MGR Online - ศาลประชาชนนครหลวงเวียงจันทน์สั่งเด็ดขาด จำคุกตลอดชีวิตนักธุรกิจไทยกับอดีตเจ้าหน้าที่รัฐอีก 9 คน คดีฉ้อราษฎร์บังหลวง และรับสินบน 4 คดีใหญ่ มีทั้งอดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารชาติ รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว กระทรวงต่างประเทศ รวมถึงองค์การตรวจตราแห่งรัฐ
วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นางลินดามอน สีดาพอน รักษาการ หัวหน้าสำนักงานศาลประชาชนนครหลวงเวียงจันทน์ ได้แถลงข่าวผลการตัดสินคดีฉ้อราษฎร์บังหลวง 4 คดีใหญ่ มีจำเลยทั้งหมด 17 คน เป็นผู้หญิง 2 คน ซึ่งมีทั้งอดีตเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง และนักธุรกิจ
คดีแรก ได้แก่ การฉ้อราษฎร์บังหลวงของกระทรวงการต่างประเทศ จำเลยหลักคือนางสุกคุนคำ แก้วมะโน อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ในข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวงและปลอมแปลงเอกสาร ศาลได้สั่งลงโทษให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต พร้อมปรับเงิน รวมถึงให้จำเลยชดใช้เงินคืนแก่กระทรวงการต่างประเทศ จำนวน 6.5 ล้านบาท
คดีที่ 2 ได้แก่ การรับ-ให้สินบนในกลุ่มอดีตเจ้าหน้าที่รัฐขั้นสูง มีจำเลยเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การตรวจตราแห่งรัฐ ธนาคารแห่ง สปป.ลาว กรมตรวจตราพรรค และภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องรวม 8 คน ในข้อหารับสินบน ให้สินบน ฉวยใช้สถานะตำแหน่ง และเป็นสื่อกลาง
ศาลได้ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ท้าวสีทอน สุลิยะวง อดีตหัวหน้ากรม องค์การตรวจตราแห่งรัฐ และท้าวอ๊อด พมเซียงดี อดีตหัวหน้ากรม ธนาคารแห่ง สปป.ลาว
ส่วนจำเลยอื่น ให้จำคุก 12 ปี จำนวน 3 คน กับจำคุก 2 ปี อีก 2 คน จำเลยอีก 1 คน คือ ท้าวทองเพ็ด ด้วงเงิน ถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตด้วยอีก 1 คดี ตามคำตัดสินของคดีที่ 4
ให้ยึดทรัพย์ ประกอบด้วย เงินสดที่ได้จากการกระทำผิดหลายแสนดอลลาร์สหรัฐ รถยนต์หรู ยี่ห้อ เบนซ์ ออดี้ และที่ดิน ให้ตกเป็นของรัฐ
คดีที่ 3 การฉ้อโกงทรัพย์ธนาคารส่งเสริมกสิกรรม มีจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและนักธุรกิจ รวม 4 คน ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ของรัฐ ฉ้อราษฎร์บังหลวง ให้สินบน และปลอมแปลงเอกสาร
ศาลได้ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ท้าวเวียงสุก สิมมะกอน และ ท้าวบุนล้อม พงจะเลิน อดีตเจ้าหน้าที่รัฐ
จำเลยอื่น ศาลได้ตัดสินจำคุก 10 ปี ท้าวดวงตา หานุวง นักธุรกิจ จำคุก 2 ปี นางคำแพง วิจิดวงสา แต่จำเลยรายนี้ได้รับการลดหย่อนโทษเพราะมีความจริงใจช่วยชดใช้ค่าเสียหายบางส่วนแล้ว
นอกจากนี้ ยังให้จำเลยร่วมจ่ายค่าปรับในสัดส่วน 1% ของมูลค่าความเสียหายรวม 14.3 พันล้านกีบ และจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 2 เท่าของมูลค่าสินบนที่มีการจ่ายกันไปแล้ว
คดีที่ 4 การฉ้อราษฎร์บังหลวงโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้าของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) มีจำเลยได้แก่ นายอภิชาติ วรรณกุล นักธุรกิจชาวไทย และอดีตผู้บริหารระดับสูงของ EDL อีก 4 คน ได้แก่ ท้าวทองเพ็ด(จำเลยในคดีที่ 2) , ท้าวพอนวิไซ , ท้าวสายสะหนิด และท้าวคำบน ในข้อหา ฉ้อโกงทรัพย์ของรัฐ ฉวยใช้สถานะตำแหน่ง ให้และรับสินบน
ศาลได้ตัดสินจำคุกตลอดชีวิตจำเลยทั้ง 5 คน รวมถึงให้นายอภิชาติ นักธุรกิจไทย ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 24.8 ล้านดอลลาร์ แก่ EDL และให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน โดยประกาศขายทรัพย์สินเป็นบัญชีเงินฝาก 10 บัญชี ที่ดิน 11 แปลง และรถ ของนักธุรกิจไทยกับภรรยา เพื่อชดใช้ ถ้ามูลค่าไม่เพียงพอให้อายัดทรัพย์ของอดีตพนักงาน EDL ทั้ง 4 คน มาขายเพื่อชดใช้เพิ่ม พร้อมทั้งริบเงินสินบนกว่า 1 ล้านดอลลาร์ให้ตกเป็นของรัฐ


