MGR Online - สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าไทยกล่าวหากัมพูชาว่าสวมบทบาทเป็นผู้ถูกกระทำในข้อพิพาทเรื่องทรัพยากรทางทะเล ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คู่นี้นำข้อพิพาทที่มีมายาวนานเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศ
การรับฟังถ้อยแถลงที่สำนักงานศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (PCA) ในสิงคโปร์ มีขึ้นหลังจากที่ทั้งสองประเทศเกิดการปะทะตามแนวชายแดนจนมีผู้เสียชีวิตถึงสองระลอกเมื่อปีที่แล้ว
เมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ ไทยได้ถอนตัวฝ่ายเดียวจากข้อตกลงกรอบความร่วมมือกับกัมพูชาที่มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการอ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล และได้ปฏิเสธว่าการกระทำดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องดินแดนทางบก
ต่อมากัมพูชาได้เริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยระบุว่าหวังที่จะกลับเข้าสู่การเจรจาที่สร้างสรรค์
ในการกล่าวถ้อยแถลงเปิดของฝ่ายไทยต่อหน้าคณะกรรมาธิการประนอม ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศจำนวน 5 คน สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่ากัมพูชาพยายามทำให้ไทยดูเป็นผู้ร้ายผ่านการเล่าเรื่องเท็จ การบิดเบือนข้อเท็จจริง และข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง รวมถึงในเวทีระหว่างประเทศ
“กัมพูชากระทำเช่นนี้โดยการสวมบทบาทเป็นผู้ถูกกระทำ ด้วยความรู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนเอง” สีหศักดิ์ ระบุ
เหตุปะทะกันเมื่อปีที่แล้วส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน และประชาชนกว่าล้านคนต้องพลัดถิ่น ก่อนที่จะมีการตกลงหยุดยิง
ไทยระบุว่าการถอนตัวออกจากข้อตกลงกรอบความร่วมมือที่เรียกว่า MOU44 นั้นเป็นเพราะไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ปฏิเสธว่าการดำเนินการนี้ไม่ได้เชื่อมโยงกับการสู้รบที่เกิดขึ้น
บันทึกความเข้าใจปี 2544 นี้ ครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลที่อุดมด้วยทรัพยากรประมาณ 27,000 ตารางกิโลเมตร ที่ทั้งไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ดังกล่าว
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กัมพูชาระบุว่าได้หันมาใช้กระบวนการประนอมหลังจากที่ไทยยกเลิกกรอบความร่วมมือทวิภาคีที่ตกลงกันไว้ฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นกรอบที่ทั้งสองชาติใช้ในการเจรจาเรื่องการอ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลมานากว่า 2 ทศวรรษ
นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต กล่าวเมื่อเดือนมิถุนายนว่า การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศด้วยเช่นกัน
ปรัก สุคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา กล่าวต่อคณะกรรมาธิการประนอมว่า กรุงพนมเปญมองกระบวนการนี้ว่าเป็นหนทางในการฟื้นฟูความเชื่อมั่น ไม่ใช่การกระทำที่มุ่งยกระดับความขัดแย้ง
เขากล่าวว่าเป้าหมายของกัมพูชาคือการบรรลุข้อตกลงกับไทยเรื่องเส้นเขตแดนทางทะเลแบบเบ็ดเสร็จเพียงเส้นเดียว หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการตกลงร่วมกันพัฒนาและแบ่งปันทรัพยากรอย่างเป็นธรรมจนกว่าจะมีการกำหนดเส้นเขตแดน
“กัมพูชาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าไทยจะมีส่วนร่วมในกระบวนการนี้อย่างสร้างสรรค์” ปรัก สุคน กล่าว
สีหศักดิ์กล่าวว่าฝ่ายไทยเองก็มุ่งหวังที่จะกำหนดเขตแดนทางทะเลและฟื้นฟูความเชื่อมั่นเช่นกัน
ศาลอนุญาโตตุลาการถาวรก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2442 เป็นองค์กรระหว่างประเทศ ที่ทำหน้าที่ให้บริการด้านการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ หน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศ และภาคีเอกชน ด้วยการอ้างอิงจากสัญญา ข้อตกลงพิเศษ และสนธิสัญญาต่างๆ เช่น อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล
สำนักงานของ PCA ในสิงคโปร์ถือเป็นสำนักงานแห่งแรกในเอเชียของศาลแห่งนี้ ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเฮก
ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการประนอมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และกระบวนการพิจารณาตัดสินคาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี.


