เอเอฟพี - แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของพม่าเปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่าสนามบินที่พลุกพล่านเป็นอันดับสองของประเทศ ต้องปิดทำการเป็นเวลา 2 วันตั้งแต่วันศุกร์ (11) หลังจากรัฐบาลกล่าวหาว่ากลุ่มกบฎเรียกร้องประชาธิปไตยได้ทำการโจมตีสนามบินด้วยโดรน
สนามบินมัณฑะเลย์ เป็นศูนย์กลางการเดินทางทั้งภายในและระหว่างประเทศในภาคกลางของพม่า แต่กลุ่มเฝ้าระวังภัยทางอากาศพลเรือนระบุว่าสนามบินแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นรันเวย์สำหรับเครื่องบินรบของกองทัพด้วย
รัฐบาลพม่าระบุในคำแถลงว่ามีการใช้โดรนพลีชีพ 6 ลำ เข้าโจมตีสนามบินในช่วงบ่ายวันพฤหัสฯ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตารางการบิน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวด้านความมั่นคงรายหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพีว่า สนามบินมัณฑะเลย์ปิดทำการในวันนี้ และวันพรุ่งนี้
“การโจมตีเกิดขึ้นห่างจากตัวอาคารสนามบินพอสมควร แต่มีการสั่งปิดสนามบินเพื่อความปลอดภัย” แหล่งข่าวระบุ โดยขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับสื่อ
ส่วนเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอีกรายหนึ่งที่ปฏิบัติงานอยู่ที่สนามบินอีกแห่งของพม่าและขอไม่เปิดเผยชื่อเช่นกัน ได้ยืนยันว่าสนามบินมัณฑะเลย์จะปิดเพื่อซ่อมบำรุงไปจนถึงวันอาทิตย์
กองทัพพม่าเป็นชนวนเหตุให้เกิดสงครามกลางเมืองจากการก่อรัฐประหารในปี 2564 ที่เป็นการยุติช่วงเวลาของการทดลองใช้ระบอบประชาธิปไตยที่ดำเนินมาได้ราวทศวรรษโดยการโค่นล้มรัฐบาลของอองซานซูจี
หลังจากความขัดแย้งยืดเยื้อมานานหลายปี ขณะนี้กองทัพกำลังเปิดฉากโจมตีกองกำลังติดอาวุธที่เรียกร้องประชาธิปไตยและกองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์หลากหลายกลุ่มที่กำลังสู้กับฝ่ายรัฐ
เหตุโจมตีด้วยโดรนที่เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสฯ ถือเป็นการยอมรับที่เกิดขึ้นได้ยากของทางการว่ากลุ่มกบฎได้ก่อเหตุโจมตีในพื้นที่เขตเมืองขนาดใหญ่ของพม่า ซึ่งโดยทั่วไปแล้วพื้นที่เหล่านี้เป็นฐานที่มั่นของกองทัพ
รัฐบาลพม่ากล่าวโทษว่าการโจมตีเป็นฝีมือของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธเรียกร้องประชาธิปไตยที่จับอาวุธขึ้นต่อสู้หลังเกิดการรัฐประหาร หรือที่รู้จักในชื่อกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF)
คำแถลงระบุว่าการโจมตีพุ่งเป้าไปที่สนามบิน ซึ่งรัฐบาลนิยามว่าเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่ใช่ทางทหาร
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นพลเรือนหรือทางทหาร แต่นักข่าวของเอเอฟพีระบุว่าเคยพบเห็นเครื่องบินทหารบินเหนือน่านฟ้าสนามบินมัณฑะเลย์ก่อนหน้านี้
กลุ่มกบฎและกองทัพพม่าต่างหันมาใช้โดรนในการต่อสู้ในสงครามกลางเมือง ที่ผู้สังเกตการณ์บางรายประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 100,000 คน แต่อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่ากองทัพอากาศ ที่มีเครื่องบินรบที่ผลิตในจีนและรัสเซียประจำการอยู่ มีบทบาทสำคัญในการรับมือกับกลุ่มกบฎ
นอกจากนี้ กองทัพอากาศยังถูกกล่าวหาว่าโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน ทั้งโรงเรียน วัด และงานเทศกาลสาธารณะ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนชี้ว่าการกระทำเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเป็นอาชญากรรมสงคราม.


