MGR Online - มิน อ่อง หล่าย ผู้นำพม่าจะเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี ซึ่งการเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาเดินทางเยือนรัสเซีย จีน อินเดีย และไทย ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการพยายามแสวงหาการยอมรับจากนานาชาติในฐานะผู้นำที่ถูกต้องตามกฎหมายของพม่า
ข่าวการเยือนของมิน อ่อง หล่าย ได้รับการยืนยันจากทั้งวุฒิสภา รัฐมนตรีประจำสำนักพระราชวัง และเลขาธิการคณะกรรมการจัดงานเทศกาลระดับชาติและนานาชาติของกัมพูชา ที่ได้ตรวจสอบสถานที่ที่อาจใช้ต้อนรับ มิน อ่อง หล่าย
เจีย ธิริธ โฆษกประธานวุฒิสภากล่าวว่าการเยือนของผู้นำพม่าครั้งนี้เพื่อเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างกัมพูชาและพม่า
“ความร่วมมือระหว่างสองประเทศมีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ร่วมกัน” เจีย ธิริธ กล่าวย้ำ
การเยือนต่างประเทศของมิน อ่อง หล่าย มักถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มสิทธิมนุษยชนและผู้สนับสนุนประชาธิปไตย เนื่องจากมีรายงานว่าภายใต้การปกครองของเขา พม่าได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรัฐประหารที่ได้โค่นล้มอองซานซูจีในปี 2564 และคุมขังเธอ ที่ทำให้อาเซียนตัดพม่าออกจากการประชุมสุดยอดของกลุ่มมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่านักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนและผู้เห็นต่างทางการเมืองหลายพันคนถูกควบคุมตัว
นักวิจารณ์มองว่าการเยือนต่างประเทศของ มิน อ่อง หล่าย เป็นความพยายามที่จะทำให้เขามีความชอบธรรมในฐานะผู้นำพลเรือนของพม่า เขาได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนเมษายน ในการเลือกตั้งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นเรื่องหลอกลวง
นับตั้งแต่การเลือกตั้ง มิน อ่อง หล่าย ได้เดินทางเยือนประเทศต่างๆ แล้ว 5 ประเทศ คือ อินเดีย จีน ลาว ไทย และรัสเซีย
คิน เพีย ประธานสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของกัมพูชา ได้แสดงความเห็นว่าการเยือนครั้งนี้เป็นความพยายามร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ เขากล่าวว่ากัมพูชาได้พยายามช่วยเหลือบรรเทาสถานการณ์ในพม่า เมื่อครั้งที่กัมพูชาดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2565
“นี่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะเสริมสร้างความชอบธรรมและอำนาจของมิน อ่อง หล่าย ในฐานะประธานาธิบดี เช่นเดียวกับที่เขาเยือนประเทศอื่นๆ” คิน เพีย กล่าว
เขาย้ำว่า กัมพูชาสามารถแบ่งปันบทเรียนจากความพยายามในอดีตของตนเองในการสร้างความปรองดอง ความสามัคคีในชาติ และการสร้างสันติภาพ พร้อมทั้งยอมรับว่าความพยายามดังกล่าวจะต้องอาศัยการดำเนินการจากภายในพม่าเอง มากกว่าแรงกดดันจากภายนอก
“ไม่ว่าประเทศต่างๆ จะยอมรับว่านี่เป็นการเยือนรัฐอย่างเป็นทางการหรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะภายในอาเซียนนั้น ขึ้นอยู่กับฉันทมติ 5 ข้อ การดำเนินการตามข้อตกลงนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการอนุญาตให้พม่ากลับเข้าร่วมการประชุมสุดยอด และจะไม่ถูกกำหนดโดยกัมพูชาหรือประเทศอื่นใดที่ผู้นำพม่าเดินทางเยือน” คิน เพีย ระบุ.


