xs
xsm
sm
md
lg

โยคะเบบี้ เทรนด์สุขภาพของเทวดาตัวน้อย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ทุกวันนี้ หลายคนหันมาให้ความสำคัญต่อการออกกำลังกายแบบโยคะเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงและเพื่อความสมส่วนของร่างกายกันมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะมีโยคะสำหรับผู้ใหญ่แล้ว ยังมีโยคะสำหรับเด็กเรียกว่า"โยคะเบบี้" หรือ"โยคะเด็ก" ซึ่งเด็กสามารถเริ่มต้นฝึกได้ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยทารกเลยทีเดียว

สุนีย์ ยุวจิตติ เจ้าของโรงเรียนสุนีย์โยคะ เปิดตั้งแต่ปี 2515 ตั้งอยู่ในซอยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเล่าว่าก่อนที่จะมาเปิดโรงเรียนสอนโยคะนั้น เธอเคยป่วยรักษาด้วยยาปัจจุบันก็ไม่หายขาด ต่อมามีโอกาสฝึกโยคะ ทำให้อาการเจ็บป่วยค่อยๆทุเลาลง และสภาพร่างกายกลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม ซึ่งข้อดีของโยคะนี่เอง ทำให้เธอเดินทางไปศึกษาศาสตร์บำบัดแห่งโยคะถึงประเทศอินเดีย ต้นตำรับ พร้อมกับนำความรู้นั้นมาเผยแพร่

เด็กสามารถเริ่มต้นการเรียนโยคะได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึงขวบ แต่ถ้าต้องการให้เด็กเรียนรู้โยคะอย่างแท้จริง วัยที่เหมาะสมสำหรับการเรียนโยคะควรเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 5 ขวบขึ้นไป

"เปิดสอนโยคะเด็กไปพร้อมกับโยคะผู้ใหญ่ เด็กที่มาเรียนเพราะตามพ่อแม่มาฝึกโยคะเพื่อสุขภาพ พอคนรู้จักโยคะมากขึ้น ผู้ปกครองก็อยากให้ลูกมาพัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ สมอง ความจำของเด็กด้วย"

สำหรับท่าโยคะเบื้องต้นของเด็กและผู้ใหญ่จะมีความคล้ายคลึงกัน แต่โยคะของเด็กจะเพิ่มเติมท่าทางที่ช่วยพัฒนาการเจริญเติบโตของโครงสร้างร่างกาย

"เด็กขวบกว่าเริ่มสอนท่าง่ายๆ เช่น ประทุมอาสนะ ท่าขัดสมาธิ 2 ชั้น หลับตา หายใจเข้า เอามือออก ก้มศีรษะลง สำหรับเด็ก ท่าวัชระ เอามือจับข้างหลัง หายใจเข้า หายใจออก ก้มศรีษะ แล้วเป็นท่ากระต่าย โค้งตัวลงมา ท่างูทำให้เด็กฉลาดเพราะไปกระตุ้นต่อมไทรอยด์ ช่วยในการดูดซึม การย่อย และทำให้เด็กฉลาด"

"ท่าต้นไม้หรือท่าธาดาอาสนะ ทำให้กระดูกยาวเคลื่อนไหว พอหายใจเข้าลึกก็จะได้ออกซิเจนกับตัวปราณไปฟอกเลือดให้มีคุณภาพ เลือดก็จะส่งไปเลี้ยงทุกส่วนในร่างกาย ช่วยพัฒนาความสูง กระดูกยาวของเด็กจะเจริญเติบโต โดยอาศัยการฝึกท่าที่ถูกต้องร่วมกับการหายใจที่ถูกต้อง"

"ท่ากระต่าย ท่าเด็ก ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเกี่ยวกับการเจริญเติบโต ทำให้มีเลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น ในสมองจะมีแม่ของต่อมไร้ท่อ เป็นต่อมที่ช่วยในการหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต"

"ดังนั้นจะเน้นท่าเหล่านี้ เด็กมีการเจริญเติบโต อยากให้เด็กมีรูปร่างสง่างาม พัฒนาโครงสร้างร่างกายให้สูงโปร่ง สังเกตว่าความสูงของเด็กที่ฝึกโยคะเพิ่มขึ้นเร็วมาก ถ้าได้ฝึกตั้งแต่อายุ 5 ขวบขึ้นไปจนถึง 14 ปี มีเด็กคนหนึ่งฝึกตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ใช้เวลาฝึก 4 เดือน สูงขึ้นเกือบ 10 เซนติเมตร"

นอกจากท่าทางเสริมสร้างกระดูกแล้ว ยังมีท่าทางเสริมสร้างสมาธิและจิตใจ "โยคะท่าสมาธิ การฝึกโยคะต้องฝึกสมาธิและการหายใจเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเด็กหายใจถูกจะช่วยให้จิตใจสงบเยือกเย็น มีร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์ ไม่เจ็บป่วย ทำให้ไม่ขาดเรียนบ่อย และมีท่าที่ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองเพิ่มขึ้น ทำให้เด็กมีสมองเฉียบคม"

ระยะเวลาในการฝึกโยคะ "ถ้ามาอาทิตย์ละ 3 วันจะดีมากเลย เรียนเป็นคอร์สในเวลา 3-6 เดือน ใช้เวลาเรียน 80 วัน ถัวเฉลี่ยวันละ 100 กว่าบาท"

