xs
xsm
sm
md
lg

รวมพลังล้างระบอบทักษิณ เดินหน้ากู้ชาติปฏิรูปการเมือง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


"ระบอบทักษิณ ออกไป" เป็นคำใหม่แต่ลีลาเดิมที่ใช้กู่ก้องบนเวทีของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหนล่าสุด

แม้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะประกาศเว้นแต่ไม่วรรคไปแล้ว แต่สำหรับเครือข่ายพันธมิตรประชาชนฯ ก็ไม่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของตัวเองได้ เพราะสังคมยังไม่ไว้วางใจเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองของคนชื่อทักษิณ เพราะงานนี้อาจมีนายกฯ นอมินีขึ้นมาให้จอมบงการหรือ 'Mastermind' ชักใยอยู่เบื้องหลัง

มาฟังนานาทัศนะของประชาชนจากหลายภาคส่วนที่พร้อมเพรียงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จะไม่หยุดเว้นวรรคการต่อสู้หากยังมีระบอบทักษิณอยู่ในสังคมไทย
ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรื้อ-ล้างระบอบทักษิณ และเดินหน้าปฏิรูปการเมืองไทย


* หลากความคิดเห็น แต่เป้าหมายเดียวกัน

การชุมนุมประท้วงขับไล่ทักษิณจนยอมเว้นวรรค แต่ไม่ลาออกของประชาชนที่มารวมตัวกันเป็นเรือนแสนคนนั้น มีความหลากหลายทางเพศ อายุ อาชีพ และที่เด่นชัดเป็นอย่างยิ่ง คือเป็นม็อบที่น่ารัก สันติ อหิงสาที่สุดในโลก แต่การต่อสู้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย พวกเขาไม่เคยยอมแพ้หรือยอมหยุดเว้นวรรคอย่างแน่นอน

สิริกาญจน์ (สงวนนามสกุล) และอดีตผู้ดำเนินการการเลือกตั้งมาหลายสมัย เท้าความหลังว่า เมื่อก่อนเคยหลงเชื่อและชื่นชมนายกฯ ทักษิณมาตลอด ชอบฟังรายการ 'นายกทักษิณคุยกับประชาชน' ทุกเช้าวันเสาร์ แต่วันนี้กลับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เธอพร้อมที่จะสู้ร่วมชุมนุมประท้วงล้างระบอบทักษิณให้หมดไป

"เมื่อก่อนคิดว่าเขาจะเหมือนนายกฯ ลีกวนยูของสิงคโปร์ และนายกฯมหาธีร์ ของมาเลเซีย ดิฉันดีใจที่เมืองไทยมีคนอย่างนี้อยู่ แต่พอเขาขายหุ้นชินฯ ก็รู้ทันทีว่า มันไม่ใช่แล้ว ขายทรัพย์สินของชาติที่เราต้องรักษาไม่ใช่ขาย จึงยอมรับไม่ได้ ขนาดดิฉันไม่มีลูกไม่มีหลานยังออกมาต่อสู้ คนที่มีลูกมีหลานก็ต้องออกมาสู้เพื่อพวกเขาในวันข้างหน้า การปฏิรูปการเมืองและล้างระบอบทักษิณต้องทำอย่างต่อเนื่อง พร้อมที่จะออกมาต่อสู้ เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมามีการทำผิดกฎหมายหลายอย่าง ซึ่งต้องถือเป็นโมฆะ และกกต. ต้องลาออก"

ผู้เป็น 1 ใน 13 ขบถซึ่งเป็นชนวนให้เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 และอดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ประพันธ์ศักดิ์ กมลเพ็ชร ชี้ว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณประกาศลาออกในอนาคต ไม่ได้ลาออกจริง ยังรักษาการและเป็นผู้ทรงอิทธิพลในระบอบการเมือง

