MGR Online - เพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชากล่าววันนี้ (23) ว่ากัมพูชาปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อเส้นเขตแดนฝ่ายเดียวใดๆ หรือการอ้างสิทธิเหนือดินแดนใดๆ โดยไทย โดยกล่าวยืนยันถึงจุดยืนของกัมพูชาว่าพรมแดนระหว่างประเทศต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยการใช้กำลัง
กัมพูชาระบุว่าถ้อยแถลงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการกระทำของทหารไทยในช่วงระหว่างวันที่ 13-19 ก.ค. ที่เข้าเคลียร์พื้นที่และเริ่มก่อสร้างถนนในจ.อุดรมีชัย ที่กัมพูชาระบุว่าเป็นการรุกล้ำดินแดนของประเทศ
เจ้าหน้าที่กัมพูชารายงานว่ากองกำลังทหารของไทยได้ติดตั้งลวดหนามในเมืองสำโรง ที่ทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น
“กัมพูชาปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อเส้นเขตแดนฝ่ายเดียวหนือการอ้างสิทธิในดินแดนใดๆ โดยไทย” เพ็ญ โบนา กล่าว
“กิจกรรมเหล่านี้ไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิทางกฎหมายของกัมพูชาหรือจุดยืนของกัมพูชาเกี่ยวกับพรมแดนระหว่างประเทศ” โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวเสริม
เขาเรียกร้องให้ไทยยุติกิจกรรมดังกล่าวในพื้นที่ที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นการยึดครองอย่างไม่ถูกต้องด้วยกฎหมายตั้งแต่ปี 2568 โดยเน้นย้ำว่าการยุติกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยลดความตึงเครียด สร้างความไว้วางใจ และฟื้นฟูเสถียรภาพ
กระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่ากัมพูชาได้ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ก.ค. โดยอธิบายว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนอย่างชัดเจน ภายใต้สนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี 2447 และปี 2450 และแผนที่ที่จัดทำโดยคณะกรรมการผสมปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส
รัฐบาลกัมพูชายังอ้างถึงการละเมิดมาตรา 5 ของบันทึกความเข้าในปี 2543 ว่าด้วยการกำหนดเขตแดน และคำแถลงร่วมในเดือนธ.ค. 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ให้คำมั่นที่จะกลับมาทำงานภายใต้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม
กัมพูชายังเตือนว่ากิจกรรมฝ่ายเดียวของไทยอาจบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงทวิภาคี แต่เน้นย้ำว่าต้องเคารพการเจรจาและรักษากลไกที่มีอยู่
นอกจากนี้ ระหว่างการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโกที่เมืองปูซาน เมื่อวันที่ 22 ก.ค. เฟือง สกุณา รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชายังได้แจ้งต่อคณะผู้แทนว่าปราสาทพระวิหารได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีในเดือนก.ค. 2568
คณะผู้แทนกัมพูชาได้กล่าวย้ำว่าการคงอยู่ของทหารไทยรอบปราสาท และการกระทำฝ่ายเดียวอื่นๆ มุ่งหมายที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดการยอมรับสภาพในพื้นที่ (fait accompli)
กัมพูชากล่าวว่าการกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ละเมิดอธิปไตย แต่ยังคุกคามมรดกทางวัฒนธรรมและสันติภาพในภูมิภาค และเรียกร้องให้ไทยกลับสู่การเจรจาและเคารพข้อตกลงที่มีอยู่ เพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพตามแนวชายแดน.


