xs
xsm
sm
md
lg

วง Cover กับความภูมิใจ ที่ไม่ได้แค่การ "ทำเหมือน"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

Girl Paradise
ด้วยเสื้อผ้า ด้วยท่าทางการเต้น บวกกับเสียงดนตรีที่ดังออกมาจากลำโพง 2 ฟาก หากมองแบบผ่านๆ ไปยังตัวของศิลปินบนเวที รวมไปถึงเหล่าบรรดาแฟนเพลงวัยรุ่นที่ยืนกรี๊ดกร๊าดอยู่ด้านล่างเวที แวบแรกใครหลายคนอาจจะรู้สึกว่าตนเองกำลังยืนดูคอนเสิร์ต "Morning Musume" อยู่บนถนนฮาราจูกุ ประเทศญี่ปุ่นเป็นแน่แท้

แต่หากตั้งสติให้ดี ลองพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงความเป็นไปได้ก็จะรู้ทันทีว่า อ้าว...ที่นี่มันกรุงเทพฯ นี่นา


ตลอดระยะเวลาช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา คำว่า "ชอบ" อย่างเดียวคงมิเพียงพอเสียแล้วสำหรับความรู้สึกของวัยรุ่นไทยจำนวนหนึ่งที่เทหัวใจให้กับบรรดานักร้องจากประเทศในแถบเอเชียบ้านเราเฉพาะอย่างยิ่ง ญี่ปุ่น และ เกาหลี

ที่เหมาะที่สมน่าจะเป็นคำว่า "หลงใหล" และ "คลั่งไคล้"

เพราะสิ่งที่แสดงออกมาของพวกเธอและเขาเหล่านี้มันมิใช่เพียงการซื้อเทป ซีดี หรือการสะสมรูปภาพ ตุ๊กตา อีกต่อไปแล้ว หากเลยเถิดไปถึงขั้นทำตัวเอง "ถอดแบบ" โคลนนิ่งศิลปินคนโปรด ออกมาทั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ ทรงผมที่ทำ การแต่งหน้าแต่งตา หรือแม้กระทั่งลักษณะท่าทาง พฤติกรรม ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ เลยทีเดียว

มีไม่น้อยทีเดียวสำหรับคำวิพากษ์วิจารณ์ต่อกิจกรรมและการแสดงออกของวัยรุ่นกลุ่มนี้ออกมาจากมุมมองของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ใหญ่ และสื่อมวลชน ตั้งแต่ระดับเบาๆ ว่าไร้สาระ ไปจนถึงขั้นที่ค่อนข้างจะรุนแรงว่าเป็นการกระทำที่งี่เง่าและไร้สมองซึ่งชวนให้คิดว่าเหล่านี้ใช่บทสรุปที่ถูกต้องและเป็นธรรมกับพวกเธอหรือหากมองไปถึงเรื่องของรสนิยมความชอบส่วนบุคคล ช่วงเวลาและประสบการณ์ของการเรียนรู้และเข้าใจ แม้กระทั่งเหตุผลทางด้านการไม่รู้เท่าทันความเข้มแข็งทางด้านการตลาดของบรรดาค่ายเพลงต่างๆ บวกรวมเข้ากับความไร้ปัญญาและความสามารถของนักร้องไทยที่ไม่สามารถจะค้นหาแนวทางที่เป็นตัวของตนเองและมีอิทธิพลเพียงพอที่จะทำให้วัยรุ่นเหล่านี้เกิดการยอมรับได้

ที่น่าสนใจก็คือคำถามที่ว่า แล้วอะไรกันที่เป็นความภูมิใจกับการเลือกเดินบนเส้นทางของคนอื่น, กับการเลือกที่จะไม่เป็นตัวของตัวเองของวัยรุ่นไทยกลุ่มนี้?

วง Cover ที่เรียกได้ว่าเป็นวงเต้นเลียนแบบศิลปินหญิงกลุ่มแรกๆ ของประเทศไทย คือ "Girl Paradise" หรือที่พวกเธอและเหล่าแฟนคลับมักเรียกย่อๆว่า GP ซึ่งถือว่าเป็นวงที่ประสบความสำเร็จทั้งจากถ้วยรางวัลและจากการที่มีกลุ่มแฟนคลับเป็นของตัวเอง รางวัลที่ถือเป็นความภาคภูมิใจของวงนี้ อย่าง รางวัลชนะเลิศ Lion Cover Dancing Contest (ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ), รางวัลชนะเลิศ Idol Cover Dancing Contest , รางวัลรองชนะเลิศ Cover of the year,รางวัลรองชนะเลิศ J-Education karaoke Contest , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 Penny Bacolny ก็คงเพียงพอที่จะการันตีได้ว่า วง GP เป็นจุดเล็กๆ ของการต่อยอดแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นจากศิลปินที่พวกเธอชื่นชอบได้เป็นอย่างดี

