MGR Online - เจ้าหน้าที่ได้ทำลายยาเสพติดและสารตั้งต้นทางเคมีที่ผิดกฎหมายซึ่งยึดไว้ได้มากกว่า 5 ตัน ในจ.กันดาล โดยเจ้าหน้าที่เตือนว่าความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้พัฒนาไปสู่การเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน และเรียกร้องให้ครอบครัว และสถาบันของรัฐ ร่วมกันแก้ไขวิกฤตทางสังคมที่กำลังขยายตัวนี้
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ยึดและทำลายยาเสพติดที่มีน้ำหนักรวม 4,611 กิโลกรัม และสารเคมี 1,010 กิโลกรัม
ซาร์ โสคา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชากล่าวว่าการเผาทำลายยาเสพติดผิดกฎหมายมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการเปลี่ยนแปลงกัมพูชาให้เป็นประเทศที่ยาเสพติดจะไม่เป็นอุปสรรคหรือปัญหาทางสังคมอีกต่อไป
เขากล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงล่าสุดของลักษณะความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดว่า ความผิดเหล่านี้มีความเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับอาชญากรรมข้ามชาติ
“ความผิดเหล่านี้ไม่ใช่อาชญากรรมทั่วไปอีกต่อไป แต่เชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับอาชญากรรมข้ามชาติ การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลภายในเครือข่ายอาชญากรรมที่มีการจัดตั้งอย่างซับซ้อน” ซาร์ โสคา กล่าว
“กลุ่มอาชญากรเปลี่ยนวิธีการและกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อปฏิบัติการอย่างลับๆ และหลบเลี่ยงกฎหมาย ดังนั้น ท่ามกลางความกังวลเหล่านี้ ทางการกัมพูชาจึงได้ดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง”
เขากล่าวเสริมว่า ตั้งแต่ปี 2568 เจ้าหน้าที่ในกรุงพนมเปญและจ.กำปงชะนัง ได้ยึดยาเสพติดได้มากกว่า 5 ตัน ซึ่งถูกเผาทำลายต่อหน้าสาธารณชนในงานที่จัดขึ้นในจ.กันดาล
เขาเน้นย้ำว่าการใช้ยาเสพติดผิดกฎหมายส่งผลกระทบอย่างมากต่อครอบครัวและสังคมโดยรวม ทำให้จำเป็นต้องกำจัดให้หมดทั่วประเทศ
“แทบไม่มีครอบครัวใดไม่ได้รับผลกระทบหรือปราศจากสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติด ดังนั้นเพื่อป้องกันและกำจัดปัญหาเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย เริ่มจากครอบครัวแต่ละครอบครัวที่ต้องคอยดูแล ให้ความรู้ และแนะนำบุตรหลานให้อยู่ห่างจากยาเสพติด” ซาร์ โสคา กล่าว
อัม สม อัธ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของ LICADHO กล่าวว่าแม้จะมีการปราบปรามเมื่อไม่นานนี้ แต่การค้ายาเสพติดยังคงแพร่หลายในประเทศ แม้กระทั่งมีการเผยแพร่อย่างเปิดเผยในโซเชียลมีเดีย
เขาเตือนว่าหากไม่มีการแทรกแซงอย่างกว้างขวาง การค้ายาเสพติดจะทำลายทรัพยากรมนุษย์ของประเทศและทำให้สังคมกัมพูชาตกอยู่ในวิกฤตร้ายแรง.


