MGR Online - รัฐบาลกัมพูชาระบุว่ากำลังดำเนินการตามยุทธศาสตร์การทูต ‘เงียบแต่ไม่เงียบ’ เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ท่ามกลางข้อพิพาทชายแดนกับไทยที่กำลังดำเนินอยู่
เพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชากล่าวในวันอังคาร (25) ว่าการปกป้องอธิปไตย ดินแดน และประชาชนของกัมพูชา ยังคงเป็นความสำคัญสูงสุดของฝ่ายบริหาร ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำว่าข้อพิพาทจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างสันติผ่านการทูต และกลไกทวิภาคีตามกฎหมายระหว่างประเทศ
“รัฐบาลกัมพูชาได้ดำเนินการและยังคงดำเนินความพยายามทางการทูตอย่างแข็งขันเพื่อปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และประชาชน” เพ็ญ โบนา กล่าว
เพ็ญ โบนา ระบุว่า ทั้งนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต และผู้นำระดับสูง ต่างยกประเด็นเหตุการณ์ชายแดนขึ้นหารือกับคู่เจรจาต่างประเทศในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติอยู่หลายครั้ง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้เคยชี้แจงเรื่องยุทธศาสตร์การทูต ‘เงียบแต่ไม่เงียบ’ ต่อนักข่าวในพิธีเปิดสนามบินนานาชาติเตโชเมื่อปีที่แล้วว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนความอดทนและการทูตอย่างมีเหตุผลเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างกัมพูชากับไทย ที่ไม่ใช่การเงียบเฉยที่ไร้พลัง และระบุว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนระหว่างประเทศและเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของกัมพูชาเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จของยุทธศาสตร์ ‘เงียบแต่ไม่เงียบ’ ของรัฐบาล
เพ็ญ โบนา ระบุว่าคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมของกัมพูชาได้ส่งบันทึกทางการทูต 10 ฉบับถึงไทยเพื่อร้องขอการประชุมพิเศษ และเสนอให้ทีมสำรวจร่วมกลับมาทำงานภาคสนามอีกครั้ง และเขายังระบุว่าเมื่อต้นสัปดาห์ กระทรวงการต่างประเทศได้ยื่นประท้วงต่อสิ่งที่พนมเปญระบุว่าเป็นกิจกรรมที่ผิดกฎหมายของไทยในพื้นที่ที่ถูกยึดครองตั้งแต่ปี 2568
เขากล่าวว่าการกระทำที่ถูกกล่าวหาว่าผิดกฎหมายนั้น ยังรวมถึงการขุดสนามเพลาะและการสร้างถนน ที่กัมพูชาระบุว่ามีความเสี่ยงที่จะสร้างสถานการณ์จำยอมในพื้นที่ควบคุมอย่างถาวร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประท้วงในทุกพื้นที่ที่มีกิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้น
ด้านกระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่าผู้สังเกตการณ์อาเซียนยังคงตรวจสอบพื้นที่ชายแดนที่กองกำลังทหารของไทยติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์เพื่อป้องกันไม่ให้พลเรือนหลายพันคนกลับบ้าน และกระทรวงฯ ได้ย้ำจุดยืนว่าพรมแดนต้องได้รับการเคารพภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงทวิภาคี โดยปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดจากการใช้กำลัง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กัมพูชายังกล่าวว่ากัมพูชาจะยังคงดำเนินการประท้วงอย่างเป็นทางการต่อสิ่งที่กัมพูชาเรียกว่าเป็นการกระทำฝ่ายเดียวของไทยที่บ่อนทำลายบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา.


