้จักวางแผน แล้วก็เตรียมรับมือกับมัน แต่ว่าในเรื่องของแง่คิดในการใช้ชีวิตเนี่ย ถ้าเราคิดบวก มันจะทำให้เรามีความสุขกับมันมากกว่า ตอนเข้ามาทำงานแรกๆ นัทก็เครียดนะ แต่เราก็คิดว่า ถ้าเราทำสำเร็จตอนนี้ มันก็เป็นข้อดีกับตัวเราเอง ถือว่าเราประสบความสำเร็จได้เร็ว และได้มีโอกาสเรียนรู้ประสบการณ์ในชีวิตได้อีกเยอะ ถ้าเกิดเรามาเริ่มทำสักอายุ 30-40 มันก็เหลือเวลาไม่เยอะในการทำ เราทำตอนนี้เราก็มีเวลาลองผิด ลองถูก พัฒนาไปได้อีกเยอะ

และด้วยความที่เป็นเด็ก มันเหมือนเราซึมซับได้ง่าย เรายังเปิดรับ ยังมีไฟในการทำงาน มีแรงในการทำงานได้เยอะ อีก 10 ปี เราอาจจะเหนื่อยง่าย อาจจะท้อได้มากกว่านี้ นัทคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราได้เข้ามาทำตรงนี้ตั้งแต่อายุน้อยๆ

นอกจากนั้นก็พยายามหากิจกรรมทำ เวลาว่างก็ชอบอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ชอปปิ้งตามประสา ออกไปกินข้าวกับเพื่อน ก็เป็นวิธีรีแลกซ์อีกอย่างหนึ่ง ช่วงทำงานแรกๆ ชอบอ่านหนังสือเยอะ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นการเปิดโลก ได้มุมมองใหม่ๆ ไม่ได้อยู่ในกรอบแคบๆ ของตัวเอง เวลาเครียดๆ พออ่านหนังสือ ก็จะเห็นว่ายังมีคนอื่น ที่เครียดกว่าเรา เจอปัญหาเยอะกว่าเรา บางอย่างเราคิดว่าโชคร้ายมากเลยที่เจอแบบนี้ แต่พอไปเจอปัญหาของคนอื่น ทำให้เราคิดว่าเราโชคดีกว่าอีกหลายคน

นัทจะชอบอ่านเรื่องสั้น จบเป็นตอนๆ ถ้าเป็นนิยายไม่มีเวลาอ่าน บางทีอ่านแล้วติดมันกระทบการทำงาน เวลาว่างก็หยิบมาอ่าน เวลาเลือกหนังสือก็อยู่ที่อารมณ์ของเราด้วยว่าอยากจะอ่านอะไร บางทีเครียดก็ไปอ่านหนังหนังที่รีแลกซ์ ตลกหน่อย”





ศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนทองคำ
สำหรับคนที่อยากลงทุนทองคำต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงทุน ดังคำพูดที่ว่า ควรจะต้องมีการศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการลงทุน เพราะว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง และแต่ละโปรดักต์ต่างกัน มีรูปแบบการลงทุนที่ต่างกัน อย่างแรกก็ต้องรู้ว่าราคาเรียลไทม์ทองคำที่ประกาศ มาจากอะไรบ้าง มาจากราคาทองคำในต่างประเทศ ซึ่งเขาจะบอกเป็น US ดอลล่าร์ เป็นราคาซื้อขายที่เป็นสากลทั่วโลก ส่วนในบ้านเราซื้อขายกันเป็นเงินบาท เพราะฉะนั้นก็มีค่าเงินบาทเข้ามาเกี่ยวข้อง

“ราคาทองตลาดโลก กับค่าเงินบาทในบ้านเรา ก็เป็นสองปัจจัยหลักๆ ที่ส่งผลต่อราคาทองคำ ในตลาดบ้านเรา ว่าจะขึ้นจะลง และมีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งที่นักลงทุนจะต้องรู้ก่อนที่จะเข้ามาลงทุน รวมทั้งจะต้องรู้ว่าความเสี่ยงของการลงทุนทองคำ ในแต่ละโปรดักต์ต่างกัน และตัวของนักลงทุนเองมีลักษณะอย่างไร จะรับความเสี่ยงได้น้อย บัตเจ็ตในการลงทุนอยู่ที่เท่าไหร่ รายได้เท่าไหร่ เป็นสิ่งที่ต้องรู้ก่อนการลงทุน

คนที่รับความเสี่ยงได้น้อย แต่อยากลงทุนทองคำ เขาอาจจะต้องมาลงทุนทองคำแท่ง แต่ก็ต้องดูว่าทองคำแท่งต้องใช้เงินในสัดส่วนที่เยอะหน่อย แต่ถ้าอยากลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำอย่างทองคำแท่ง แต่อยากใช้เงินลงทุนที่น้อย ก็อาจจะต้องไปลงทุนโกลด์อีทีเอฟ

หรือเป็นคนรับความเสี่ยงได้มาก แต่อยากใช้เงินลงทุนน้อยๆ แต่ผลตอบแทนมีโอกาสได้สูง ก็อาจจะไปลงทุนโกลด์ ฟิวเจอร์ส เพราะว่าใช้เงินลงทุนแค่ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าผลตอบแทนอาจจะได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะขาดทุน 10 เท่าได้เหมือนกัน ความเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนที่สูงก็ตามมาด้วยความเสี่ยงที่สูง