"ระบอบแม้วยังคงอยู่ ระบอบทรราชทักษิณยังอยู่ การต่อสู้ของเราก็เพื่อล้มล้างระบอบนี้ ไม่ใช่เอาเฉพาะตัวตนทักษิณออกไปเท่านั้น ต้องเอาระบอบออกไปด้วย การเมืองในระบอบทักษิณตอนนี้มันเหมือนกับเป็น 'ฝีหัวขาด' ตอนนี้ฝีแตก หนองที่หัวไหลออกมาแล้ว ซึ่งก็ก่อให้เกิดความเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย เพราะฉะนั้นต้องผ่าตัดอย่างไม่มีทางเลือกอื่น ด้วยการให้ประชาชนลุกขึ้นทั้งประเทศล้มล้างระบอบทักษิณ เอาฝีหัวขาดนี้ออกไป ต้องดำเนินการต่อไป ไม่หยุดแค่นี้ ไม่เช่นนั้นระบอบทักษิณพาชาติหายนะแน่"

แสนขวัญ ไฟงาน หนึ่งในสมาชิกกองทัพธรรม สันติอโศกย้ำว่า พร้อมที่จะต่อสู้และรวมตัวกับประชาชนทั้งหลายให้ถึงที่สุดเพื่อล้มล้างระบอบทักษิณให้ได้

"เราต้องคอยติดตามดูอย่างใกล้ชิดว่า นายกฯ รักษาการคนนี้จะมาไม้ไหนต่อไป ซึ่งเราต้องไปให้ถึงการปฏิรูปการเมืองให้ได้ ซึ่งต้องหาลู่ทางที่จะต่อสู้ให้ได้ ด้วยการศึกษาเหตุการณ์อย่างหมดจด พร้อมที่จะร่วมกับกองทัพธรรมตลอดเวลา"

ทางด้านพรทิพย์ ฝนหว่านไฟ ผู้ประสานงานเครือข่ายพุทธิกา และศูนย์สันติอาสา คิดว่าการให้ข้อมูลให้ความรู้แก่ประชาชนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ โดยผ่านการจัดเสวนาและผ่านการสื่อสารในด้านต่างๆ มีความจำเป็น เพราะที่ผ่านมา ประชาชนไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นจริง

"การที่ประชาชนไม่รู้ข้อเท็จจริงเป็นสิ่งเลวร้าย ถ้าทุกคนรู้ข้อมูลและขับเคลื่อนร่วมกันอย่างเป็นระบบ เชื่อว่าสังคมจะมีความเป็นธรรม มีศีลธรรม และจริยธรรมจะเป็นจริงขึ้นมาได้ การล้างระบอบทักษิณต้องทำด้วยความมั่นใจและมีสติ ทำอย่างต่อเนื่องซึมลึก การที่จะเปลี่ยนทัศนคติของใครต้องอาศัยระยะเวลา พวกเราไม่ท้อจะทำงานต่อไปเรื่อยๆ คู่ขนานกับการทำงานทางการเมืองเพื่อล้มล้างกลไกของทักษิณ และนำสังคมไปสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ ซึ่งประชาชนต้องมีส่วนผลักดันและแสดงความคิดเห็น"

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี สมชาย ศรีจันทร์ บอกว่า ต้องสู้กันต่อไป ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนกันทั้งหมดเพราะระบอบทักษิณ

"ต้องปฏิรูปการเมืองอย่างแน่นอน ผมเป็นผู้ใหญ่บ้านและพร้อมที่จะต่อสู้ล้างระบอบทักษิณ ต้องเดินหน้าไปให้ถึงประชาชนชั้นรากหญ้าโดยผ่านกำนันผู้ใหญ่บ้านในแต่ละพื้นที่ให้พวกเขารู้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้เป็นเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านขึ้นมา เพราะนายกฯ คนนี้ทำให้พวกเขาหลงผิด ผมพร้อมที่จะร่วมรณรงค์และสู้ตรงจุดนี้ด้วย"

ส่วนดวง พลีรัตน์ หรือลุงดวงซึ่งเป็นแกนนำของแนวร่วมประชาชนพิทักษ์ประชาธิปไตย อันมีบทบาทโดดเด่นมาตั้งแต่พฤษภาทมิฬ 35 บอกว่า ประชาชนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ ซึ่งนายกฯ ทักษิณทำท่าถอย แต่ความจริงไม่ได้ถอยเลย ยังอยู่ที่เดิม

"พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังทำกลลวงให้ประชาชนตายใจ ทุกสิ่งทุกอย่างยังเหมือนเดิม การเลือกตั้งที่เข้าข้างและโกงกันมโหฬารก็ยังอยู่เหมือนเดิมเห็นๆ เมืองไทยมีระบบทาสโดยที่ทักษิณได้สร้างขึ้นมา ต่อไปสังคมไทยจะตกอยู่ในการเป็นสังคมทาส คนไทยจะมีราคาถูกลง แนวร่วมประชาชนพิทักษ์ประชาธิปไตยก็พร้อมที่จะต่อสู้โดยไม่มีการเว้นวรรคหรือหยุดพัก พวกเราเป็นคนจนๆ พร้อมเสมอที่จะเป็นวีรชนสละชีวิต สู้จนตัวตายเพื่อล้มล้างระบอบทักษิณ มุ่งสู่การปฏิรูปทางการเมือง"

* ศิลปินอิสระพร้อมใจสู้ถวายหัว

เหล่าศิลปินในสาขาทัศนศิลป์ ทั้งจิตรกร และนักถ่ายภาพมาร่วมชุมนุมในการไล่ทักษิณอย่างอุ่นหนาฝาคั่งด้วยเช่นกัน ล้วน เขจรศาสตร์ ศิลปินอิสระผู้ต่อสู้กับเผด็จการทางการเมืองและทรราชมาทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่ 14 ตุลา 16 เป็นต้นมา บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เว้นวรรคทางการเมืองอย่างแท้จริง กลัวถูกถลกหนัง เพราะนั่งทับสิ่งไม่ดีมากมายก่ายกองเหลือเกิน

"ตอนนี้ผมว่าประชาชนยังไม่ชนะ เพราะเขาถอยเฉยๆ เหมือนนักมวยถอยแต่ยังอยู่บนเวที เมื่อประชาชนรุกเขาก็ถอยเพื่อตั้งหลักใหม่เพื่อจะสาวหมัดกลับมา ซึ่งประชาชนต้องบี้ให้ถึงที่สุด ระบอบทักษิณที่กินบ้านกินเมืองต้องเลิกให้หมดไป เรื่องการเมืองก็ต้องสังคายนากันใหม่ ผมพร้อมที่จะต่อสู้ล้างระบอบทักษิณ เพราะมีการทำผิดกฎหมายอย่างมากมายก่ายกอง ทั้งซุกหุ้น ขายทรัพย์สมบัติของชาติ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ แทรกแซงองค์กรอิสระ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก่อนตายก็อยากเจอกับระบอบประชาธิปไตยจริงๆ สักที สู้มากว่า 40 ปีแล้ว การปฏิรูปการเมือง และล้างระบอบทักษิณต้องทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน"

ศิลปินนักถ่ายภาพผู้เคลื่อนไหวในทางศิลปะการเมืองมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ มานิต ศรีวานิชภูมิ มองว่าการต่อสู้มันยังไม่จบ ถ้าเรียกว่าเป็นสงครามก็เพิ่งเริ่มต้น มีเรื่องตั้งเยอะตั้งแยะที่ต้องสะสาง โดยเฉพาะระบอบทักษิณ

"ต้องกลับมาทบทวนรัฐธรรมนูญกันทั้งหมดว่าที่ผ่านมามีรูหรือช่องโหว่อย่างไร เพราะทักษิณเป็นผลผลิตจากตรงนั้นเหมือนกัน ในขณะนี้ปัญหาของระบอบทักษิณเกี่ยวข้องไปเกือบทุกภาคส่วนทุกองคาพยพทั้งหมดของสังคม ซึ่งต้องเป็นเรื่องของการใช้เวลา ต้องต่อสู้กันยาวนาน ครั้งนี้ถือว่าเป็นความเน่ามาจากข้างใน เป็นวิกฤตของเรื่องจริยธรรม

