MGR Online - กระทรวงแรงงานและการฝึกอาชีพของกัมพูชาได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อการปิดโรงงาน 3 แห่งในจ.บันเตียเมียนเจย ที่ได้รับผลกระทบจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นและคำสั่งซื้อที่ลดลง พร้อมกับกล่าวโทษว่าเป็นผลจากการปิดด่านชายแดนของไทย
กระทรวงแรงงานได้ให้คำมั่นกับคนงานของโรงงานทั้ง 3 แห่ง ว่าผลประโยชน์ทางกฎหมายของพวกเขาจะได้รับการคุ้มครอง ซึ่งรวมถึงการจ่ายค่าจ้างและค่าชดเชยอื่นๆ ที่จำเป็นตามกฎหมายแรงงานของกัมพูชา และระบุว่าทางการจะช่วยเหลือคนงานที่ได้รับผลกระทบลงทะเบียนเพื่อโอกาสในการจ้างงานใหม่
บริษัท ML Intimate Apparel (Cambodia) ที่จ้างคนงานอยู่ 683 คน และบริษัท Hi-Tech ที่จ้างคนงาน 2,532 คน ได้ปิดทำการแล้ว ขณะที่บริษัท Nidec Die-casting Cambodia Co., Ltd ที่มีคนงาน 724 คน มีกำหนดหยุดดำเนินการในเดือนตุลาคมนี้
กระทรวงแรงงานระบุว่า คนงานของโรงงาน 2 แห่งแรกได้รับเงินค่าจ้างและผลประโยชน์อื่นๆ ที่ค้างชำระเรียบร้อยแล้ว และกระทรวงจะติดตามสถานการณ์ของโรงงานที่ 3 อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าคนงานจะได้รับเงินตามที่กฎหมายกำหนด
ซุน เมสา โฆษกกระทรวงแรงงานกล่าวถึงการปิดโรงงานดังกล่าวว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ และเชื่อมโยงการปิดโรงงานกับต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นโดยอ้างว่าเป็นผลจากการปิดพรมแดนฝ่ายเดียวของไทย
“กระทรวงแรงงานและการฝึกอาชีพรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่โรงงาน 3 แห่งในจ.บันเตียเมียนเจย ต้องปิดตัวลง เนื่องจากต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้เกิดขึ้นภายหลังการปิดพรมแดนที่เกิดขึ้นจากฝ่ายไทยผ่านการรุกรานอธิปไตยของราชอาณาจักรกัมพูชาและประชาชนของเรา” ซุน เมสา ระบุ
โฆษกกระทรวงแรงงานยังกล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์รุกรานชายแดนของฝ่ายไทย การขนส่งสินค้าจากโรงงานในจ.บันเตียเมียนเจยเข้าสู่ดินแดนไทยใช้เวลาเพียงประมาณ 1-2 ชั่วโมงก็ถึงโรงงานผลิต แต่ปัจจุบันต้นทุนเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่าเนื่องจากการขนส่งต้องขนส่งทางทะเลจากกัมพูชาก่อนเข้าประเทศไทย สินค้าต้องขนส่งไปประเทศที่ 2 แล้วเข้าไทย หรือบางครั้งก็ขนส่งทางอากาศ ทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้นักลงทุนไม่สามารถแบกรับได้
เขาระบุว่าจากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว กระทรวงแรงงานรับประกันสิทธิและการจ่ายผลประโยชน์ต่างๆ ให้กับคนงานตามกฎหมายแรงงานของประเทศ และย้ำกับแรงงานว่าเจ้าหน้าที่จากสำนักงานจัดหางาน รวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานแรงงานจังหวัดจะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างโอกาสในการจ้างงานให้กับคนงานที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังเรียกร้องให้คนงานของทั้ง 3 โรงงาน รวมถึงชาวกัมพูชาทุกคนไม่ต้องกังวลเรื่องโอกาสในการจ้างงาน โดยอ้างว่าโรงงานและสถานประกอบการในประเทศนั้นยังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และระบุว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มีโรงงานและสถานประกอบการเพิ่มขึ้นมากกว่า 845 แห่ง ที่ทำให้เกิดโอกาสการจ้างงานใหม่ประมาณ 120,000 ตำแหน่งสำหรับชาวเขมร.


