MGR Online - กัมพูชากล่าวหาไทยว่าจงใจถ่วงเวลากระบวนการกำหนดเขตชายแดนทวิภาคี และเรียกร้องให้กรุงเทพฯ กลับสู่การเจรจาตามข้อตกลงภายใต้บันทึกความเข้าในปี 2543 และคำแถลงร่วมที่ออกในเดือนธ.ค. 2568
เพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชากล่าวว่าไทยได้ถอนตัวออกจากกลไกทวิภาคีเพียงกลไกเดียวที่ตกลงกันเพื่อการเจรจาเขตแดนทางทะเล แม้ว่ากัมพูชาจะร้องขอให้คงไว้ซึ่งข้อตกลงดังกล่าว
โฆษกรัฐบาลเขมรกล่าวอ้างว่าก่อนหน้านี้ไทยเคยแสดงการสนับสนุนการแก้ไขข้อพิพาทภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) แต่ขณะนี้กำลังคัดค้านการตัดสินใจของกัมพูชาในการบังคับใช้กระบวนการระงับข้อพิพาทของอนุสัญญา
เพ็ญ โบนา ระบุว่า UNCLOS ให้กรอบการทำงานสำหรับการแก้ไขข้อพิพาททางทะเลอย่างสันติ และควรถูกมองว่าเป็นมาตรการสร้างความเชื่อมั่นมากกว่าเป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี ส่วนในประเด็นเขตแดนทางบก เขาย้ำว่าทั้งสองประเทศได้ตกลงที่จะดำเนินการแบ่งเขตแดนต่อไปผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมภายใต้บันทึกความเข้าใจปี 2543 ซึ่งได้รับการยืนยันอีกครั้งในคำแถลงร่วมปี 2568
เขายังกล่าวอ้างถึงมติของสมัชชารัฐสภาแห่งกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสที่รับรองเมื่อวันที่ 11 ก.ค. ซึ่งยืนยันถึงการสนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา สนับสนุนการปักปันเขตแดนต่อไปผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม และเรียกร้องให้ลดความตึงเครียด
เพ็ญ โบนา กล่าวว่าประชาคมระหว่างประเทศคาดหวังให้ไทยเคารพคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี 2505 และปี 2556 เกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร ตลอดจนขอบเขตที่กำหนดขึ้นภายใต้อนุสัญญาปี 2447 และสนธิสัญญาปี 2450 ที่ยืนยันอีกครั้งในบันทึกความเข้าใจปี 2543
โฆษกรัฐบาลกัมพูชายังกล่าวหาว่าไทยจงใจชะลอการปักปันเขตแดนเพื่อรักษาดินแดน ที่กัมพูชาระบุว่าเป็นการยึดครองอย่างผิดกฎหมาย พร้อมกับเตือนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดทั้งกฎบัตรสหประชาชาติและกฎบัตรอาเซียน.


