xs
xsm
sm
md
lg

กัมพูชากล่าวหาไทยใช้อาวุธเคมีช่วงขัดแย้ง ยื่นร้อง OPCW ตรวจสอบ ด้านองค์กรโลกยังนิ่ง ไร้เสียงตอบรับ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online - กัมพูชาระบุว่าได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การห้ามอาวุธเคมี (OPCW) หลังศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAC) กล่าวหาว่ากองทัพไทยใช้อาวุธเคมีและสารเคมีในช่วงความขัดแย้งชายแดนเมื่อปีที่แล้ว และกล่าวอ้างว่าส่งผลกระทบต่อพลเรือนกัมพูชาและสมาชิกของกองกำลังรักษาความมั่นคง 395 คน

เฮง รัตนา ผู้อำนวยการ CMAC กล่าวว่า สารเคมีที่กล่าวหาว่าฝ่ายไทยใช้นั้นถูกปล่อยมาจากเครื่องบินและโดรน รวมถึงจากกระสุนปืนใหญ่ 155 มม. และ 120 มม. และอ้างว่าพบหลักฐานในสถานที่ของพลเรือน รวมถึงตลาด หมู่บ้าน และพื้นที่ทำการเกษตร

เฮง รัตนา ได้กล่าวบรรยายในการนำเสนอและให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับผลกระทบของเศษซากวัตถุระเบิดจากความขัดแย้งปี 2568 โดยในสไลด์ที่เฮง รัตนา กล่าวนำเสนอนั้นยังประกอบด้วยภาพถ่ายอาวุธที่อ้างว่าทีมของ CMAC เป็นผู้ค้นพบ และภาพเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงของกัมพูชาที่กำลังเข้ารับการรักษาพยาบาล

นอกจากนี้ ในสไลด์แผ่นหนึ่งยังแสดงสิ่งที่ระบุว่าเป็นผลการวิเคราะห์ตัวอย่างสารเคมีจำนวน 61 รายการ ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2568

รายการที่ระบุไว้ประกอบด้วยสารเคมี 1 รายการที่ถูกจัดประเภทว่าเป็นอาวุธเคมีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี สารเคมีที่เป็นพิษและอันตรายจำนวน 22 รายการ ซึ่งไม่อยู่ในข่ายต้องห้ามตามอนุสัญญา สารเคมีที่ใช้ในวัตถุระเบิด 2 รายการ สารเคมีที่ใช้ทั่วไปในภาคส่วนต่างๆ 31 รายการ และการตรวจพบโลหะหนักในน้ำอีก 5 รายการ

แต่ทั้งนี้ ไม่มีการนำเสนอรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการฉบับสมบูรณ์ วิธีการเก็บตัวอย่าง และเอกสารทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องมาแสดงในระหว่างการบรรยายสรุปดังกล่าว

เฮง รัตนา กล่าวว่ากัมพูชาได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อาวุธเคมีและสารเคมีต่อ OPCW ที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการดำเนินงานตามอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์

อนุสัญญาฉบับนี้ห้ามมิให้รัฐภาคี พัฒนา ผลิต จัดหา สะสม ครอบครอง ถ่ายโอน หรือใช้อาวุธเคมี โดยทั้งกัมพูชาและไทยต่างเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาฉบับนี้

เฮง รัตนา กล่าวว่าการส่งเรื่องไปยัง OPCW มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อกล่าวหาและหลักฐานประกอบ ผ่านกระบวนการระหว่างประเทศที่เหมาะสม

แต่อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าสิ่งที่กัมพูชายื่นเสนอไปนั้น ยังไม่สามารถถือเป็นข้อสรุปอย่างเป็นทางการของ OPCW ได้ในทันที ทางองค์กรจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนของตนเอง ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบทางเทคนิคและการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ

ทั้งนี้ เฮง รัตนา ไม่ได้ระบุว่ากัมพูชาได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเมื่อใด ไม่ได้ให้หมายเลขเอกสารอ้างอิง หรือระบุว่า OPCW ได้ตอบกลับอย่างเป็นทางการหรือตัดสินใจส่งผู้เชี่ยวชาญมายังกัมพูชาแล้วหรือไม่ และไม่มีการนำเสนอข้อสรุปจาก OPCW เกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าวในระหว่างการบรรยายสรุป

