xs
xsm
sm
md
lg

บ่อเก็บสารเคมีเหมืองแร่หายากของจีนแตก! น้ำปนเปื้อนไหลลงลำห้วยในเมืองซำเหนือ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพประกอบข่าวน้ำปนเปื้อนสารเคมีรั่วไหลลงลำน้ำแว่น เมืองซำเหนือ แขวงหัวพัน ของเพจโทละโข่ง
MGR Online - บ่อกักเก็บสารเคมีของบริษัทขุดค้นแร่หายากจากจีนในเมืองซำเหนือ แขวงหัวพัน แตก น้ำปนเปื้อนไหลลงลำห้วยที่ชาวบ้านจำเป็นต้องใช้ ชี้เป็นเหตุซ้ำรอยเดิมที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน

วานนี้ (2 พ.ย. 69) ฝ่ายปกครองบ้านเมืองแว่น บ้านนากาว และบ้านนาคูน เมืองซำเหนือ แขวงหัวพัน ได้ออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ ห้ามใช้หรือบริโภคน้ำจากแม่น้ำแว่นชั่วคราว เนื่องจากเกิดเหตุน้ำจากอ่างกักเก็บสารเคมีของบริษัทเหมืองแร่จากจีน ที่เข้ามาขุดค้นแร่หายากในพื้นที่บ้านทับผึ้ง เมืองซำเหนือ 2 อ่าง เกิดแตก ทำให้น้ำปนเปื้อนสารเคมีจากอ่างทั้ง 2 ได้รั่วไหลลงสู่แม่น้ำแว่น และน้ำได้ไหลต่อผ่านไปยังทั้ง 3 บ้านดังกล่าว

เหตุสารเคมีรั่วไหลครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงกลางคืนของวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และมีการเผยแพร่คลิปและข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์ในลาวเมื่อวานนี้

ขณะนี้ ฝ่ายปกครองบ้านเมืองแว่น บ้านนากาว และบ้านนาคูน ได้เสนอไปยังรัฐบาลส่วนกลาง ให้รีบส่งเจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ และประเมินผลกระทบ เนื่องจากไม่มีใครทราบว่าสารเคมีที่รั่วไหลลงมาเป็นสารประเภทใด จึงต้องห้ามประชาชนใช้ บริโภค นำน้ำไปรดแปลงพืชผัก รวมถึงห้ามจับสัตว์น้ำจากแม่น้ำแว่นมารับประทาน เป็นการชั่วคราวไว้ก่อน

เมืองซำเหนือเป็นพื้นที่ซึ่งอุดมไปด้วยแร่หายาก โดยทางการลาวได้ให้สัมปทานแก่บริษัทลาว-จีน พัฒนาแร่หายาก ภาคเหนือ 2 จำกัด เข้ามาเปิดหน้าดินเพื่อขุดค้นแร่หายากในเขตบ้านอุไท เมืองหัวเมือง และบ้านสบซาย กับบ้านทับผึ้ง เมืองซำเหนือ แขวงหัวพัน พื้นที่สัมปทานรวม 45 ตารางกิโลเมตร เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565

ก่อนหน้านี้ พื้นที่ดังกล่าวเคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 โดยอ่างกักเก็บน้ำในโครงการขุดค้นแร่หายากดังกล่าวจำนวน 3 บ่อ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเนินห้วยน้ำตะบูน เขตบ้านทับผึ้ง เกิดรั่ว ทำให้น้ำปนเปื้อนสารเคมีไหลลงสู่ห้วยน้ำมัน ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำแว่น ส่งผลให้มีปลาลอยตายเป็นจำนวนมากในแม่น้ำแว่น

ในตอนนั้น บริษัทลาว-จีน พัฒนาแร่หายาก ภาคเหนือ 2 ได้แก้ไขสถานการณ์โดยจัดหาพันธุ์ปลามาปล่อยลงสู่ลำน้ำ คิดเป็นน้ำหนักรวม 550 กิโลกรัม และรับปากว่าจะย้ายอ่างกักเก็บสารเคมีไปยังพื้นที่อื่น เพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่ก็กลับมาเกิดเหตุซ้ำรอยเดิมขึ้นอีกครั้ง ในอีก 2 ปีต่อมา