เอเอฟพี - ตำรวจเวียดนามจับกุมกัปตันเรือสปีดโบ๊ทที่พลิกคว่ำใกล้กับเกาะฝูก๊วก ทางภาคใต้ของประเทศ ที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเสียชีวิต 15 คน เจ้าหน้าที่ระบุ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ (11) ขณะที่เรือซึ่งบรรทุกนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 32 คน ลูกเรือชาวเวียดนาม 3 คน และไกด์นำเที่ยว 1 คน ล่มลงในทะเลที่มีคลื่นลมแรงนอกเกาะ May Rut Ngoai ตามการรายงานของสื่อของรัฐ
หนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋รายงานว่า ลูกเรือและหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ 21 คน แต่มีผู้โดยสารเสียชีวิต 15 คน
ตำรวจในจ.อานซยาง ทางตอนใต้ของประเทศ ระบุว่าพวกเขาจับกุมกัปตันเรือวัย 57 ปี ฐานละเมิดกฎหมายจนเป็นเหตุให้เรือล่ม
หนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋รายงานว่าการประเมินเบื้องต้นของเจ้าหน้าระบุว่านี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ซึ่งเกิดจากสภาพอากาศเลวร้ายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สื่อของรัฐอ้างคำพูดของลูกเรือที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการกู้ภัยระบุว่าในขณะนั้นมีคลื่นสูงแต่ไม่มีฝน และมีเรือท่องเที่ยวอีกหลายลำกำลังให้บริการอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
พยานรายหนึ่งชื่อ ฮา วัน ล็อก กล่าวว่าเขาเห็นเรือที่พลิกคว่ำมีชายประมาณสิบกว่าคนเกาะอยู่กับตัวเรือ และมีหลายคนลอยอยู่กลางทะเลและไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ ล็อกระบุ ตามการรายงานของสำนักข่าว VNExpress
ล็อกและลูกเรือของเขาโยนห่วงชูชีพพร้อมเชือกเพื่อดึงผู้ประสบภัยขึ้นเรือของเขา และขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยใช้เจ็ตสกีขนส่งผู้ประสบภัยขึ้นฝั่ง
สถานทูตอินเดียในกรุงฮานอยระบุว่าผู้รอดชีวิตอย่างน้อย 15 คน ออกจากโรงพยาบาลแล้วและกำลังเดินทางกลับอินเดีย พร้อมกับเสริมว่ามีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 คน กำลังรับการรักษาที่โรงพยาบาลในฝูก๊วก ส่วนศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 15 คนจะถูกส่งไปยังอินเดีย
เกาะ May Rut Ngoai ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะฝูก๊วก ที่เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของเวียดนาม นักท่องเที่ยวมักเดินทางไปยังเกาะเล็กๆ และเกาะอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงโดยใช้เรือสปีดโบ๊ทจากเกาะหลัก
สื่อของรัฐรายงานว่าบริษัทท่องเที่ยวหลายแห่งได้ระงับบริการเรือสปีดโบ๊ทระหว่างเกาะเล็กๆ เหล่านั้น หลังจากเกิดเหตุเรือล่ม
การท่องเที่ยวเกาะฝูก๊วกเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีชาวต่างชาติมากกว่า 1.8 ล้านคนเดินทางเยือนเกาะนี้เมื่อปีที่แล้ว
แต่อุบัติเหตุทางน้ำเกิดขึ้นเป็นประจำในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ ที่สภาพอากาศรุนแรง น้ำท่วมบ่อยครั้ง และการบำรุงรักษาที่ไม่เพียงพอนำไปสู่โศกนาฏกรรม.