"จุดดีของการชุมนุมประท้วงครั้งนี้ ประชาชนมีการเรียนรู้และเข้ามามีส่วนร่วมเยอะมาก การเดินหน้าเพื่อปฏิรูปการเมืองและล้างระบอบทักษิณ ต้องโยงไปในเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมด้วย อย่าลืมว่าให้ร่างรัฐธรรมนูญดีอย่างไร ถ้าคนไม่ดีก็ไม่ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ถ้าคนมันเลวก็หาทางหาช่องได้ เพราะฉะนั้นต้องต่อสู้กันอีกยาวนานในการปฏิรูปทั้งการเมืองและสังคม"

* กลุ่มสถาบันการศึกษาพร้อมลุยอย่างต่อเนื่อง

ภาพของนักศึกษาของ 2 สถาบันที่เป็นคู่อริกัน อย่าง ช่างกลปทุมวันกับช่างก่อสร้างอุเทนถวายยินดีที่จะจับมือกันเพื่อล้มล้างระบอบทักษิณทำความชื่นใจให้แก่ผู้คนในสังคม แน่นอนสถาบันการศึกษาอื่นๆ ก็เคลื่อนตัวไปข้างหน้าเพื่อต่อสู้และปฏิบัติภารกิจกันอย่างต่อเนื่อง

"เรื่องนี้เรามองว่าเป็นการถอยเพื่อรุก" ประโยคแรกที่ออกจากปากของ ชนินทร์ ปิยะวาณิชเสถียร ผู้ประสานงาน 'กลุ่มจุฬาฯ ประชาชน' ที่รวบรวมนิสิตเก่าและปัจจุบัน รวมทั้งเหล่าคณาจารย์ มาขับไล่ทักษิณ ได้กล่าวถึงแนวทางการต่อสู้เพื่อล้มล้างระบอบทักษิณต่อว่า

"อยากฝากบอกให้ประชาชนอย่าลืมเรื่องปัญหาจริยธรรม เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวใหญ่ ทำไมจึงมีการชุมนุมไล่ทักษิณและระบอบทักษิณมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะเขาคอร์รัปชันและดำเนินนโยบายทางการเมืองอย่างไม่มีจริยธรรม แม้ทักษิณจะหลบฉากไปอยู่ที่ไหน เขาก็ยังชักใยอยู่ จุฬาฯ จะต่อสู้ให้ไปถึงการปฏิรูปทางการเมือง และล้างระบอบทักษิณให้หมดไป"

ทางกลุ่มจุฬาฯ ประชาชนนั้น ยืนยันว่า จะมีการเคลื่อนไหวในด้านกว้างสู่ประชาชน โดยให้ข้อมูลต่างๆ เปิดโปงพฤติกรรมที่ฉ้อฉล โดยมีการจัดสัมมนาทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง

ชุติมา เลิศชิรพันธ์ สมาชิกสนนท. (สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย) จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลภาคอีสานบอกว่า เราได้ประชุมถึงการต่อสู้เพื่อล้างระบอบทักษิณกันต่อก็คือ การลงพื้นที่ไปให้ความรู้แก่ชาวบ้านอย่างเต็มที่

"ตอนนี้ก็เน้นหนักไปที่การผลิตสื่อรณรงค์เท่านั้น ต่อไปก็จะลงไปให้ข้อมูลแก่ประชาชนให้เห็นถึงข้อเสียของระบอบทักษิณ นโยบายนี้ฝังรากไปมากที่สุดที่ภาคอีสานกับภาคเหนือ ถ้าเราจะแก้ปัญหาก็ต้องเริ่มจาก 2 ภาคนี้ก่อน ซึ่งทาง สนนท.จะไปลงพื้นที่กัน ต้องต่อสู้และให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างถึงที่สุดเพื่อล้มล้างระบอบทักษิณ และปฏิรูปการเมือง"

นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต โสมรัศมิ์ กล่ำกล่อมจิตร์ มองว่า การต่อสู้กับระบอบทักษิณยังไม่สิ้นสุด ตัวเธอและบรรดาเพื่อนๆ นักศึกษาพร้อมที่จะลุยกันต่อในการชุมนุมประท้วงเพื่อล้างระบอบทักษิณ และร่วมปฏิรูปการเมือง