"น้องหญิง" (อัญชลี บุญกาญจนรัตน์) ผู้เป็นหนึ่งในหัวเรือใหญ่ของวง GP บอกเล่าถึงความหมายของคำว่าวง Cover และความเป็นมาเป็นไปของ "Girl Paradise" ว่า วง Cover ก็คือวงที่แสดงเลียนแบบศิลปินทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นท่าทางในการร้อง การเต้น และตลอดทั้งโชว์ ที่เน้นให้เหมือนศิลปินของจริงมากที่สุด

"จุดกำเนิดของ GP คือ เริ่มจากทุกคนชอบเต้น และก็ชอบร้องเพลงเหมือนกันค่ะ ทีนี้ทุกคนก็เลยมารวมตัวกัน และก็มาตั้งเป็นวง Cover ซึ่งเราเลือก Cover วง Morning Musume เพราะหลายคนในวงก็ชอบวงนี้อยู่แล้ว คือมันเกิดจากที่พวกเราชอบเต้น ชอบร้องเพลง แล้วทุกคนได้มาเห็นวงนี้ ก็รู้สึกชอบวงนี้ ที่เป็นวงญี่ปุ่น"

"ซึ่งตอนที่พวกหนูเริ่ม Cover กัน มอนิ่งก็ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก แต่พอเรามาเต้นก็มีคนรู้จักมากขึ้น"

จุดเริ่มต้นการกำเนิดของวง Cover นั้นว่ากันว่ามาจากความหัวใสของบริษัทอีเวนต์ที่เห็นความสามารถที่เกิดจากความคลั่งไคล้ของวัยรุ่นไทยต่อศิลปินคนโปรด ซึ่งว่ากันว่าปัจจุบันในบ้านเรามีวง Cover อยู่รวมๆ กันแล้วร่วมๆเกือบ 100 ทีมด้วยกัน อาทิ Girl Paradise, Fairy Merrily, Sodality, Deliz, โดยส่วนใหญ่จะเป็นเพศหญิงที่มีอายุไล่ไปตั้งแต่ 13 ไปจนถึง 20 ปี ซึ่งถือว่าแก่แล้วสำหรับการทำกิจกรรมที่ว่านี้ ขณะที่เว็บไซต์หลักที่พวกเขาและเธอใช้แลกเปลี่ยนข่าวสารซึ่งกันและกัน ทั้งในเรื่องของการนัดจัดกิจกรรม การจัดคอนเสิร์ต ก็คือเว็บไซต์อย่าง http://www.pingbook.com, http://www.loveberryz.net, http://mmmiracle.6.forumer.com, http://www.helloberryz.net, http://www.mmlively.comฯลฯ

"ตอนนั้น Cover ยังไม่ได้เป็นที่รู้จัก ยังไม่มีเวทีประกวดเหมือนทุกวันนี้เลย ตอนนั้นมันมี Event งานหนึ่ง ที่เป็นงานอาคินโดแฟร์ ที่จัดเล็กๆ ในโรงแรม เป็นงานที่ขายของเกี่ยวกับญี่ปุ่น แล้วเขาก็ให้ไปเต้นโชว์ แล้วงานนั้นเป็นงานแรกของ GP เลย พอเต้นโชว์งานนั้น มีพี่ที่เจเอ็ดดูเคชั่น เขามาเห็นแล้วสนใจ เขาเลยให้ไปเต้นที่งานเจเอ็ดดูเคชั่น แฟร์ จากนั้นก็เต้นมาเรื่อยๆ ประมาณ 30 งานจนถึงทุกวันนี้ "

"วง Cover ในประเทศไทยส่วนใหญ่ที่เห็น คือจะเป็น Cover จอห์นนี่ จูเนียร์ หรือ คัทตูน อะไรทำนองนั้น จะเป็นผู้หญิงที่เลียนแบบผู้ชาย แต่อย่างต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์เขาก็มี Cover มอนิ่ง เมซูเมะ อเมริกาก็มี สเปนก็มี อเมริกาเขาก็ Cover วงจากญี่ปุ่นน่ะค่ะ แต่ของเขาเป็นผู้ชายทั้งวงเลยนะ ชื่อวง เซ็กซี่ มาเฟีย แต่เต้น Cover วง Morning Musume"

