xs
xsm
sm
md
lg

ยากูซ่าบุกไทย จับให้ได้...ไล่ให้ทัน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


 
     คอหนังอาจคุ้นเคย ‘ยากูซ่า’ จากหนังแดนปลาดิบหลายเรื่อง เช่น ‘Ichi The Killer’ ผลงานของ 'ทาคาชิ มิอิเกะ' ที่โหดเลือดสาดได้ใจเหลือเกิน ‘Sonatine’ หนังยากูซ่าดุเด็ดของผู้กำกับ 'ทาเคชิ คิตาโน' หรือในหนังฮ่องกง ‘Shinjuku Incident’ ซึ่งจับเอาเฉินหลงมาพะบู๊กับยากูซ่า

     ข้างต้นคือยากูซ่าในแผ่นฟิล์ม แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยากูซ่าสร้างแรงสั่นสะเทือนบนผืนแผ่นดินไทยอีกครั้ง จากการที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองบุกรวบตัว ‘ยากูซ่าตัวจริงเสียงจริง’ นาม คิมิโอะ หรือ มาซา โยชิโมโตะ หัวหน้าแก๊งยากูซ่าทรงอิทธิพลแถวหน้าในแดนอาทิตย์อุทัย แก๊ง 'ยามากูจิ’

     ฤทธิ์เดชของ คิมิโอะ นั้นใช่ย่อย...

     3 ปีก่อน เขาพยายามสังหารสมาชิกแก๊งยากูซ่าร่วมแผ่นดิน ‘แก๊งยานาโตรี’ จากนั้นทำหนังสือเดินทางปลอมเข้าเมืองไทยเพื่อมากบดานหนีความผิด เมื่ออยู่กินบ้านเรา หัวหน้าแก๊งยามากูจิ ไม่ทิ้งลายอาชญากร ถ่ายคลิปสาวไทยแล้วขู่กรรโชกทรัพย์เรียกเงิน 2 ล้านบาท ครั้นถูกตำรวจจับ เขาใช้เอกสารปลอมประกันตัวออกไป แถมดันหลบหนีระหว่างประกันตัว 2 ครั้ง 2 ครา ในที่สุดหนีไม่รอด ถูกรวบคาหอพัก

     แม้ที่ผ่านมา ยากูซ่าจะไม่ได้เข้ามาทำมาหากินในบ้านเรามากเท่ากับอาชญากรรมข้ามชาติจากดินแดนอื่น แต่น่าคิดไม่น้อยว่า ทำไม...ยากูซ่าและอาชญากรข้ามชาติทั้งหลายถึงใช้ประเทศไทยเป็นที่ทำมาหากินหรือกบดาน? แล้วเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมีมาตรการสกัดกั้นทรชนเหล่านี้ มากน้อยแค่ไหน? เพื่อที่ประชาชนคนไทย-เจ้าของประเทศ จะได้อยู่อย่างปลอดภัย ไม่โดนคุกคาม

อย่าปล่อยให้ ‘อาชญากร’ ลอยนวล

     พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ให้ข้อมูลกับเราว่า สมาชิกแก๊งยากูซ่าส่วนใหญ่ที่พบในเมืองไทยมีจำนวนไม่มากเท่าไหร่ โดยอาชญากรแดนปลาดิบหลบหนีเข้ามาอย่างผิดกฎหมายโดยการปลอมแปลงหนังสือเดินทาง

     “บ้านเราเป็นเมืองท่องเที่ยว พอแก๊งพวกนี้หนีเข้ามาก็ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย เพราะมีเจแปนนีส ทาวน์ ย่านที่อยู่อาศัยของคนญี่ปุ่น เลือกทานอาหารญี่ปุ่นได้ง่าย และบ้านเราค่าครองชีพไม่สูงนัก” นี่คือปัจจัยหลักที่ยากูซ่าเลือกมาใช้ชีวิตที่ประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ เป็นคำอรรถาธิบายของนายใหญ่แห่งตำรวจท่องเที่ยว

