xs
xsm
sm
md
lg

ตัวเลขฟ้อง! ท่องเที่ยวกัมพูชาชะลอตัวสุดในอาเซียน นักท่องเที่ยวต่างชาติลดฮวบ 48%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online - กัมพูชากลายเป็นประเทศที่การท่องเที่ยวชะลอตัวมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงถึง 47.8% เมื่อเทียบปีต่อปี ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ยังคงเติบโตหรือลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการหยุดชะงักของการเดินทางทางอากาศทั่วโลก

กระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชารายงานว่ากัมพูชาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.54 ล้านคน ระหว่างเดือนม.ค. ถึงเดือนพ.ค. ซึ่งลดลงอย่างมากจาก 2.95 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

การลดลงนี้เกิดจากการลดลงของการเดินทางเข้าประเทศทางบกถึง 67.5% ในขณะที่การเดินทางทางอากาศลดลง 19.8% ซึ่งน้อยกว่ามาก

การชะลอตัวนี้แตกต่างจากภาพรวมของภูมิภาคอย่างสิ้นเชิง

จากข้อมูลด้านการท่องเที่ยวที่รวบรวมโดย Travel and Tour World ระบุว่าเวียดนามมีการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาจุดหมายปลายทางสำคัญของอาเซียน โดยมีนักท่องเที่ยว 10.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 14.9% จากปีก่อนหน้า

อินโดนีเซียมีนักท่องเที่ยว 6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.7% ขณะที่มาเลเซียเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% ที่ 10.6 ล้านคน

ไทย ที่เป็นตลาดการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้อนรับนักท่องเที่ยว 13.8 ล้านคน ลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 2.3% ขณะที่สิงคโปร์ลดลงเพียง 1.2% เหลือ 7 ล้านคน

ในทางตรงข้าม กัมพูชามีการหดตัวมากที่สุดในภูมิภาคที่ 47.8%

ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าภาคการท่องเที่ยวของกัมพูชาได้รับผลกระทบจากทั้งการหยุดชะงักของพรมแดนภายในประเทศและอุปสรรคด้านการเดินทางทั่วโลกที่ส่งผลกระทบต่อรูปแบบการเดินทางระยะไกล

สถิติของกระทรวงยังแสดงให้เห็นว่าการลดลงที่รุนแรงที่สุดมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย ที่เป็นตลาดท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดของกัมพูชามาโดยตลอด

รายงานยังระบุว่าจำนวนนักท่องที่ยวจากไทยลดลงถึง 96.2% จาก 856,169 คนในช่วงเดือนม.ค.-พ.ค. ปี 2568 เหลือเพียง 32,757 คนในปีนี้

“จำนวนนักท่องเที่ยวจากลาวลดลง 91.4% ขณะที่เกาหลีใต้ลดลง 59.9% นักท่องเที่ยวจากเวียดนามลดลง 25.9% จีน 19% ฝรั่งเศส 16.5% และอังกฤษ 14.5%” รายงานระบุเพิ่มเติม

ภูมิทัศน์การท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบินที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

นักท่องเที่ยวยุโรปจำนวนมากที่เดินทางมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พึ่งพาสายการบินจากกลุ่มประเทศอ่าว เช่น สายการบินเอมิเรตส์ กาตาร์แอร์เวย์ และเอทิฮัดแอร์เวย์ โดยแวะพักที่ศูนย์กลางสำคัญเช่น ดูไบ โดฮา และอาบูดาบี ก่อนที่จะต่อเครื่องไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หลังจากความขัดแย้งปะทุขึ้น ข้อจำกัดด้านน่านฟ้า การยกเลิกเที่ยวบิน และความกังวลด้านความปลอดภัย ทำให้สายการบินต้องเปลี่ยนเส้นทาง ลดจำนวนที่นั่ง และปรับขึ้นราคาค่าโดยสารในเส้นทางยุโรป-เอเชีย แม้ว่าสายการบินในกลุ่มประเทศอ่าวจะค่อยๆ กลับมาให้บริการแล้ว แต่การหยุดชะงักดังกล่าวก็ส่งผลกระทบต่อความต้องการเดินทางระยะไกลในช่วงครึ่งแรกของปี

ผลกระทบนี้เกิดขึ้นทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นักวิเคราะห์กล่าวว่านักท่องเที่ยวเลือกที่จะท่องเที่ยวในภูมิภาคระยะสั้นมากขึ้น แทนการเดินทางไกล ทำให้หลายประเทศในอาเซียนเร่งทำการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวภายในเอเชีย ขณะเดียวกันก็ลดการพึ่งพาประเทศในยุโรปและตะวันออกกลาง

แต่ดูเหมือนว่ากัมพูชาจะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคนี้น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

ถึงกระนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาระบุว่าการท่องเที่ยวภายในประเทศยังคงแข็งแกร่ง โดยในช่วง 5 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 54.2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้บางส่วน แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยการสูญเสียนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นสร้างรายได้จากเงินตราต่างประเทศสูงกว่ามาก

ตัวเลขเหล่านี้ย้ำถึงขนาดของความท้าทายที่ภาคการท่องเที่ยวต้องเผชิญ ในขณะที่พยายามฟื้นฟูความสามารถในการแข่งขันในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ท่ีมีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์แและความต้องการระยะไกลที่อ่อนแอลง.