สิ่งหนึ่งที่ดูจะเป็นปัญหาในสายตาของผู้ใหญ่- ผู้ปกครองต่อกิจกรรมของวัยรุ่นกลุ่มนี้ก็คือความเป็นห่วงในเรื่องของการเรียน ซึ่งเรื่องนี้น้องหญิงเธอเป็นตัวแทนของเพื่อนๆ วงเลียนแบบทั้งหลายว่าทุกคนนั้นสามารถแยกแยะได้ว่าเรียนเป็นเรียน และเล่นเป็นเล่น

"ก็จะนัดซ้อมกันหลังเลิกเรียน ซึ่งจะเป็นวันที่ทุกคนว่าง อย่างช่วงสอบพวกเราก็จะไม่รับงานเลย จะไปทุ่มเวลาให้กับการเรียน หนูกล้ารับประกันว่ามันไม่มีผลกับเรื่องเรียนแน่นอน เพราะอย่าง "แบงค์" ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกในวง ก็ได้เกรด 3.98 คือเราสามารถแบ่งเวลาเรื่องนี้กับเรื่องเรียนได้"

"ที่บ้านเขาทราบว่า พวกเรามาเต้น Cover เพราะพวกเราก็ซ้อมเต้นที่บ้านกันประจำ ที่บ้านเขาก็สนับสนุนกันทุกคน อย่างเวลาที่มีงานอะไรถ้าพ่อแม่เราว่าง เขาก็จะไปนั่งดูกัน พ่อแม่ของพวกเราก็จะมาคุยกัน คือคุณพ่อคุณแม่เขาจะให้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เพราะเขาก็รู้ว่ามันเป็นการแสดงออกที่ไม่มีอะไรผิด"

มุมมองต่อศิลปินไทยที่ทำเหมือน

ภาพหนึ่งของการเกิดขึ้นของวงเลียนแบบศิลปินเมืองนอกเหล่านี้ของเด็กไทยอาจจะมองดูได้ว่าไร้สาระ ทว่าในทางกลับกันมันก็ได้สะท้อนให้เห็นด้วยเช่นกันถึงความสามารถและการพัฒนาการของวงการบันเทิงและศิลปินไทยเองซึ่งจะว่าไปแล้วหลายต่อหลายคนต่างก็ถูกค่ายเพลงต้นสังกัดขีดเส้นไม่ได้ต่างไปจากการเป็นวง Cover เหมือนอย่างที่น้องหญิงเป็นเลย

"ส่วนตัวหนูก็เฉยๆ ที่มีนักร้องไทยทำออกมาเลียนแบบนักร้องญี่ปุ่น เพราะว่าถ้าเขาทำออกมาแล้วมีคนชอบ ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร เพราะว่าวงทางญี่ปุ่นเขาก็น่ารัก คนไทยก็คงจะอยากทำออกมาในสไตล์นั้นบ้าง จะได้ดังๆ บ้าง แต่พวกเราคงไม่ไป Cover วงไทยที่คล้ายญี่ปุ่นแบบนั้นหรอก"

"ที่เรา Cover วงต่างชาติเพราะหนูคิดว่าเขาจะทำดนตรีไม่เหมือนของไทย หรือของฝรั่งนะคะ หนูรู้สึกว่าเขาทำดนตรีมาน่ารักและมีเอกลักษณ์ของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อร้องหรือเสียงคนร้อง สไตล์เพลงเขาจะน่ารัก กุ๊กกิ๊กเรื่องรูปร่าง หน้าตาเขา มีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน หนูถือว่าเกี่ยวเลย หนูว่าเขาน่ารัก คือคนไทยก็ชอบนะคะ แต่หนูว่าญี่ปุ่นเขาหน้าตาน่ารัก"