ในการนำเสนอข้อมูล เฮง รัตนา ยังอ้างถึงรายงานของกระทรวงสาธารณสุขว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากสารเคมีที่ถูกกล่าวหาระหว่างการสู้รบ 395 คน

เขากล่าวว่าผู้ได้รับผลกระทบประกอบด้วยสมาชิกของกองกำลังทหารและตำรวจ รวมทั้งพลเรือน บางคนได้รับผลกระทบเล็กน้อย บางคนได้รับผลกระทบร้ายแรง และสมาชิกกองกำลังความมั่นคงบางคนถูกระบุว่าเสียชีวิต

แต่เฮง รัตนา ไม่ได้แจกแจงรายละเอียดผู้ที่ได้รับผลกระทบ 395 คน จำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับรายงาน หรือเอกสารทางการแพทย์ส่วนบุคคลในระหว่างการนำเสนอ เขาอ้างเพียงว่าผู้ได้รับผลกระทบจำนวนดังกล่าวนั้นมาจากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข

การนำเสนอของเฮง รัตนา ยังระบุถึงกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. รุ่น M825 ที่ออกแบบมาเพื่อกระจายฟอสฟอรัสขาวเพื่อสร้างควันพรางตัว

เฮง รัตนา กล่าวว่าอาวุธฟอสฟอรัสขาวถูกยิงเข้าบริเวณพื้นที่ตลาดพระวิหาร และกล่าวว่าพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องในหมู่บ้ายและพื้นที่เกษตร

“การยิงไปที่ฐานทหารเป็นเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งเหล่านี้ถูกยิงเข้าไปในตลาดพระวิหาร เราพบหลักฐานในหลายพื้นที่ในพื้นที่ทำเกษตรและหมู่บ้านของพลเรือน” เฮง รัตนา กล่าวอ้าง

“สารเคมีปล่อยมาจากเครื่องบินและโดรน รวมถึงจากการยิงกระสุนขนาด 155 มม. หรือ 120 มม.”​ เขากล่าวเสริม

ผู้อำนวยการ CMAC ยังอ้างว่าหน่วยงานของเขาพบหลักฐานที่เชื่อมโยงกับอาวุธและสารเคมีในพื้นที่ที่ประชาชนอาศัยและประกอบอาชีพ ไม่ใช่ฐานที่มั่นทางทหาร

เขาระบุว่าวิธีการปล่อยสารเคมีประกอบด้วยการใช้อากาศยาน โดรน และปืนใหญ่ โดยมีการบันทึกหลักฐานไว้ในพื้นที่ตลาด หมู่บ้าน และพื้นที่เกษตรกรรม และว่าการพบสารดังกล่าวในพื้นที่เหล่านี้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในทันทีและผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

เขายังอ้างว่าสารเคมีบางชนิดอาจแพร่กระจายในอากาศ ขณะที่บางชนิดอาจปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำหรือซึมลงใต้ดิน และความคงทนและผลกระทบของสารเหล่านี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ ปริมาณ และสภาพแวดล้อมในพื้นที่ เขาระบุว่าจำเป็นที่จะต้องมีทีมผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคเข้ามาตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อมนุษย์ สัตว์ แหล่งน้ำ ดิน และระบบนิเวศโดยรอบ

เขาระบุว่าทีมงานของ CMAC ได้รวบรวมและเก็บรักษาวัตถุจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงตัวอย่าง ภาพถ่าย พิกัดทางภูมิศาสตร์ เศษซากอาวุธ และวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด นอกจากนี้ยังได้สัมภาษณ์ชาวบ้านและดำเนินการตรวจสอบในสถานที่เพื่อพิจารณาว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ตกลงที่ใดและยังมีหลักฐานใดเหลืออยู่

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า เฮง รัตนา จะกล่าวหาอย่างชัดเจนว่ากองทัพไทยใช้ทั้งอาวุธเคมีและสารเคมีในช่วงความขัดแย้งปี 2568 แต่การค้นพบของ CMAC และการร้องเรียนของกัมพูชายังไม่ถือเป็นการตัดสินอย่างเป็นทางการจากองค์การห้ามอาวุธเคมีว่ามีการละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี

ผู้อำนวยการ CMAC อ้างว่าการส่งเรื่องไปยัง OPCW เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของกัมพูชาในการแสวงหาการตรวจสอบจากนานาชาติและความรับผิดชอบ

และจนกว่ากระบวนการระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องจะได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อาวุธเคมีและสารเคมีก็ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น.