MGR Online - ลาว-จีน ประสบความสำเร็จในการสำรวจพบแหล่งแร่หายากที่มีศักยภาพ 2 จุดใหญ่ ชายแดนแขวงบ่อลิคำไซกับคำม่วน และเซกองกับอัตตะปือ เสนอนายกฯสอนไซ สีพันดอน เร่งผลักดันตั้งบริษัทร่วมทุนจีน-พัฒนาห้องวิจัย
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถาบันอุตสาหกรรม การค้า และพลังงาน ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านด่านช้าง เมืองไซทานี นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีนายมะไลทอง กมมะสิด รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ
นายจันสะแหวง บุนยง รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการร่วมมือทางยุทธศาสตร์แร่หายาก(ระยะ 10 ปี) ของลาวกับกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมแร่หายากจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้มีการสร้างห้องวิจัยแร่หายากที่บ้านดงหมากคายมาตั้งแต่ปี 2566 โดยระบุว่า ได้ประสบผลสำเร็จในการสำรวจภาคสนามและกำหนดพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งแร่หายากที่มีศักยภาพ 2 จุดใหญ่ ได้แก่ บริเวณชายแดนแขวงบ่อลิคำไซกับแขวงคำม่วน และชายแดนแขวงเซกองกับแขวงอัตตะปือ
ในความร่วมมือระหว่างลาวและจีนได้มีการศึกษาลงลึกถึงโครงสร้างทางธรณีวิทยาแหล่งหินแกรนิตผุพัง ในแขวงบ่อลิคำไซ คำม่วน สะหวันนะเขต จำปาสัก เซกอง สาละวัน และอัตตะปือ มีการสร้างบุคลากรที่มีความชำนาญด้านแร่หายากที่ผ่านการอบรมและรับรองโดยผู้เชี่ยวชาญจากจีน รวมถึงร่วมกันวางยุทธศาสตร์ สร้างคู่มือ ระเบียบปฏิบัติในการกำกับดูแลในแขนงแร่หายากอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐวิสาหกิจพัฒนาแร่ธาตุลาวกับฝ่ายจีนยังมีความล่าช้า
รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า มีข้อเสนอ 3 ประการ เพื่อยกระดับการทำงานของสถาบันอุตสาหกรรม การค้า และพลังงานให้มีประสิทธภาพยิ่งขึ้น ประกอบด้วย
1.เพิ่มความร่วมมือกับนานาชาติเพื่อปรับปรุง ยกระดับห้องวิจัยแร่ธาตุให้ได้ตามมาตรฐานสากล หรือผ่านการรับรองมาตรฐานของจีน(China National Accreditation Service for Conformity Assessment) หรือ CNAS
2.ให้แกนนำระดับสูงประสานความร่วมมือกับจีนเพื่อให้การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนตามที่มีการเซ็นบันทึกความเข้าใจกันไว้ ปรากฏผลโดยเร็ว
3.ปรับปรุงนิติกรรม โดยเฉพาะรัฐบัญญัติว่าด้วยค่าธรรมเนียม ค่าบริการให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน
ด้านนายสอนไซ สีพันดอน ได้กล่าวเน้นให้สถาบันอุตสาหกรรม การค้า และพลังงาน ต้องพัฒนายกระดับความรู้ความสามารถของบุคลากรให้ลงลึกด้านวิชาการเฉพาะอย่างแท้จริง เพื่อให้การปฏิบัติงานจริงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามารับการอบรม ฝึกงาน กับสถาบัน รวมถึงเอาใจใส่ค้นคว้า วิจัยเกี่ยวกับแร่ธาตุที่มีอยู่ในลาว เพื่อให้ได้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นแหล่งอ้างอิงในการวางนโยบายกำกับ พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติแบบยั่งยืน