     เพราะก่อคดีหรือสร้างเรื่องบาดหมางไว้กับแก๊งที่ตนสังกัดอยู่ เมื่อยากูซ่าทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดเข้ามาเมืองไทย จึงไม่ค่อยก่อคดีหรือมีพิรุธให้จับได้

     “ส่วนใหญ่มาคนเดียว ไม่ได้พาครอบครัวมาด้วย เพราะไม่อยากให้ครอบครัวลำบาก บางคนก็มามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงไทย อีกอย่างหนึ่ง คนญี่ปุ่นในบ้านเราก็มักไม่อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ยิ่งหากเป็นแก๊งยากูซ่ายิ่งต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ

     “อย่างหัวหน้าแก๊งยามากูจิที่จับได้ ก็อาศัยอยู่คนเดียว เขาค่อนข้างระวังตัวพอสมควร รู้กระบวนการรักษาความปลอดภัยของบ้านเราเป็นอย่างดีว่า มีตำรวจหลายหน่วยคอยตรวจตรา เข้มงวดกับอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งเขาไม่ได้เข้ามาเพื่อหวังตั้งแก๊งขึ้นมาสร้างอิทธิพลในบ้านเรา หรือพอเข้ามาเมืองไทยแล้วจะรวมกลุ่มกันทำธุรกิจกลางคืน บาร์ โรงแรมที่พัก หรือบริษัททัวร์เหมือนอาชญากรข้ามชาติจากยุโรปตะวันออก” พล.ต.ต.อดิศร์ กล่าว

     เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเปิด อาชญากรข้ามชาติจึงทำหนังสือเดินทางปลอมหรือใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่น ผ่านเข้ามาอย่างไม่ยากเย็นนัก

     ผู้การอดิศร์ ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า แก๊งยากูซ่าอาจอาศัยอยู่และใช้ชีวิตที่ย่านรัชดาภิเษก ไม่ไปใช้ชีวิตร่วมกับชาวอาทิตย์อุทัยที่มาอาศัยในไทยซึ่งมีแหล่งนัดพบคือ ย่านสุขุมวิทและสีลม เนื่องเพราะ กลัวถูกจับตาจากเพื่อนร่วมชาติเหล่านั้น ดังสุภาษิต ‘ผีย่อมเห็นผี’

     “กลัวคนญี่ปุ่นด้วยกันรู้ว่าเป็นยากูซ่า แล้วนำไปบอกกับคนบ้านเราให้จับตาหรือเฝ้าสังเกต การณ์ ซึ่งแน่นอนว่า ส่งผลเสียต่อตัวเขาเอง และที่สำคัญ คนญี่ปุ่นทั่วไปจะไม่คบหากับยากูซ่าอยู่แล้ว

     “นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและชาติอื่นๆ ที่เข้ามาในไทย เราไม่สามารถรู้เลยว่าพวกเขาประกอบอาชีพอะไรที่บ้านเกิด มีภูมิหลังเป็นอย่างไร ความที่เป็นนักท่องเที่ยว เราจึงไม่ได้สนใจหรือเข้มงวดอะไรมากเป็นพิเศษ แต่ใครจะไปคาดคิดว่า บางคนอาจเป็นอาชญากรก็ได้"

     มาตรการป้องกันแก๊งยากูซ่าที่จะเล็ดลอดเข้ามาในประเทศไทย คือ สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย หรือกองการต่างประเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะให้ข้อมูลผู้ต้องสงสัยแก่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เพื่อจะได้เฝ้าติดตาม

     “ไม่ต้องห่วงครับ หากสืบทราบข้อมูลของอาชญากรในคราบนักท่องเที่ยว ทางการจะเข้าไปดำเนินการจับกุมแน่นอน รวมทั้ง อินเตอร์โพล (ตำรวจสากล) ก็มีการติดต่อกันระหว่างประเทศภาคีเพื่อแจ้งข้อมูลอาชญากรคนสำคัญ แล้วลิสต์ชื่อไปที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอยู่แล้ว”

     คำกล่าวปิดท้ายของผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว คงสร้างความ ‘อุ่นใจ’ ให้พลเมืองไทยเจ้าของประเทศได้ไม่น้อย

