เอเอฟพี - รัฐบาลพม่าระบุว่าเที่ยวบินภายในประเทศหลายเที่ยวบินของสนามบินที่พลุกพล่านเป็นอันดับ 2 ของประเทศต้องหยุดชะงักในวันพฤหัสฯ (10) เนื่องจากสนามบินตกอยู่ภายใต้การโจมตีด้วยโดรน และรัฐบาลได้กล่าวหาว่าเป็นฝีมือของกลุ่มกบฎเรียกร้องประชาธิปไตย
สนามบินมัณฑะเลย์ เป็นศูนย์กลางการเดินทางระหว่างประเทศและภายในประเทศในภาคกลางของพม่า แต่กลุ่มเตือนภัยทางอากาศพลเรือนยังระบุว่าสนามบินแห่งนี้ถูกใช้เป็นรันเวย์สำหรับเครื่องบินรบด้วย
คำแถลงของรัฐบาลระบุว่า โดรนพลีชีพ 6 ลำ มุ่งเป้าโจมตีพื้นที่สนามบิน ทำให้เที่ยวบินภายในประเทศบางเที่ยวบินต้องล่าช้า แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้
ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีระบุว่าไม่สามารถตรวจสอบข้อกล่าวอ้างดังกล่าวได้ในทันที ขณะที่เว็บไซต์ติดตามเครื่องบิน FlightRadar24 บันทึกเที่ยวบินได้อย่างน้อยหนึ่งเที่ยวที่เปลี่ยนเส้นทางจากสนามบินดังกล่าว
พม่าตกอยู่ในสงครามกลางเมืองนับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2564 ที่โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอองซานซูจี
คำแถลงของรัฐบาลได้กล่าวโทษเหตุโจมตีด้วยโดรนที่เกิดขึ้นครั้งนี้กับกลุ่มกบฎเรียกร้องประชาธิปไตยที่รู้จักในชื่อกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF)
“กองกำลังรักษาความปลอดภัยที่ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันภัยทางอากาศตรวจพบโดรนโดยใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ทำการทำลายวัตถุระเบิดที่ติดมากับโดรนอย่างเป็นระบบ” คำแถลงระบุ
หลังจากสงครามกลางเมืองดำเนินมา 5 ปี กองทัพพม่ากำลังรุกคืบโจมตีกลุ่มติดอาวุธเรียกร้องประชาธิปไตยและกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ต่างๆ ที่กำลังต่อสู้ด้วย
คำแถลงในวันพฤหัสฯ ถือเป็นการยอมรับที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักเกี่ยวกับการโจมตีโดยกลุ่มกบฎในพื้นที่ชุมชนเมืองที่เป็นฐานที่มั่นของกองทัพ
ทั้งกลุ่มกบฎและกองทัพพม่าต่างใช้โดรนในการสู้รบ ที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 100,000 คน ตามรายงานของผู้สังเกตการณ์บางราย แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า กองกำลังทางอากาศแบบดั้งเดิมของกองทัพพม่า ที่ประกอบด้วยเครื่องบินรบที่ผลิตโดยรัสเซียและจีน ได้พิสูจน์แล้วว่ามีความสำคัญต่อความสำเร็จในสนามรบในระยะหลัง
ผู้ตรวจสอบสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศระบุว่ากองทัพอากาศยังรับผิดชอบต่อการโจมตีเป้าหมายพลเรือน รวมถึงโรงเรียนและวัดวาอารามต่างๆ ที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเป็นจำนวนมากในคราวเดียวอยู่เป็นประจำ.


