รอยเตอร์ - นายกรัฐมนตรีเล มีง ฮุง ของเวียดนาม เรียกร้องให้ธุรกิจของจีนที่ลงทุนในเวียดนามเปลี่ยนไปสู่การลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูงขึ้น รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) 5G และเซมิคอนดักเตอร์
ผู้นำเวียดนามกระตุ้นให้ธุรกิจต่างๆ เปลี่ยนข้อตกลงระดับสูงให้เป็นโครงการที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเชื่อมโยงระบบราง โลจิสติกส์ พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง ที่รวมถึง AI เซมิคอนดักเตอร์ 5G และ big data ตามคำแถลงของรัฐบาลเวียดนาม
การมีส่วนร่วมของจีนใน 5G และ AI ในเวียดนามเป็นเรื่องที่ถกเถียงกัน เนื่องจากสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกของเวียดนามได้เรียกร้องให้ประเทศหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยีของจีน เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย
เมื่อไม่นานนี้ ฮานอยได้เปลี่ยนแนวทางไปยัง 5G ของจีน ซึ่งเป็นข้อตกลงสำหรับการเปิดตัวเครือข่ายกับ Huawei และ ZTE หลังจากในปี 2563 เวียดนามได้เข้าร่วมโครงการริเริ่ม “เครือข่ายสะอาด” ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ให้คำมั่นว่าจะไม่ใช้อุปกรณ์ 5G จากบริษัทจีนทั้ง 2 แห่ง
สหรัฐฯ กำลังวางแผนที่จะบอกพันธมิตรว่าพวกเขาควรเลือกข้างในการแข่งขัน AI กับจีน
นายกฯ ฮุง กล่าวกับนักลงทุนชาวจีนในฮานอยว่าความร่วมมือระยะต่อไปไม่ควรเกี่ยวกับปริมาณของการลงทุน แต่ควรเกี่ยวกับคุณภาพและผลกระทบ
“บริษัทจีนควรปฏิบัติต่อเวียดนามในฐานะฐานการลงทุน การผลิต และธุรกิจในระยะยาว พร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น” นายกฯ เล มีง ฮุง กล่าวย้ำ
นักลงทุนชาวจีนได้เปิดตัวโครางการมากกว่า 7,100 โครงการในเวียดนาม ด้วยทุนจดทะเบียน 37,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนเป็นเป็นการลงทุนในด้านการผลิต โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยี ทำให้ปักกิ่งเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่อันดับ 6 ของเวียดนาม ตามข้อมูลของทางการ
การลงทุนเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 การลงทุนของจีนที่เพิ่งให้คำมั่นขยายตัว 31.5% จากปีก่อนหน้า.


