xs
xsm
sm
md
lg

พม่าเตรียมเดินเครื่องโรงกลั่นอายุนับศตวรรษ แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online - ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลพม่ากำลังเร่งดำเนินการเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันของประเทศ โดย โก โก ลวิน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานได้แจ้งต่อประธานาธิบดีมิน อ่อง หล่าย ว่า แผนพัฒนาระยะที่ 1 ของโรงกลั่นน้ำมันตันลยิน (Thanlyin) อายุนับศตวรรษ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแปรรูปน้ำมันดิบ 500,000 ตันต่อปีนั้น มีกำหนดเริ่มดำเนินการได้ในเดือนก.ย. นี้

ประธานาธิบดีมิน อ่อง หล่าย ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงกลั่นน้ำมันตันลยิน หมายเลข 1 ในย่างกุ้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเขากล่าวถึงการพัฒนาโรงกลั่นตันลยิน ระยะที่ 1 ว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ

โรงกลั่นแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 2468 เมื่อพม่าอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ และได้หยุดดำเนินการในปี 2560 ในสมัยของรัฐบาลพลเรือนก่อนเกิดการรัฐประหารในปี 2564 เนื่องจากอุปทานน้ำมันดิบจำกัด และผลผลิตของโรงกลั่นมีคุณภาพไม่ดี

หลังการยึดอำนาจ รัฐบาลทหารได้เริ่มสร้างโรงกลั่นน้ำมันดิบแบบโมดูลาร์ ที่มีกำลังการผลิต 500,000 ตันต่อปี และสำหรับแผนพัฒนาระยะที่ 2 ได้ตั้งเป้าการผลิตที่ 3 ล้านตันต่อปี โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2571

การผลิตภายในประเทศของพม่านั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยปัจจุบันประเทศนำเข้าน้ำมันเบนซินและดีเซลถึง 97%

ในเดือนเม.ย. ไม่นานหลังจากพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี โก โก ลวิน ได้เดินทางไปรัสเซียเพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นในราคาลดพิเศษ จากความสัมพันธ์ของเนปีดอและมอสโกที่แข็งแกร่งขึ้น และเขายังหยิบยกประเด็นทางการเงินหารือกับที่ปรึกษาของเครมลิน โดยระบุว่าการให้สินเชื่อแบบผ่อนปรนจะสามารถช่วยเร่งกำหนดการดำเนินงานของโครงการได้

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีมิน อ่อง หล่าย อ้างว่าโรงกลั่นน้ำมันตันลยินจะช่วยสร้างงาน ลดราคาน้ำมัน ลดการนำเข้า และบรรเทาการไหลออกของเงินตราต่างประเทศ แต่นักวิจารณ์มองว่าคำกล่าวอ้างเหล่านี้เป็นสัญญาว่างเปล่า เนื่องจากพม่าพึ่งพาน้ำมันนำเข้ามาอย่างยาวนาน

นอกจากโครงการโรงกลั่นตันลยินแล้ว รัฐบาลพม่ายังกำลังดำเนินโครงการคู่ขนานที่ดำเนินการกับจีนด้วย โดยในเดือนม.ค. โก โก ลวิน ได้ยืนยันว่าโรงกลั่นธันบายากัน (Thanbayarkan)ในภาคมะเกว จะใช้น้ำมันดิบที่ส่งผ่านท่อส่งน้ำมัน Sino-Myanmar ซึ่งโรงกลั่นแห่งนี้รองรับการกลั่นน้ำมันดิบ 2 ล้านตันต่อปี

โก โก ลวิน ยังระบุว่าโครงการธันบายากันจะตอบสนองความต้องการในประเทศได้ในที่สุด และเป็นเวลาหลายปีแล้วที่รัฐบาลพยายามลดการนำเข้าน้ำมัน โดยหันมามุ่งเน้นการผลิตภายในประเทศ เนื่องจากสถานะทางการเงินตึงเครียดท่ามกลางการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นซ้ำซ้ำนับตั้งแต่การรัฐประหาร และเลวร้ายลงจากความผันผวนของตลาดโลกและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

และเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว รัฐบาลได้กำหนดปริมาณการขายตามประเภทเครื่องยนต์ และจำกัดปริมาณที่สถานีให้บริการน้ำมัน ขณะเดียวกันก็ได้เชิญชวนให้จีนและรัสเซียเข้าลงทุนในโครงการโรงกลั่น ด้วยหวังว่าจะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเกือบทั้งหมดของประเทศได้.