xs
xsm
sm
md
lg

ลาวเดินหน้าฟัน จนท.รัฐทุจริต! สั่งจำคุกตลอดชีวิตอีก 10 ราย คดีฉ้อราษฎร์บังหลวง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ส่วนหนึ่งของจำเลยคดีฉ้อราษฎร์บังหลวง 15 ราย กำลังฟังคำตัดสินของศาลประชาชนแขวงอัตตะปือ
MGR Online - ศาลอัตตะปือสั่งจำคุกตลอดชีวิตอดีตเจ้าหน้าที่รัฐ 10 ราย ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง สื่อทางการลงรายละเอียดทั้งชื่อ ตำแหน่ง ภาพแบบไม่เบลอหน้า มีตั้งแต่หัวหน้าสำนักงานแขวง หัวหน้าแผนกการเงิน มาถึงเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นางลัดตะนา สิมาวัด หัวหน้าสำนักงานศาลประชาชนแขวงอัตตะปือ สปป.ลาว ได้แถลงผลการตัดสินคดีฉ้อราษฎร์บังหลวงของอดีตเจ้าหน้าที่รัฐในแขวงอัตตะปือที่เกิดขึ้นช่วงปี 2564-2567 ที่ผ่านมา มีจำเลยรวม 15 ราย เป็นเพศหญิง 4 ราย โดยศาลได้พิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิตจำเลย 10 ราย

คำพิพากษาของศาลประชาชนแขวงอัตตะปือครั้งนี้ ถูกนำเสนอผ่านสื่อมวลชนของลาวอย่างละเอียด ทั้งชื่อ ตำแหน่ง พฤติกรรมที่กระทำผิดของจำเลย รวมถึงสื่อได้เผยแพร่ภาพของจำเลยที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตทั้ง 10 รายอย่างชัดเจน ไม่มีการเบลอหน้า

สำหรับคำพิพากษาจำเลยทั้ง 15 ราย มีเนื้อหาโดยสรุป ดังนี้

1.นายสุลิจัน พอนแก้ว อายุ 53 ปี อดีตกรรมการพรรคแขวง หัวหน้าสำนักงานแขวงอัตตะปือ ปัจจุบันอยู่บ้านไซสี เมืองไซเสดถา แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ปรับเป็นเงิน 1% ของมูลค่าความเสียหาย 992,816,961 กีบ กับ 60,898 ดอลลาร์สหรัฐ และ 30,000,000 ด่ง พร้อมริบเงินของจำเลยจำนวน 1,551,712,000 กีบ เป็นของรัฐ และสั่งให้จำเลยส่งเงินส่วนต่างที่ได้จากการปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยสูง จำนวน 4,200,249,000 คืนแก่รัฐ

2.นายสูนนะคอน แก้วเวียงคำ อายุ 59 ปี อดีตกรรมการพรรคแขวง หัวหน้าแผนกแผนการและการลงทุน แขวงอัตตะปือ ปัจจุบันอยู่บ้านหลัก 3 เมืองสามักคีไซ แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ปรับเป็นเงิน 1% ของมูลค่าความเสียหาย 34,420,000 กีบ กับ 4,340 ดอลลาร์ และริบเงินของจำเลย 42,000,000 กีบ กับ 2,000 ดอลลาร์ เป็นของรัฐ

3.นายคำเผย โสมถาวอน อายุ 60 ปี อดีตกรรมการพรรคแขวง หัวหน้าแผนกการเงิน แขวงอัตตะปือ ปัจจุบันอยู่บ้านโพนสะหว่าง เมืองสามักคีไซ แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ปรับเป็นเงิน 1,828,008,205 กีบ กับ 40,000 ดอลลาร์ และริบเงินของจำเลย 1,500,000,000 เป็นของรัฐ

4.นายทูนไซ เมกดาวง อายุ 60 ปี อดีตรองหัวหน้าแผนกการเงิน แขวงอัตตะปือ ปัจจุบันอยู่บ้านไซสะอาด เมืองสามักคีไซ แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ปรับเป็นเงิน 32,250,000 กีบ กับ 40,000 ดอลลาร์ และริบเงินของจำเลย 225,000,000 เป็นของรัฐ

5.นายสมสัก นูนติวง อายุ 45 ปี อดีตหัวหน้าแขนงบริการ ขึ้นกับคลังเงินประจำแขวง ปัจจุบันอยู่บ้านเวินแคน เมืองสามักคีไซ แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ปรับเป็นเงิน 2,579,085,241 กีบ กับ 46,320 ดอลลาร์ และริบเงินของจำเลย 977,200,000 เป็นของรัฐ

ลาวพัฒนาสื่อทางการของรัฐ เผยแพร่รายละเอียดของจำเลยที่ถูกจำคุกตลอดชีวิตทั้ง 10 ราย
6.นายอินปัง สีลาวิกอน อายุ 38 ปี อดีตเจ้าหน้าที่วิชาการ แขนงบริการ ขึ้นกับคลังเงินประจำแขวง ปัจจุบันอยู่บ้านสมโคด เมืองไซเสดถา แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ปรับเป็นเงิน 2,033,989,750 กีบ กับ 46,320 ดอลลาร์ และริบเงินของจำเลย 130,000,000 กีบ เป็นของรัฐ

7.นายสุลิไซ สุลิยาไล หรือหมู อายุ 37 ปี
อดีตรองหัวหน้าแขนงวิจัย ขึ้นกับสำนักงานแขวงอัตตะปือ ปัจจุบันอยู่บ้านหลัก 3 เมืองสามักคีไซ แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ปรับเป็นเงิน 3,459,996,813 กีบ กับ 70,198 ดอลลาร์ และ 45,000,000 ด่ง

