xs
xsm
sm
md
lg

สงครามกลางเมือง-บังคับเกณฑ์ทหารทำชาวพม่าทะลักเข้าไทยเกือบ 700,000 คน ช่วง 4 เดือนแรกของปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online - รายงานล่าสุดขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ของสหประชาชาติระบุว่า มีชาวพม่าเกือบ 700,000 คน เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเน้นย้ำให้เห็นถึงขนาดของการย้ายถิ่นฐานในต่างประเทศด้วยเหตุผลหลากหลายทั้งความปลอดภัย เศรษฐกิจ และสังคม ในประเทศที่แตกแยกจากสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นการรัฐประหารในปี 2564

IOM รายงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าชาวพม่า 687,000 คน เดินทางมาถึงไทยในช่วงเดือนม.ค.-เม.ย. ผ่านด่านชายแดนสำคัญในจ.ตาก จ.ระนอง จ.กาญจนบุรี และจ.เชียงราย โดยระบุว่ากฎหมายเกณฑ์ทหารของรัฐบาลพม่า และผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องผลักดันให้เกิดการย้ายถิ่นฐาน เนื่องจากผู้คนพยายามหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร ขณะเดียวกันก็แสวงหาโอกาสในการดำรงชีวิตที่ดีขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน

หน่วยงานเฝ้าระวังการย้ายถิ่นฐานกล่าวว่า 11% ของผู้ที่เดินทางมาถึงไทยถือเป็นผู้เข้ามาระยะยาว เนื่องจากไม่แน่ใจเกี่ยวกับระยะเวลาการพำนักในไทย บางคนมุ่งหน้าไปมาเลเซียผ่านจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย แต่ข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับกระแสการอพยพนี้หาได้ยากซึ่งทำให้การติดตามเส้นทางทำได้ยากเช่นกัน IOM ระบุ

ผู้ที่เดินทางมาจากพม่าและให้สัมภาษณ์กับ IOM รวม 3,504 คน พบว่า 41% ไม่มีเอกสารอย่างเป็นทางการ และผลการสัมภาษณ์พบว่า 29% อพยพมาไทยเพื่อค้าขาย 28% มาเยี่ยมครอบครัวหรือเพื่อน 9% หางานทำ และ 6% อพยพเนื่องจากความขัดแย้ง

นับตั้งแต่การรัฐประหารปี 2564 ชาวพม่าอพยพหนีความขัดแย้งและการปราบปรามอย่างรุนแรงต่อฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลมากขึ้น และในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ไทยจึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางหลัก ที่ไม่เพียงแต่สำหรับแรงงานเท่านั้น แต่ยังสำหรับผู้ลี้ภัยที่ต้องการความคุ้มครองด้วย

แต่ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือการประกาศใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารของรัฐบาลพม่า ที่กำหนดให้ผู้ชายอายุ 18-35 ปี และผู้หญิงอายุ 18-27 ปี รับราชการทหารนานเป็นเวลา 2 ปี ความเคลื่อนไหวที่บีบให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากหลบหนีออกจากประเทศ

“อย่างที่ทราบกันดี เราไม่สามารถอยู่ในประเทศของเราได้ ไม่มีโอกาสสำหรับคนหนุ่มสาวและมันไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เราจึงย้ายมาอยู่ที่ไทยที่มีวัฒนธรรมคล้ายกัน” หญิงชาวพม่าคนหนึ่งที่หลบหนีมาไทย กล่าว

ณ เดือนพ.ย. 2568 ประเทศไทยเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรพม่าประมาณ 4.6 ล้านคน โดย 64% ของคนเหล่านี้ลงทะเบียนกับกรมการจัดหางาน ตามรายงานของ IOM และเฉพาะปีที่แล้วปีเดียว มีผู้เดินทางจากพม่าผ่านด่านชายแดนสำคัญถึง 2 ล้านคน

“รัฐบาลส่งจดหมายขอให้ผมลงทะเบียนเข้าเป็นทหาร เราเลยย้ายมาที่นี่” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่หลบหนีการบังคับเกณฑ์ทหารเปิดเผยกับสำนักข่าวอิรวดี

รายงานจากมูลนิธิฮันส์ ไซเดล และศูนย์ข้อมูลเนลสัน แมนเดลา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าเนื่องจากการอพยพครั้งนี้ การย้ายถิ่นฐานของนักศึกษามหาวิทยาลัยมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า นับตั้งแต่การรัฐประหาร

จากการศึกษาพบว่าการปราบปรามอย่างรุนแรงของรัฐบาลทหารต่อขบวนการต่อต้านรัฐบาล และการล่มสลายของระบบการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จำนวนนักศึกษาชาวพม่าที่ลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรปริญญาของไทยเพิ่มขึ้นจาก 2,500-2,800 คน ก่อนการรัฐประหารในปี 2564 เป็นมากกว่า 17,000 คนในปี 2568

ขณะเดียวกัน จากงานวิจัยที่เผยแพร่โดย Happio บริษัทที่ปรึกษาของไทย เมื่อวันที่ 23 พ.ค. พบว่าชาวพม่ากว่า 4 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในไทยได้พัฒนาอย่างเงียบๆ กลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ ที่มีอำนาจจับจ่ายมากกว่า 221,000 ล้านบาทต่อปี

กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีชาวพม่าอาศัยอยู่มากที่สุด โดยปัจจุบันมีผู้อาศัยอยู่กว่า 520,000 คน รองลงมาคือ จ.สมุทรสาคร จ.เชียงใหม่ จ.ตาก และจ.ระนอง ตามข้อมูลของ Happio.