MGR Online - นครหลวงเวียงจันทน์สั่งเด็ดขาด"ปิด-หยุดกิจกรรมโดยทันที" ศูนย์ปฏิบัติธรรม หลัก 38 เมืองปากงึม หลังผู้นำอ้างตนเป็น"พระศรีอาริยเมตไตรย" ดึงผู้ศรัทธาได้มากกว่า 500 มีทั้งพระสงฆ์ สามเณร รวมถึงหญิงชาวไทยอีก 7 คน
วานนี้ (25 ก.ย. 69) สื่อทางการของ สปป.ลาว ได้เผยแพร่คำสั่งคณะกรรมการปกครอง นครหลวงเวียงจันทน์ ว่าด้วยการยกเลิกและยุติการเคลื่อนไหวของศูนย์ปฏิบัติธรรม หลัก 38 ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านส้างใส เมืองปากงึม
เนื้อหาในคำสั่ง อ้างถึงผลการประชุมของนครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 , บันทึกการประชุมศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 , บทรายงานขององค์การแนวลาวสร้างชาติ ลงวันที่ 14 กันยายน 2569 และหนังสือแจ้งการของาศูนย์กลางองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ แห่ง สปป.ลาว ลงวันที่ 11 กันยายน 2569 โดยให้
1.ยกเลิกและยุติการเคลื่อนไหวของศูนย์ปฏิบัติธรรม หลัก 38 โดยทันที
2.ให้เมืองปากงึม ตาแสงสินไซ บ้านส้างใส ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ เพื่อรักษาความสงบ เรียบร้อย
3.ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้และปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้อย่างเข้มงวด
4.ลบล้างข้อตกลงของนครหลวงเวียงจันทน์ที่อนุญาตให้ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรม หลัก 38 ซึ่งเคยออกไว้เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553
ปมปัญหาของศูนย์ปฏิบัติธรรม หลัก 38 ได้เริ่มสร้างความสับสนให้กับพุทธศาสนิกชนของลาวมานานหลายเดือนแล้ว และปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา โดยนางทองแก้ว ชุมพนพักดี(คำวงสา) ผู้นำศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ได้ประกาศตนว่าเป็นพระศรีอาริยเมตไตรย ทำให้มีผู้หลงเชื่อกว่า 500 คน ในจำนวนนี้ เป็นชาวต่างชาติ 10 คน(เป็นผู้หญิงชาวไทย 7 คน) มีพระสงฆ์ 5 รูป กับสามเณรอีก 5 รูป
หนังสือพิมพ์"ลาวพัฒนา"ซึ่งเป็นสื่อของรัฐ รายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติธรรม หลัก 38 ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี 2552 โดยมีนางทองแก้ว ชุมพนพักดี(คำวงสา) เป็นผู้นำ ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากนครหลวงเวียงจันทน์ ตามข้อตกลงฉบับที่ 310/จนว. ลงวันที่ 7 เมษายน 2553
นางทองแก้วเป็นนักธุรกิจจากแขวงเซกอง เมื่อปี 2543 ได้ข้ามมาศึกษาพุทธศาสนาในจังหวัดอุบลราชธานี จากนั้นระหว่างปี 2544-2552 ได้เคลื่อนไหวจัดกิจกรรมทางศาสนากับวัดพูสำลี เมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก
ต่อมานางทองแก้วได้สร้างปัญหา โดยแสดงตนไม่ให้ความเคารพนับถือพระอาจารย์ใหญ่ มหาผ่อง สะมะเลิก รองประธานศูนย์กลาง องค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ แห่ง สปป.ลาว ในขณะนั้น จึงถูกไล่ออกจากวัดพูสำลี
หลังถูกไล่ออก นางทองแก้วได้ขึ้นมาจัดกิจกรรมช่วยพระอาจารย์ใหญ่ ชาลี กันตะสีโล จัดอบรมวิปัสสนากรรมฐานที่วัดป่านาคูนน้อย ในนครหลวงเวียงจันทน์
ปี 2553 นางทองแก้วได้ซื้อที่ดิน 5 เฮคตา หรือประมาณ 31 ไร่ ที่หลัก 38 บ้านส้างใส เมืองปากงึม นครหลวงเวียงจันทน์ สร้างเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมในศาสนา วัดป่านาคูนน้อย และได้รับอนุญาตจากนครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553
10 กว่าปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกับศูนย์ปฏิบัติธรรม หลัก 38 จำนวนมาก โดยคนเหล่านี้ได้เรียกนางทองแก้วเป็นแม่แก้วดวงธรรม , แม่พระ , แม่พระผู้รู้ , แม่พระธรรมชาติรู้ และแม่พระเมตตา ตามลำดับ
หน่วยงานทางการลาวได้เคยตักเตือนและเรียกนางทองแก้วมาทำบทบันทึกความเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นมาตรการลงโทษขั้นต้นมาแล้วถึง 9 ครั้ง แต่นางทองแก้วก็ยังเดินหน้าจัดกิจกรรมต่อเนื่องมาตลอด
กระทั่งวันที่ 4 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา นางทองแก้วกลับประกาศตนว่าเป็นพระศรีอาริยเมตไตรย และมีผู้คนหลงเชื่อศรัทธามากกว่า 500 คน ทำให้นครหลวงเวียงจันทน์จึงได้สั่งลงโทษเด็ดขาด ด้วยการสั่งปิดและให้ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ ยุติกิจกรรมโดยทันที
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานเรื่องการลงโทษโดยตรงต่อนางทองแก้วออกมาในสื่อของรัฐ