อีกอย่างคือต้องรู้จักจุดสตอป ลอส คือนักลงทุนก็ต้องอยากได้เป้าอยู่แล้ว ว่าอยากลงทุนกี่เปอร์เซ็นต์ อยากได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ แต่ไม่ทันคิดว่าเสียเท่าไหร่ เขาถึงรับได้ สมมติอยากลงทุน 10 เปอร์เซ็นต์ โอเคแล้ว ตั้งเป้าเอาไว้ แต่ว่ารับการขาดทุนได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เขาก็ต้องตั้งเป้าเอาไว้เลย ว่าถ้าถึงจุดนั้น เขาอาจจะต้องตัดขาดทุนนะ ในการบริหารพอร์ตการลงทุน ทุกคนควรจะรู้ว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้แค่ไหน ถ้าไม่ได้ตั้งเลย แล้วปล่อยให้ขาดทุนไปเรื่อยๆ สุดท้ายจาก 10 เป็น 100 เปอร์เซ็นต์ เขารับความเสี่ยงตรงนั้นไม่ได้ มันก็จะเกิดผลเสียตามหลัง”

เล่นหุ้นกับการลงทุนทองคำ
ราคาทองคำไม่ได้อ้างอิงกับตลาดเมืองไทย ไม่ใช่การเมืองไทยเป็นอย่างไร ทองคำจะเป็นอย่างนั้น ทองคำเป็นอะไรที่เป็นสากลทั่วโลก เวลาติดตามราคาทองคำก็เป็นราคาสากลทั่วโลก แต่ต้องดูเงินบาทที่จะส่งผลกับราคาทองคำในเมืองไทย แต่หุ้นจะเปราะมาก ถ้าเป็นเรื่องการเมืองในไทย

“หุ้นจะต้องดูเป็นหุ้นรายตัว จริงๆ ทองคำกับหุ้น ผลตอบแทนไม่ได้ไปทางเดียวกัน ไม่ใช่ว่าหุ้นขึ้นทองคำจะขึ้น หรือว่าหุ้นลงทองคำจะลง ดังนั้น จึงแนะนำว่าในทุกๆ การลงทุนก็น่าจะมีการลงทุนทองคำติดพอร์ตไว้ สัก 10 เปอร์เซ็นต์ มันก็จะช่วยให้บริหารพอร์ตได้ดีขึ้น เป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน หุ้นตัวไหนดีไม่ดี วิเคราะห์งบการเงินของบริษัทนั้น แต่ว่าทองคำไม่มีบริษัทอะไรให้ติดตาม อยู่ที่อุปสงค์ อุปทาน ของตลาดโลก ความต้องการการซื้อทองคำ มีเหมืองทองผลิตทองคำออกมาเยอะแค่ไหน มีนักลงทุนเข้ามาสนใจการลงทุนทองคำมากน้อยแค่ไหน ส่วนทองคำจะดูหลักๆ ก็เป็นข่าวสาร สหรัฐอเมริกา ยุโรป ทั่วไป หรือจะเป็นปัจจัยทางด้านเทคนิค บางคนก็วิเคราะห์กราฟ”

ช่วงนี้ควรชะลอการลงทุน
“ช่วงนี้ราคาทองคำพักฐานอยู่ แต่ในระยะกลาง ระยะยาว แนวโน้มก็ยังเป็นขาขึ้นอยู่ มันเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง ไม่เหมือนกับหุ้นที่เป็นกระดาษเลย แต่ต้องเตือนนักลงทุนว่าในการลงทุนทองคำ ต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน เพราะว่าราคาทองคำในตอนนี้ค่อนข้างผันผวนมาก แต่ก่อนยังไม่ค่อยขยับเท่าไหร่ ก็เลยมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ละวันราคาทองคำก็ผันผวนประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้ราคาทองคำผันผวน 3-5 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน ซึ่งถือว่าเยอะมาก

การที่มีนักลงทุนมีการเก็งกำไรในตลาดเยอะขึ้น ก็เลยทำให้ราคาทองคำมีการผันผวนมาก ก็ต้องระมัดระวังในการลงทุน ช่วงนี้นักลงทุนก็ต้องติดตามข่าวสารให้ดี นักลงทุนระยะกลาง หรือระยะยาว ค่อยๆ ดูจังหวะ ค่อยๆ เข้ามาดีกว่า อาจจะชะลอการลงทุน อาจจะใช้เวลาประมาณหลายเดือนเหมือนกัน ค่อยๆ ติดตามดู แต่สำหรับนักลงทุนระยะสั้นก็อาจจะเป็นโอกาสดี”





ประวัติการศึกษา : 2551 - 2552 ปริญญาโท (เกียรตินิยม อันดับ 2) The ICMA centre, Henley Business School, University of Reading
MSc International Securities, Investment and Banking (วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการลงทุนและการธนาคาร)
2546 - 2549 ปริญญาตรี (เกียรตินิยม อันดับ 2) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิชาเอก ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ วิชาโท การตลาด
ประวัติการทำงาน :ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด, รองกรรมการผู้จัดการบริษัท คลาสสิก โกลด์ 


ข่าวโดยทีมข่าว M-Lite/ASTV สุดสัปดาห์

ภาพโดย พงศ์ศักดิ์ ขวัญเนตร