กนกอร ภูมิภักดิ์ ครูสอนโยคะ เสริมเทคนิคการสอนโยคะแก่เด็กๆว่า "ฝึกโยคะเด็กเหมือนจับปูใส่กระด้ง ถ้าเด็กเล็กมากต้องอาศัยการหลอกล่อสารพัด เปรียบเทียบท่าทางโยคะกับการ์ตูน เดี๋ยวทำท่าซูเปอร์แมนนะลูก เด็กก็จะรู้สึกว่าอยากทำ บางครั้งเด็กอยากฝึกท่ายากๆ ก็ต้องสอนบ้าง อย่าง ท่ายืนขาเดียว"

ครูสาวอธิบายวิธีการฝึกโยคะเด็กต่อไปว่า "สิ่งที่จะต้องเตรียมตัวก็คือเด็กต้องไม่หิวหรืออิ่มเกินไป หลังอาหารสักชั่วโมงถึงสองชั่วโมง เตรียมสภาพร่างกายมาให้พร้อม ไม่ให้ง่วงเกินไป เริ่มด้วยท่าหายใจหน้าท้อง หายใจด้วยแขน แล้วก็ท่าไหว้พระอาทิตย์ทำให้ร่างกายทุกส่วนได้รับการบริหาร ฝึกประมาณชั่วโมงครึ่ง แต่ละท่าจะพักเรียกว่าท่าศพอาสนะหรือท่าเบรก ต้องการให้เด็กเก็บพลังไว้ข้างใน ทำให้มีพลังพร้อมที่จะทำท่าอื่นต่อไป แต่อย่าให้เด็กพักนาน ถ้าเป็นผู้ใหญ่พัก 6-8 รอบต่อท่า แต่เด็กอาจจะพัก 5-6 รอบต่อท่าก็ต้องรีบเปลี่ยนท่าใหม่ เพราะบางทีเด็กจะเบื่อ สมาธิไปแล้ว"

"เด็กเล็กไม่ถึงขวบไม่ต้องจับอะไรมาก ท่านั่งขัดสมาธิก้มเงยพอทำได้ เพราะเด็กตัวอ่อนอยู่แล้ว ร่างกายยืดหยุ่น พร้อมที่จะฝึกโยคะได้อยู่แล้ว อย่างน้องมินเริ่มฝึกตั้งแต่ไม่ถึงขวบ ตอนนี้ 3 ขวบ ทำได้ 10 กว่าท่า แต่ท่ายากๆยังทำไม่ได้ เด็กตัวอ่อน แต่ยังเล็กไป กล้ามเนื้อยังไม่คล่อง"

นอกจากจะสอนโยคะแล้ว ยังสนับสนุนลูกสาวทั้ง 2 คน คือน้องมินวัย 3 ปี และน้องเอ็มมี่วัย 7 ปี เริ่มฝึกโยคะตั้งแต่อายุยังไม่ถึงขวบ

"พี่ฝึกโยคะอยู่แล้ว เห็นประโยชน์ ก็อยากปลูกฝังสิ่งที่ดีๆให้แก่ลูก ถ้าฝึกโยคะตั้งแต่เด็ก เวลาจะไปเรียนต่อวิชาอื่นก็สามารถทำได้ดีกว่า ลูกของพี่เริ่มฝึกโยคะตั้งแต่อายุยังไม่ถึงขวบ ประมาณ 8-9 เดือนก็ให้เริ่มฝึกแล้ว เด็กๆอาจจะยังรับไม่ได้เต็มที่ แต่ให้ซึมซับไว้ก่อน พอโตขึ้นทำให้อยากจะเล่น แต่ถ้าเป็นเด็ก 6 ขวบขึ้นไปมาเรียนสมาธิจะนิ่งทำตามที่สอนได้"

คุณแม่ยังสาวอธิบายประโยชน์ของโยคะที่ลูกๆได้รับต่อไปว่า "ทำให้ร่างกายเติบโตอย่างมีสัดส่วนที่สวยงาม ท่าโยคะเรียกว่าท่าธาดา 1 ช่วยยืดโครงกระดูก ทำให้โครงสร้างร่างกายเจริญเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพตามสัดส่วนของเด็ก ทำให้มีสมาธิในการเรียน และมีความพร้อมที่จะไปต่อวิชาอื่น ช่วยในด้านอารมณ์และจิตใจ ทำให้เด็กไม่เครียด สดชื่นกระปรี้กระเปร่า หรือช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้เด็ก เช่น ภูมิแพ้ ท่าวัชระสมบูรณ์แบบ จับให้เด็กแหงนคอ เลือดจะไปเลี้ยงที่ต่อมทอมซิล ต่อมไทรอยด์ ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับคอทั้งหมด เช่น คออักเสบ ต่อมทอมซิลอักเสบ พอเป็นหวัด ฝึกท่านี้ หายใจคล่อง พร้อมกันนั้นทำให้ระบบทางเดินหายใจถูกต้อง"

จากการติดสอยห้อยตามคุณแม่มาฝึกโยคะ แล้วได้ทดลองฝึกทำให้น้องศลิษา Britton วัย 11 ปี และน้องสาวโสรยา วัย 7 ปี ถึงกับติดอกติดใจ หลังจากนั้นจึงมาฝึกโยคะพร้อมคุณแม่แทบทุกอาทิตย์

"ลองฝึกโยคะแล้วชอบก็เรียนต่อ ทำให้ไม่เหนื่อย ไม่เครียด สนุกทุกท่า แต่ท่างูทำไปนานๆจะเหนื่อยเรียนบัลเล่ต์ด้วย ฝึกโยคะทำให้ตัวอ่อนขึ้น"

นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณหนูๆ

* * * * * * * * * * * *

เรื่อง - ศิริญญา มงคลวัจน์








กำลังโหลดความคิดเห็น