"เด็กรุ่นใหม่น่าจะชอบลักษณะหน้าตาอย่างนั้น คือ เป็นขาวๆ ตี๋ๆ หมวยๆ ดูน่ารักๆ แล้วอีกอย่างคือ อาจจะชอบเกาหลี ญี่ปุ่นเพราะช่วงหลังๆ กระแสมันมาแรงด้วย ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์เกาหลี ญี่ปุ่น ทุกคนก็ต้องดู หนูจะไม่ค่อยชอบดูละครไทย เพราะว่าส่วนใหญ่เขาก็จะมาเถียงๆ กัน แล้วก็ตบๆ กัน ถ้าเป็นซีรีส์เกาหลีเขาจะมีเนื้อเรื่องที่สร้างสรรค์กว่าค่ะ คือมีพระเอกคนนี้ไปเรียน ศึกษาต่อ คนนั้นป่วย เพราะถ้าเป็นละครไทยเขาจะออกมาด่าๆ กันเกือบทุกฉาก แล้วคนนี้ก็ไปข่มขืนคนนี้ มันไม่สร้างสรรค์น่ะ"

ขณะที่ น้องนิกกี้ จอย และเก๊ท สามคนที่เป็นตัวแทนจากสมาชิกทั้งหมดของ Fairy Merrily วง Cover หญิงอีกหนึ่งวงซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของเด็กนักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ก็มีความคิดเห็นต่อเรื่องความไม่เป็นตัวเองของศิลปินไทยคล้ายๆกับวงรุ่นพี่เช่นกัน

"ศิลปินไทยที่เขาเลียนแบบศิลปินญี่ปุ่นเนี่ย มาคิดๆ แล้วมันมี 2 ด้านนะ ด้านหนึ่งคือ ก็ดีใจนะ เพราะถ้าวงนั้นไม่ดีจริงเขาก็คงจะไม่เอามาเลียนแบบ อีกด้านหนึ่งก็รู้สึกว่า เออ ก็เป็นคนไทยเนี่ย จะทำอะไรก็น่าจะผสมไทยลงไปหน่อย อย่าไปลอกเลียนแบบเขาหมดค่ะ ก็ไม่ได้แอนตี้นะ ก็ฟังได้ ดูได้ จริงๆ อย่างวงดนตรีของไทยนี่ ก็มีชอบหลายวงเหมือนกัน ก็มีฟังอย่างบอดี้ สแลม อย่างเนี้ย คือชอบในความที่เป็นตัวของตัวเองของเขา ไม่ใช่ไปลอกเลียนแบบเขา"

เอ่ยถามไปถึงเหตุผลของการเดินที่ดูจะไม่เป็นตัวของตัวเองเช่นนี้ "น้องหญิง" บอกว่าทุกอย่างมันเกิดจากความชอบ มันเป็นความสุขซึ่งไม่ใช่เฉพาะกับพวกเธอในวงเท่านั้น หากแต่ยังรวมไปถึงบรรดาเพื่อนๆ ทั้งหลายที่อยู่ข้างล่างเวทีซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากเหลือนเกินในการที่จะมีโอกาสได้ไปสัมผัสกับนักร้องคนโปรดตัวจริง เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าเสียดายแต่อย่างไรกับเงินค่าเสื้อผ้า ค่าเช่าสถานที่ เวที แสง เสียง ค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงค่าแรงที่ต้องลงทุนไป

"อย่างวงหนูนะ ไม่ว่าจะเป็นการประกวดหรืออะไร เราไม่ได้สนใจว่าจะได้ที่เท่าไหร่ แค่อยากให้คนดูเขาสนุก แค่นั้นเอง เพราะเหมือนกับว่า คนดูเขาไม่ได้มีโอกาสไปดูคอนเสิร์ตของมอนิ่ง เมซูเมะจริงๆที่ญี่ปุ่น ก็ให้เขามาดู มาสนุกกับพวกเราแทน"
ขณะที่น้องจอย แห่งวง Fairy Merrily เธอบอกว่าการเลียนแบบของพวกเธอมันมิใช่แค่ความสุขเท่านั้น บางครั้งบางทีมันก็ทำให้เธอได้มีโอกาสศึกษาวัฒนธรรมของชาตินั้นๆ อย่างไม่รู้ตัวด้วยเช่นกัน

"จริงๆ พวกเราก็ไม่ได้ชอบอะไรทุกอย่างที่มันเป็นญี่ปุ่นนะ เรื่องบางอย่าง วัฒนธรรมบางอย่างก็ไม่ชอบ อย่างเช่น ที่เขามีลักษณะหัวโบราณเกินไป การที่เรามาชอบวงญี่ปุ่นมันทำให้เราได้ลองศึกษาวัฒนธรรมของเขาด้วย ทำให้เราได้รับรู้ว่าเขามีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ล้ำหน้ากว่าที่อื่น ทำให้เราเปิดหูเปิดตามากขึ้น"