8.นายอุดทะลี สิงทำมะวง อายุ 43 ปี
อดีตหัวหน้าแขนงบริหาร ขึ้นกับสำนักงานแขวงอัตตะปือ ปัจจุบันอยู่บ้านหลัก 3 เมืองสามักคีไซ แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ปรับเป็นเงิน 1,000,000 กีบ กับ 400 ดอลลาร์ และ 30,000,000 ด่ง และให้ริบเงินของจำเลย 100,000,000 กีบ เป็นของรัฐ

9.นางมะนีสอน เพ็ดวิไล อายุ 34 ปี
อดีตเจ้าหน้าที่วิชาการการเงิน แขนงบริหาร ขึ้นกับสำนักงานแขวงอัตตะปือ ปัจจุบันอยู่บ้านสามักคี เมืองสามักคีไซ แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ปรับเป็นเงิน 1,839,298,031 กีบ กับ 400 ดอลลาร์ และ 30,000,000 ด่ง และให้ริบเงินของจำเลย 30,000,000 กีบ เป็นของรัฐ

10.นางนิพาพอน โพทิลาด อายุ 34 ปี
อดีตพนักงานอาสาสมัคร สำนักงานแขวงอัตตะปือ ปัจจุบันอยู่บ้านโพนสะหว่าง เมืองสามักคีไซ แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ปรับเป็นเงิน 2,353,579,750 กีบ กับอีก 47,520 ดอลลาร์

11.นายแก้วพูทอน วิละทำ อายุ 47 ปี
อดีตรองหัวหน้าแขนงจัดตั้ง-บริหาร ขึ้นกับแผนกการเงินแขวงอัตตะปือ ปัจจุบันอยู่บ้านวงสำพัน เมืองพูวง แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุก 16 ปี 6 เดือน ปรับเป็นเงิน 8,883,770 กีบ และให้ริบเงินของจำเลยที่ได้จากการรับสินบนจำนวน 888,377,000 กีบ เป็นของรัฐ

12.นายสุกสะหวัน บุนพัน อายุ 55 ปี
อดีตรองหัวหน้าคลังเงินประจำแขวงอัตตะปือ ปัจจุบันอยู่บ้านเมืองใหม่ เมืองสามักคีไซ แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี ปรับเป็นเงิน 1,000,000 กีบ และให้ริบเงินของจำเลย 100,000,000 กีบ เป็นของรัฐ

13.นายพอนพิลุน ไซสมบัด อายุ 49 ปี
อดีตรองหัวหน้าแขนงบัญชีและตรวจตรา ขึ้นกับคลังเงินประจำแขวงอัตตะปือ ปัจจุบันอยู่บ้านเมืองใหม่ เมืองสามักคีไซ แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี 6 เดือน แต่ให้ถูกคุมขังจริง 7 เดือน ส่วนที่เหลือให้รอการลงโทษ พร้อมปรับเป็นเงิน 295,000 กีบ และให้ริบเงินของจำเลย 29,500,000 กีบ เป็นของรัฐ

14.นางสินนะลี คำหมั้น อายุ 44 ปี
อดีตพนักงานประจำสำนักงานแขวงอัตตะปือ ปัจจุบันอยู่บ้านสามักคี เมืองสามักคีไซ แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุก 18 ปี 6 เดือน ปรับเป็นเงิน 10,855,649 กีบ พร้อมนำเงินจำนวน 200,000,000 กีบ ที่จำเลยมอบไว้เป็นของกลาง คืนแก่ห้องว่าการแขวง และให้จำเลยใช้เงินคืนแก่ห้องว่าการแขวงส่วนที่ยังเหลืออีก 292,782,473 กีบ

15.นางพุดทิดาวัน ไกสอนเสนา อายุ 36 ปี
อดีตพนักงานแผนกการเงิน แขวงอัตตะปือ ปัจจุบันอยู่บ้านโพนสะหว่าง เมืองสามักคีไซ แขวงอัตตะปือ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีพฤติกรรมทุจริตอีกหลายกรกรณี ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ปรับเป็นเงิน 110,000,000 กีบ และให้จำเลยนำเงินจำนวน 22,000,000 กีบ มาคืนแก่รัฐ

พร้อมกันนี้ ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแทนรัฐเป็นเงิน 51,951,708,972 กีบ กับอีก 2,316,000 ดอลลาร์ และ 60,000 บาท หากว่าพวกจำเลยไม่สามารถชดใช้ค่าเสียหายแทนรัฐได้ ก็ให้ประกาศขายทรัพย์สินของจำเลยที่ถูกยึดหรืออายัดไว้ แล้วนำเงินมาชดใช้แทน

นอกจากนี้ ยังมีจำเลยอีก 1 ราย คือนายสุกใหม สุดบุนล้น ซึ่งได้เสียชีวิตแล้วระหว่างดำเนินคดี ให้ยกโทษทางอาญา แต่ในทางแพ่งจำเลยต้องร่วมชดใช้เงินค่าเสียหายแทนรัฐ โดยการขายทรัพย์สินของจำเลยที่ถูกยึดหรืออายัดเอาไว้

สื่อออนไลน์ในลาวที่ไม่ใช้สำนักข่าวทางการของรัฐ รายงานว่าส่วนหนึ่งของจำเลยที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินชดเชยแก่ราษฎรที่ได้รับผลทบจากเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย แตก เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ศาลประชาชน นครหลวงเวียงจันทน์ ได้สั่งจำคุกตลอดชีวิตอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐและนักธุรกิจชาวไทยรวม 9 ราย ในข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง โดยจำเลยที่มีตำแหน่งสูงสุด เป็นหัวหน้ากรม ในองค์กรตรวจตราแห่งรัฐ