     อย่าชะล่าใจไป แม้มีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ก็ควรระมัดระวังตัวเองไว้ดีที่สุด จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ ยากูซ่าผลัดถิ่น และช่วยกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสผู้ต้องสงสัยให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง

บางแง่มุม มาเฟียไทย และยากูซ่า

     “การเกิดขึ้นขององค์กรอาชญากรรม อาจสะท้อนให้เห็นถึงระบบโครงสร้างของสังคมนั้นๆ”
     รศ.จตุพร บานชื่น หัวหน้าภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกกล่าวกับเราถึงมุมมองที่เชื่อมโยงกันระหว่างการดำรงอยู่ขององค์กรอาชญากรรม และประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งระบบโครงสร้างโดยรวมของสังคม

     “การเกิดขึ้นขององค์กรอาชญากรรม มักเกี่ยวพันกับธุรกิจผิดกฎหมาย ดังนั้น ย่อมสะท้อนได้ว่า โครงสร้างทางกฎหมายของสังคมเข้มแข็งหรืออ่อนแอ”

     แม้จะออกตัวอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่ได้ศึกษาโครงสร้างรายละเอียด หรือติดตามสังเกตพฤติกรรมการก่อเหตุของแก๊งยากูซ่าอย่างละเอียด แต่ความคิดเห็นที่ รศ.จตุพร สะท้อนกับเรา ก็ชวนให้ฉุกคิดได้ไม่น้อย ถึงสภาพแวดล้อมของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเห็นที่มีต่อ 'มาเฟียไทย'

     “ในความเห็นของผม องค์กรอาชญากรรมญี่ปุ่นหรือยากูซ่า มักจะมีธุรกิจผิดกฎหมายที่เกี่ยวพันกับคดีค้าผู้หญิง ขณะที่องค์กรอาชญากรรมไทย หรือที่เรียกกันว่ามาเฟีย มักจะเกี่ยวพันกับธุรกิจค้ายาเสพติด

     “ลักษณะของมาเฟียไทย โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะมี 'ฉากหน้า' เป็นคนดี เป็นคนใจบุญ มาเฟียไทยมีความสามารถอย่างมากในการทำธุรกิจผิดกฎหมาย แล้วปกปิดไว้ภายใต้ภาพลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับจากคนในสังคม ”

     อาจารย์ท่านนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามในมุมกลับว่า หากเป็นเช่นนั้น อาจสะท้อนได้ถึงทัศนคติ หรือค่านิยมของคนส่วนใหญ่ในสังคมไทย ว่า อาจไม่กล้าคิดตอแยหรือ 'แตะ' กับเบื้องหลังที่มืดมิด ตราบที่มาเฟียคนนั้นๆ มี 'ฉากหน้า' ที่ถูกปรุงแต่งไว้อย่างดี ทั้งได้รับการยอมรับจากคนในสังคม

     ก่อนจะย้ำทิ้งท้ายชวนให้เรานำไปขบคิดว่า ธุรกิจผิดกฎหมายที่เฟื่องฟูอย่างมากในไทย ก็คือ 'การค้ายาเสพติด'

                 ................
***เกร็ดข้อมูล ยากูซ่า***
 
‘เป็น’ ‘อยู่’ อย่างยากูซ่า

     ‘ยากูซ่า’ หรือ ‘Gokudo’ เป็นกลุ่มอาชญากรรมของญี่ปุ่นที่เปิดเผยการทำงานพอสมควร รายได้หลักมาจากการเรียกค่าคุ้มครองตามสถานบันเทิง หรือย่านโสเภณี รวมทั้งเงินของพ่อค้าแม่ค้าที่เปิดขายของในงานเทศกาล เป็นต้น

     ทั้งนี้ มียากูซ่าไม่น้อยที่ข้ามถิ่นไปก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ทั้ง ค้ายา ขนอาวุธเถื่อน หรือล่อลวงผู้หญิงไปค้าประเวณี

     ลักษณะท่าทางของอาชญากรหน้าหยกจะหยิ่งจองหอง และหยาบกระด้าง ผิดแผกจากชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่เจี๋ยมเจี้ยมและไม่อวดตัว