"ไม่ได้คิดว่าอยากเป็นศิลปิน นักร้องจริงๆ เลยนะคะ ไม่ได้อยากเป็นดารา จริงๆอยู่แบบนี้ก็มีความสุขแล้ว อยากเต้นไปเรื่อยๆ เวลาเราเห็นทุกคนมีความสุขแล้ว เราก็รู้สึกดี อยากให้ทุกคนยอมรับพวกเรา เวลาเราชอบดาราญี่ปุ่นเราก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหายนี่คะ ชอบศิลปินญี่ปุ่นก็เหมือนกับชอบศิลปินไทย มันไม่ได้จำกัด ไม่มีขอบเขตเรื่องดนตรีอยู่แล้วนี่คะ"

" ที่บ้านก็ทราบว่า พวกเรามาทำอย่างนี้ เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาก็เข้าใจ อย่างพ่อแม่พวกหนูบางคนก็มีตามไปเชียร์ ไปถ่ายรูปด้วย"

ทัศนะจากคนด้านล่าง(เวที)

เมื่อศิลปินนักร้องมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง ก็จำเป็นที่จะต้องมีเหล่าบรรดาแฟนคลับที่เปรียบเสมือนกับลมใต้ปีกที่จะคอยโอบอุ้มให้นักร้องศิลปินเหล่านั้น โลดแล่นโดดเด่นอยู่ได้อย่างมีกำลังใจ ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่ประกาศตัวเองเป็นแฟนคลับของศิลปินญี่ปุ่นค่าย Hello Project ซึ่งเป็นค่ายยักษ์ใหญ่ที่เน้นผลิตไอดอลผู้หญิงออกมาสู่ตลาด ซึ่งนอกจากการเป็นแฟนคลับกลุ่มศิลปินตัวจริงแล้ว พวกเขายังกล้าที่จะประกาศว่าตัวเองเป็นแฟนคลับของเหล่าสาวๆ วง Cover อีกด้วย

"วง Cover มันเหมือนกับว่าเราชื่นชอบในตัวศิลปินนั้นมากๆ แล้วเราก็เลยเต้นตามศิลปิน เพราะว่าเราไม่มีโอกาสที่จะไปดูเขาตรงนั้นไงครับ เนื่องจากค่าตั๋วมันแพงมาก ไม่ใช่นึกอยากไป เรานั่งเครื่องบินไปญี่ปุ่นมันไม่ได้ เราก็เลยมีวง Cover มานั่งแกะท่า แล้วเต้นตามศิลปิน ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบหนึ่ง" โต้งหนึ่งในแฟนคลับของวง Cover บอกกับเรา ก่อนที่บรรดาเพื่อนๆ อีก 7 - 8 คน จะประสานเสียงบอกถึงความรู้สึกให้ฟังว่า...

"สิ่งที่เราเชียร์ คือความชอบของพวกเราจริงๆ เราไม่ได้เชียร์ที่หน้าตา ไม่ได้เชียร์เพราะเป็นผู้หญิง หรือเป็นผู้ชาย เพราะอย่างวง Miracle ที่เป็นวงผู้ชายแต่เต้น Cover วง Morning Musume เราก็เชียร์ดัง เราเชียร์เพราะเพลง เราเชียร์เพราะความเป็นศิลปิน"

กลุ่มแฟนคลับหนุ่มล้วน ที่ตามติดวง Cover เสมือนเป็นวงจากญี่ปุ่นจริงๆ อธิบายถึงบรรยากาศในการชมคอนเสิร์ต ความแตกต่างระหว่างแฟนชาวไทย กับแฟนญี่ปุ่น และอุปสรรคในด้านอายุ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นความชื่นชอบที่กลั่นออกมาจากเบื้องลึกในจิตใจทั้งสิ้น

"ตอนเราดูคอนเสิร์ตเราเชียร์อย่างไร ตอนดู Cover เราก็เชียร์อย่างนั้น นั่นคือด้านความเหมือนของการดูคอนเสิร์ตในโรงหนังที่ผ่านมา กับการมาดูวง Cover ที่นี่ ถ้าถามเรื่องความต่าง พูดได้เลยว่าต่างมากๆ ตรงนี้ผมพูดได้เลยว่ายังไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของการเชียร์ทั้งหมดด้วยซ้ำ ซึ่งจากที่ผมเคยไปสัมผัสมานะ แค่นี้ถือว่าเทียบไม่ได้กับของคอนเสิร์ตจริงๆของเขาเลย คือคอนเสิร์ตจริงๆ นะครับของเขา"

