xs
xsm
sm
md
lg

พายุหมุน-ลมแรงซัดถล่มพม่า บ้านเรือนเสียหายกว่า 120 หลัง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online - สื่อพม่ารายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน และบ้านเรือนมากกว่า 120 หลังได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย หลังจากพายุหมุนและลมแรงพัดถล่มย่างกุ้ง พะโค และยะไข่ เมื่อวันอาทิตย์ (5)

สภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้ผู้อยู่อาศัยหลายร้อยคนต้องพลัดถิ่น ทำให้พวกเขาต้องหาที่พักพิงฉุกเฉินตามโรงเรียน วัด หรืออาศัยอยู่กับญาติ ตามการระบุของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้าน

รายงานระบุว่าเมื่อวันที่ 5 ก.ค. สภาพอากาศที่แปรปรวนได้ส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ และทิ้งความเสียหายไว้เบื้องหลัง

ในรัฐยะไข่ หมู่บ้านแปงตองจี เมืองตานต่วย ที่อยู่ห่างจากสิตตะเว เมืองเอกของรัฐไปทางใต้เกือบ 200 กิโลเมตร พายุหมุนรุนแรงได้ทำลายบ้านเรือนประชาชนจนราบไปถึง 45 หลัง ภัยพิบัติครั้งนี้ทำให้ประชาชนประมาณ 200 คน ต้องการที่พักพิงอย่างเร่งด่วน

ชาวบ้านคนหนึ่งเผยว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว และระบุว่าพวกเขาไม่เคยเจอพายุรุนแรงขนาดนี้มาก่อน

ในภาคพะโค พายุหมุนพัดถล่มเมืองนัตตะลิน ที่อยู่ห่างจากเมืองพะโค ไปทางเหนือราว 220 กิโลเมตร ทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 2 คน หลังจากบ้านของพวกเขาพังถล่ม และยังมีบ้านอีก 60 หลังในพื้นที่ ก็ได้รับความเสียหายรุนแรงเช่นกัน

ในนครย่างกุ้ง ฝนตกหนักและลมพายุทำให้บ้าน 16 หลังพังถล่มในเขตกอมู ทองวา และไตจี และมีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายจากต้นไม้ล้มในเขตมิงกะลาดง

กรมดับเพลิงพม่ายืนยันว่าปฏิบัติการช่วยเหลือฉุกเฉินได้เริ่มดำเนินการทันทีในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ระบุว่าอัตราความเสียหายที่สูงนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากความเปราะบางของวัสดุก่อสร้างในท้องถิ่น เนื่องจากโครงสร้างที่พังถล่มหลายแห่งเป็นบ้านแบบดั้งเดิมที่สร้างขึ้นจากไม้ ไม้ไผ่ และฟาง

เจ้าหน้าที่กำลังประเมินความเสียหาย แต่ต้องประสบกับความล่าช้า เนื่องจากสายไฟได้รับความเสียหายและเสาโทรคมนาคมล้ม ส่งผลให้การสื่อสารหยุดชะงักเป็นวงกว้าง ขัดขวางความพยายามในการเข้าถึงและประเมินชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

ภัยพิบัตินี้เกิดขึ้นเนื่องจากสภาพมรสุมทวีความรุนแรงขึ้นทั่วประเทศ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาของรัฐได้ออกคำเตือนถึงสภาพอากาศรุนแรงในช่วงวันที่ 4-7 ก.ค. และนักอุตุนิยมวิทยายังเตือนถึงความเสี่ยงต่อเนื่องจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และลมแรง ขณะที่พื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ลุ่มต่ำมีความเสี่ยงสูงสุดที่จะได้รับผลกระทบเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้.