"มีความรู้สึกว่านายกฯ ทักษิณต้องออกไป ไม่ใช่เว้นวรรค ตอนนี้เราต้องการนายกฯ คนใหม่แต่พ.ต.ท.ทักษิณก็ยังเป็นคนเชิดหุ่นอยู่ข้างหลัง ทำอย่างนี้ก็เหมือนการหลอกลวงประชาชน ซึ่งเราต้องไปให้ถึงขั้นปฏิรูปทางการเมือง ทำให้องค์กรอิสระไม่ถูกแทรกแซงและมีความยุติธรรม พวกหนูและเพื่อนๆ ที่เป็นนักศึกษาก็พร้อมที่จะมาร่วมชุมนุมจนชนะ และคิดว่าสักวันหนึ่งทักษิณคงอยู่ในประเทศไทยไม่ได้"

* เสียงจากเครือข่ายพันธมิตรประชาชนฯ 14 จว.ภาคใต้

อัฑฒ์ นาคพุ่ม แนวร่วมพันธมิตรประชาชนฯ 14 จว.ภาคใต้ ต้องรณรงค์ไปให้ถึงประชาชนชั้นรากหญ้าที่ยังไม่รู้ข้อมูลแบบแท้จริง เพื่อให้รู้ว่าระบอบทักษิณเป็นอย่างไร การแนะแนวทางก็จะง่ายขึ้น

"ผลกระทบจากระบอบทักษิณเป็นอย่างไร เมื่อชาวบ้านรู้เราก็จะสามารถหาแนวร่วมที่จะล้มล้างระบอบนี้ได้ เราจะมาด้วยใจด้วยเจตนารมณ์ที่ตรงกัน ทางภาคใต้จะเปิดแนวร่วมประชาชนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น หาช่องทางที่จะเข้าไปให้ข้อมูลที่แท้จริงแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดแนวร่วมที่จะมาสมทบในเวทีกลางของแต่ละจังหวัดอีกทีหนึ่ง เมื่อประชาชนเข้าใจแล้วการปฏิรูปการเมืองก็จะง่ายขึ้น เราจะเคลื่อนไหวและต่อสู้เพื่อให้ได้จุดที่ให้ประชาชนมีความจริงใจมีเจตนรมณ์ที่จะล้มล้างระบอบทักษิณร่วมกันทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ โดยจะไม่ยอมหยุดนิ่งจะพยายามเข้าทุกจุดทุกพื้นที่ของภาคใต้"

* เสียงจากเครือข่ายพันธมิตรประชาชนฯ ภาคเหนือ

ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการจัดการทางสังคม จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวยอมรับว่า การประกาศไม่รับตำแหน่งของพ.ต.ท.ทักษิณ ช่วยทำให้บรรยากาศความขัดแย้งของคนในสังคมคลี่คลายลงไปในระดับหนึ่ง แต่ปัญหายังไม่จบ

"เราต้องยอมรับว่ากระบวนการเลือกตั้งเที่ยวนี้มันพิกลพิการ กระบวนการตรวจสอบภาคประชาชนจึงมีนัยที่สำคัญมากเพื่อดูแลผลประโยชน์ของชาติ ของประชาชน จริงๆ แล้วมันมีความพยายามจะเปิดสภาให้ได้ มีการวางแผนที่จะมีนายกฯ คนใหม่ มีการพูดไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว ซึ่งขณะนี้กลไกของภาคประชาชนดูเหมือนว่ากลุ่มพันธมิตรฯน่าจะมีพลังมากที่สุด ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามภาคประชาชนต้องตรวจสอบต่อไป"

ขณะที่ คำรณ คุณะดิลก ผู้อำนวยการสำนักข่าวประชาธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรพันธมิตรฯ ก็กล่าวถึงงานที่จะต้องดำเนินต่อไปว่า กลุ่มพันธมิตรฯแบ่งงานเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเปิดทางและสร้างพื้นที่ให้กับโนโหวต และอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มเกษตรกรยากจนที่ต้องลงพื้นที่ย่อยข้อมูลออกไป