"จะไม่เหมือนคอนเสิร์ตบ้านเรา อย่างคอนเสิร์ตบ้านเรานี่ ถ้าคนชื่นชอบในตัวศิลปิน เขาจะใช้วิธีกรี๊ด และเฮ แค่นั้นจบ แต่ของบ้านเขาการติดตามศิลปิน เขาจะทำทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นเรียกชื่อแข่งกัน มีเพลงประจำตัว การเต้น ลักษณะการเชียร์ที่เชียร์เหมือนๆ กัน และพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วก็อายุจะไม่เป็นอุปสรรค สังเกตได้ที่นั่น เขาจะมีตั้งแต่เด็กมากๆ ประมาณ 10 ขวบจนถึงประมาณ 60-70 ก็มี"

"ที่ผมไปเห็นที่ญี่ปุ่นก็คือ คนข้างๆ อายุประมาณ 56 - 57 แล้ว ออกท่าออกทางนี่ ยิ่งกว่าผมเยอะ คือผมออกแรงเท่าไหร่ คูณสองไปเลยให้กับลุงคนนี้ ยอมแพ้เลย เวลานั้นไม่มีใครอาย เหมือนกับใครไม่เต้นจะน่าอายมากกว่า ส่วนที่เมืองไทยก็มีแฟนๆ ที่อายุเยอะๆ แล้วนะครับ เพียงแต่ว่าด้วยความเป็นสังคมบ้านเรา ด้วยหน้าที่การงานของเขาด้วย จึงไม่สามารถที่จะแสดงตัวออกมาได้ ฉะนั้นเขาจะไม่กล้าที่จะแสดงออกอะไรมาเท่ากับที่แฟนๆ รุ่นเด็กทำกัน เด็กๆ จะกล้าทำในสิ่งที่อาจจะคาดไม่ถึงกันสักหน่อย"

"สิ่งที่เราเชียร์ เรารักในความเป็นศิลปิน เราเชียร์เพราะใจที่รักเหมือนๆ กัน ที่สำคัญพวกเขาตั้งใจทำวงกันออกมา พวกเราก็ตั้งใจเชียร์ ตั้งใจดูพวกเขา เขาตั้งใจซ้อม พวกเราก็ตั้งใจดู"

ยอมรับว่าเหตุที่สนใจเพราะเรื่องของรูปร่างหน้าตามาเป็นอันดับแรก แต่หลังจากนั้นจึงได้รู้ว่าเรื่องที่ว่านั้นไม่ได้สำคัญอะไรเลย

"แรกสุดเลยยอมรับว่าที่ชอบเพราะ หน้าตา รูปลักษณ์ภายนอก ที่ชอบตอนแรกเลยเพราะว่า หน้าตาเขาดี น่ารักมากๆ แต่ผมจะติดไม่ได้เลย ถ้าผมไม่ได้รู้ว่า เขาเก่งขนาดนี้ คือที่ผ่านมาเวลาผมเจอนักร้องที่เขาน่ารักๆ ผมก็ชอบ เพราะน่ารัก เพราะสวย แต่พอผมมารู้ทีหลังว่า ความสามารถก็ไม่ค่อยมี ก็จะเฉยๆ ก็จะผ่านไป ถ้าเราแค่ชอบที่หน้าตา เราคงจะไปถึงขนาด เต้นตาม ร้องตามขนาดนี้ไม่ได้ เราก็คงจะแค่ตามดู ตามเซฟรูป ดูมิวสิก ก็จบ คงไม่มานั่งซ้อมเต้น ซ้อมร้องเพลงแบบนี้"

"คือทุกสิ่งที่เห็น อย่ามองด้วยตา ขอให้มองด้วยใจแล้วสัมผัสมันด้วยตัวของคุณเอง แล้วคุณจะรู้ว่าที่พวกเราชอบถึงขนาดนี้น่ะ มันจริงไหม อย่ายึดติดกับสิ่งที่คุณคิด อยากให้ลองเปิดใจบ้าง " เป็นคำกล่าวที่น่าจะเป็นบทสรุปสำหรับการตัดสินต่อเหล่าคน Cover นี้ได้ดีทีเดียว

* * * * * * * * * * * *

เรื่องโดย - เวสารัช โทณผลิน


ขอบคุณภาพจาก-http://shura.exteen.com โดย Shura ซัง & Try คุง
สามสาววง Fairy Merrily