เอเอฟพี/รอยเตอร์ - นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย กล่าวว่าเขาจะเชิญประธานาธิบดีมิน อ่อง หล่าย ของพม่า เยือนประเทศอย่างเป็นทางการ เพื่อแลกกับการที่รัฐบาลของเขายอมรับการรับผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮิงญาหลายพันคนกลับประเทศ
เมื่อเดือนกรกฎาคม นายกฯอันวาร์ได้ประกาศว่าพม่าตกลงที่จะรับชาวโรฮิงญาจำนวน 5,000 คนกลับประเทศ ที่ถือเป็นความพยายามส่งกลับครั้งสำคัญที่หาได้ยากและก่อให้เกิดความกังวลในกลุ่มสิทธิมนุษยชน
ปัจจุบันมาเลเซียเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติมากกว่า 215,000 คน โดยในจำนวนนี้รวมถึงชาวโรฮิงญาจากพม่ามากกว่า 126,000 คน ที่ถือเป็นกลุ่มผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
ทั้งสองประเทศกล่าวว่าการส่งกลับระลอกแรกที่ประกอบด้วยชาวพม่าเกือบ 1,500 คน จะดำเนินการด้วยความสมัครใจในปลายเดือนกันยายนนี้ แต่ไม่ชัดเจนว่ามีชาวโรฮิงญารวมอยู่ด้วยจำนวนเท่าใด
นายกฯอันวาร์กล่าวว่าความเคลื่อนไหวทางการทูตครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ที่กำลังสร้างความกังวลเพิ่มมากขึ้นในหมู่ประชาชนในท้องถิ่น
“เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผมได้แจ้งต่อกระทรวงมหาดไทยและคณะรัฐมนตรีว่าผมจะเชิญประธานาธิบดีพม่ามาเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ” ผู้นำแดนเสือเหลืองกล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์รายการพอดแคสต์
นายกฯอันวาร์กล่าวว่า มาเลเซียก็เช่นเดียวกับกลุ่มสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ยังไม่พร้อมจะรับรองรัฐบาลชุดใหม่ของพม่า แต่ก็จำเป็นต้องมีหน่วยงานผู้มีอำนาจเจรจาหารือเรื่องการส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับประเทศ
“เราก็เหมือนกับอาเซียนไม่ต้องการมีความสัมพันธ์โดยตรงกับพม่า แต่เราจะเจรจากับใคร?” นายกฯ อันวาร์
“ผมเชิญเขาเพื่อที่จะบอกว่าเราสามารถเป็นมิตรกันได้ ทำการค้ากันได้ เราสามารถยอมรับพม่าได้ แต่พม่าต้องยอมรับ (ผู้ลี้ภัย) กลับไปด้วย”
อาเซียนไม่ยอมรับการเลือกตั้งของพม่า และนับตั้งแต่ปี 2564 อาเซียนได้สั่งห้ามผู้นำของพม่าไม่ให้เข้าร่วมการประชุมสุดยอด ท่ามกลางสงครามกลางเมืองที่คร่าชีวิตผู้คนไปราว 100,000 คน โดยกองทัพถูกกล่าวหาอย่างกว้างขวางว่ากระทำทารุณต่อประชากรพลเรือน แต่กองทัพปฏิเสธ
มาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่วิพากษ์วิจารณ์อดีตรัฐบาลทหารพม่ามากที่สุด และแสดงความไม่พอใจที่พม่าปฏิเสธที่จะยุติความรุนแรง
อย่างไรก็ตาม มาเลเซียจะกลายเป็นประเทศที่ 5 จาก 11 ประเทศสมาชิกในอาเซียน ที่จะต้อนรับมิน อ่อง หล่าย หลังจากเดินทางเยือนลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม นอกจากนี้ ผู้นำพม่ายังได้เดินทางเยือนจีน อินเดีย และรัสเซียด้วย
ผู้นำมาเลเซียระบุว่ากระบวนการส่งกลับอาจดำเนินการเป็นระยะ หากพม่าไม่สามารถรับผู้ลี้ภัยทั้งหมด 200,000 คนกลับได้ในคราวเดียว
แผนการส่งกลับผู้ลี้ภัยนี้ถูกประกาศขึ้นหลังจากที่ทางการมาเลเซียควบคุมตัวชาวโรฮิงญากว่า 100 คน ที่รวมตัวอยู่ด้านหน้าสำนักงานผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติในกรุงกัวลาลัมเปอร์
กลุ่มผู้ลี้ภัยดังกล่าวถูกข่มขู่ว่าจะถูกขับไล่ออกจากที่พักอาศัยชั่วคราวในรัฐปีนัง ทางตอนเหนือของประเทศ
ต่อมาพวกเขาได้รับการปล่อยตัวหลังจากเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าพวกเขามีเอกสารรับรองสถานะจากสหประชาชาติที่ถูกต้อง
เมื่อต้นเดือน พม่าได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการส่งกลับพลเมืองที่พลัดถิ่นในต่างประเทศด้วยความปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี หลังจากสหประชาชาติและกลุ่มสิทธิมนุษยชนแสดงความกังวลเกี่ยวกับแผนการส่งกลับชาวพม่า 1,500 คนจากมาเลเซีย
มาเลเซียไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสถานะผู้ลี้ภัยปี 1951 และไม่มีการรับรองสถานะผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการ
ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงของสำนักข่าวเอเอฟพีพบว่าผู้ลี้ภัยโรฮิงญาในมาเลเซียตกเป็นเป้าหมายของการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางออนไลน์ ที่นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าวว่าเป็นการปลุกปั่นความเกลียดกลัวคนต่างชาติและการข่มขู่
ชาวโรฮิงญาจำนวนมากหลบหนีออกจากพม่าในช่วงการปราบปรามอย่างโหดร้ายของกองทัพในปี 2560.