ส่วนในเรื่องการปฏิรูปการเมือง ในมุมมองของชัชวาลย์บอกว่า การปฏิรูปการเมืองครั้งนี้เป็นการปฏิรูปการเมืองที่มีนัยสำคัญต่อประเทศ เป็นการปฏิรูปสังคมครั้งใหญ่ และที่สำคัญกลุ่มพันธมิตรฯ ยังคงต้องจับตาหมากการเมืองของพ.ต.ท.ทักษิณต่อไปว่า จะมีความพยายามใดๆ เพื่อหวนคืนสู่อำนาจอีกหรือไม่

ถึงแม้พ.ต.ท.ทักษิณ จะประกาศเว้น (แต่ไม่) วรรคไปแล้วก็ตาม แต่ทั้งชัชวาลย์และคำรณก็ตอบในทำนองเดียวกันว่ากลุ่มพันธมิตรฯ ในภาคเหนือไม่ได้เว้นวรรคตามแต่อย่างใด ทุกกลุ่ม ทุกองค์กรยังคงทำงานเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ทั้งนี้ก็เพื่อการล้างบ้านล้างเมืองออกจากระบอบทักษิณที่ครอบงำประเทศไทยมานานถึง 5 ปี และเดินหน้าปฏิรูปการเมือง

*แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์พร้อมสู้ตาย

เพียร ยงหนู ชี้ว่าวิธีการล้างระบอบทักษิณนั้น เวทีของพันธมิตรประชาชนฯ ต้องหยุดชั่วคราวตามที่เราประกาศเจตนารมณ์ไว้ แต่ระบอบทักษิณยังอยู่แบบฝังรากแน่น การประกาศเว้นวรรคของเขาไม่ใช่การประกาศลาออก

"แม้ตอนนี้จะเหมือนกับการเปิดช่องให้เขาเดิน แต่ไม่ใช่ เพราะเราต้องสู้กับปัญหาเฉพาะหน้าคือ ให้ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวโดยพุ่งเป้าไปที่ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) โดยมีเป้าหมายคือ ปิดและยึด กกต. ให้ได้ เพราะ กกต. นั้น ทำหน้าที่แทนพรรคไทยรักไทย แล้วก็ทำหน้าที่อย่างไม่มีความเป็นกลางเลย ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่า กกต. ทำตัวไม่เหมาะสม ซึ่ง กกต. ควรลาออกจากตำแหน่งก่อนนายกฯ เสียด้วยซ้ำ เพราะถ้ามีความเที่ยงธรรมและยุติธรรมเมื่อนายกฯ ทำผิดก็ควรชักใบแดงให้นายกฯ ซึ่งทำให้ทุกอย่างจบอย่างสงบ ทำให้การปฏิรูปการเมืองเดินหน้าได้เร็วขึ้น แต่กลับไม่ทำ"

เป้าหมายเฉพาะหน้าคือ ขับไล่ กกต. ทั้ง 4 คน คือ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธาน กกต., พล.อ.จารุภัทร เรืองสุวรรณ, นายวีระชัย แนวบุญเนียร และนายปริญญา นาคฉัตรีย์ให้ออกไป

เหมือนดั่งที่เพียร ยงหนู กล่าวทิ้งท้ายอย่างชัดเจนว่า

"เราหยุดไล่ทักษิณชั่วคราวเหมือนกับการเว้นวรรคของเขา แต่หลังจากนี้ พวกเราแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์และพี่น้องประชาชนจะร่วมเดินขบวนชุมนุมประท้วงเพื่อปิด กกต. ไม่ให้ กกต. ทำงานได้ เพราะ กกต. ไม่มีความชอบธรรมในการทำงานอีกแล้ว อยากให้พี่น้องประชาชนหันมาสนใจเรื่อง กกต. ให้มาก ถ้าไม่ล้าง กกต. จะลำบากมาก เพราะจะมีการประกาศเลือกตั้งไปเรื่อยๆ เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้รักษาการไปเรื่อยๆ การล้างระบอบทักษิณและปฏิรูปการเมืองก็ทำได้ยาก เพราะฉะนั้นจึงต้องล้าง กกต. เสียก่อน แล้วค่อยตามล้างระบอบทักษิณทีหลัง ซึ่งจะนำมาซึ่งการปฏิรูปการเมืองที่งดงามและเป็นธรรม"

***********************
เรื่อง - พรเทพ เฮง