    

 
รอยสัก...สัญลักษณ์ของยากูซ่า

     อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่เมื่อพูดถึงยากูซ่าแล้ว ก็ต้องนึกถึง คือ ‘รอยสัก’ ซึ่งการสักของคนญี่ปุ่นทั่วไปจะมีความเป็นศิลปะ และมีความสวยงาม โดยการสักที่เป็นลวดลายเฉพาะแบบเต็มตัวหรือลายใหญ่ๆ จะนิยมในหมู่กลุ่มแก๊งยากูซ่า และรอยสักก็อาจจะบ่งบอกถึงชื่อของแก๊ง หรือแสดงให้รู้ว่าเจ้าของรายสักลวดลายนี้อยู่แก๊งไหน

     ยากูซ่าหรือมาเฟียแห่งญี่ปุ่น แผ่อิทธิพลในญี่ปุ่นมานานหลายศตวรรษ ศิลปะการสักบนเรือนร่างของพวกเขาก็แผ่อิทธิพลต่อศิลปินนักสักทั่วโลกเช่นกัน

     สำหรับยากูซ่าแล้ว รูปรอยสักของเขาแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันและปฏิเสธสังคม เป็นศิลปะแบบที่เรียกว่า 'สูทเต็มตัว' รอยสักจะต่อเนื่องกันครอบคลุมเกือบทุกตารางนิ้วของร่างกายที่ปกปิดด้วยเสื้อผ้าได้ง่ายๆ

     น่าแปลกที่การสักเคยเป็นสิ่งผิดกฎหมายในญี่ปุ่นมานานถึง 400 ปี แต่ก็มีการลักลอบสักสืบทอดกันเรื่อยมา คงไว้ซึ่งศิลปะประเภทนี้ กระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางการญี่ปุ่นจึงอนุญาตให้สักได้อย่างเปิดเผย

     ความจริงญี่ปุ่นใช้การสักเป็นเครื่องหมายลงโทษมาตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 17 นักโทษจะถูกสักบนหน้าผากหรือแขน เป็นสัญลักษณ์ติดตัว ทำให้ผู้นั้นไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม เมื่อจำนวนผู้ที่สังคมรังเกียจเพิ่มขึ้น พวกเขาก็รวมกลุ่มกันเป็นแก๊งอาชญากร ซึ่งต่อมามีชื่อว่า ‘ยากูซ่า’

     สมาชิกในแก๊งต่างพยายามเพิ่มรอยสักบนร่างกายเพื่อกลบเกลื่อนเครื่องหมายอันระบุถึงความเป็นอาชญากรของตน กระทั่งเกือบทั่วตัวเต็มไปด้วยสีสันของรอยสัก ซึ่งกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ได้ก็ใช้เวลาสักนานนับเป็นร้อยเป็นพันชั่วโมง สิ่งที่น่าสนใจก็คือ หลังจากมรณกรรมของพวกเขาบางคน ผิวหนังชุด 'สูทเต็มตัว' ถูกลอกออกจากร่างและนำไปจำหน่ายในตลาดมืด

     ดร.โอซามุ ฟูกูชิมา ผู้เก็บรักษาแผ่นหนังรอยสักนี้เคยอธิบายถึงความน่าทึ่งว่า เป็นแผ่นผิวหนังที่ถูกกรีดด้วยมีดเพียงครั้งเดียว แล้วถลกออกราวกับถอดเสื้อแจ็กเกต จากนั้นก็เอาไปทำให้แห้งก่อนจะเก็บรักษา ว่ากันว่าที่มหาวิทยาลัยโตเกียว มีแผ่นรอยสักยากูซ่านับสิบตัว แต่เก็บไว้อย่างปกปิดไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน

     
                           ……….

                เรื่องโดย : ทีมข่าว CLICK
                ภาพโดย : ทีมภาพ CLICK 

-หมายเหตุ  ภาพรอยสัก จากอินเทอร์เน็ต
*เกร็ดข้อมูลยากูซ่า เรียบเรียงจาก เว็บไซต์ japankiku.com และ siamsouth.com