xs
xsm
sm
md
lg

“มินอ่องหล่าย” เมินแผนสันติภาพอาเซียน ลั่นเตรียมตอบโต้การกระทำไม่สร้างสรรค์เป็นรายกรณี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รอยเตอร์ - เกือบ 4 เดือนหลังจากเข้ารับตำแหน่ง พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำคณะรัฐบาลทหารที่กลายมาเป็นประธานาธิบดี ได้วิพากษ์วิจารณ์แผนสันติภาพของกลุ่มอาเซียนในวันนี้ (31) และได้แถลงแผนงานของรัฐบาลสำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเผชิญกับสงคราม

พม่าตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวายนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2564 เมื่อกองทัพโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอองซานซูจี จนทำให้เกิดการประท้วงที่ขยายวงกว้างเป็นสู่สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 100,000 คน และมีผู้พลัดถิ่นหลายล้านคน

ในช่วงต้นปี กองทัพได้จัดการเลือกตั้งที่ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ซึ่งพรรคที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเป็นฝ่ายชนะอย่างถล่มทลาย ทำให้พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย สามารถเปลี่ยนมาดำรงตำแหน่งผู้นำพลเรือนได้

ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภา พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้ปฏิเสธแผนสันติภาพของอาเซียน หรือที่รู้จักในชื่อ ฉันทมติ 5 ข้อ โดยกล่าวว่ากลุ่มสมาชิก 11 ประเทศ เลือกปฏิบัติต่อพม่า

“เราอดทนมามากแล้ว เราจะตอบโต้การกระทำที่ไม่สร้างสรรคเป็นรายกรณี” ประธานาธิบดีมิน อ่อง หล่าย กล่าว โดยไม่ได้เอ่ยถึงสมาชิกอาเซียนประเทศใดโดยเฉพาะ

รัฐบาลของเขาจะจัดการเลือกตั้งซ่อมในปี 2570 ในเขตเลือกตั้ง 172 เขต ที่ไม่สามารถลงคะแนนเสียงได้ในการเลือกตั้งเดือนธ.ค. และเดือนม.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่สงบ

รัฐบาลจะเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพและตำรวจ ขณะเดียวกันก็ยังคงบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารต่อไป

รัฐบาลของเขาได้เชิญกลุ่มติดอาวุธมาเจรจาโดยไม่มีเงื่อนไข และจนถึงขณะนี้ รัฐบาลของมิน อ่อง หล่าย ได้พบหารือกับองค์กรติดอาวุธชาติพันธุ์ 13 กลุ่ม

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย กล่าวว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการเพื่อหยุดยั้งการฟอกเงินและการลักลอบค้าอาวุธโดยกลุ่มติดอาวุธ รวมถึงปราบปรามการค้ายาเสพติดและศูนย์หลอกลวงออนไลน์

นอกจากนี้ เขายังระบุว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับโครงการทางหลวงสามเหลี่ยมอินเดีย-พม่า-ไทย ระยะทาง 1,400 กิโลเมตร และโครงการทางรถไฟมัณฑะเลย์-มูเซะ ระยะทาง 410 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมกับชายแดนจีน

“เป้าหมายคือการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศในระยะเวลาอันสั้นและต้นทุนต่ำ” พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ระบุ

ปัจจุบัน รัฐบาลกำลังดำเนินการโครงการผลิตไฟฟ้า 10 โครงการ รวมถึงโครงการเขื่อนมิตโสนที่เป็นประเด็นถกเถียง และกำลังดำเนินการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วย

รัฐบาลของเขาจะจัดสรรงบประมาณ 10% ของงบประมาณแผ่นดินให้กับภาคการศึกษาในปีงบประมาณหน้า และเพิ่มเป็น 15% สำหรับปีงบประมาณ 2571-2572

เขากล่าวว่ารัฐบาลกำลังมุ่งเน้นไปที่ภาคการท่องเที่ยวและการเกษตร และตั้งเป้าที่จะเพิ่งผลผลิตฝ้ายในประเทศผ่านการให้สินเชื่อและความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่เกษตรกร

เขากล่าวอีกว่าคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่มีอายุระหว่าง 18-34 ปี เดินทางออกนอกประเทศ ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า กฎหมายเกณฑ์ทหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดการอพยพ

“ผมจะใช้เวลา 2 ปี ในการสร้างแรงผลักดันสำหรับการสร้างชาติใหม่ และใช้เวลาอีก 3 ปี ดำเนินการสร้างชาติอย่างเต็มกำลัง” ประธานาธิบดีมิน อ่อง หล่าย กล่าว.