เอเอฟพี - ประธานาธิบมิน อ่อง หล่าย เดินทางถึงจีนในวันจันทร์ (15) ตามการรายงานของสื่อของรัฐ เพื่อเจรจากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้กำลังแสวงหาความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกับปักกิ่ง
การเดินทางครั้งนี้เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ของผู้นำพม่า นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีพลเรือนในเดือนเม.ย. โดยก่อนหน้านี้เขาเดินทางไปเยือนอินเดีย
ภาพที่เผยแพร่โดยสื่อพม่าในเช้าวันจันทร์ (15) เผยให้เห็นประธานาธิบดีมิน อ่อง หล่าย โบกมือขณะขึ้นเครื่องบินไปยังกรุงปักกิ่ง ส่วนสื่อของทางการจีนได้รายงานการมาถึงของเขาในช่วงบ่าย
นอกจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แล้ว ผู้นำพม่าจะพบหารือกับนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง และจ้าว เล่อจี้ นักการเมืองระดับสูงในระหว่างการเยือนที่จะสิ้นสุดในวันศุกร์ ตามการรายงานของกระทรวงการต่างประเทศของปักกิ่ง
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่า จีนหวังที่จะใช้การเยือนครั้งนี้ฟื้นฟูมิตรภาพกับพม่า และกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
สื่อของทางการพม่ารายงานว่า ประธานาธิบดีมิน อ่อง หล่าย จะเดินทางไปเยี่ยมชมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและเข้าร่วมการประชุมทางเศรษฐกิจในจีน
ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างจีนและพม่าได้รับความสนใจมากขึ้นจากการที่จีนควบคุมตัวพลเมืองสหรัฐฯ ที่ทำงานเป็นนักวิเคราะห์การเมืองในสถาบันวิจัยที่มุ่งเน้นการศึกษาพม่า
“มิน สิ่น ผู้ก่อตั้งสถาบันยุทธศาสตร์และนโยบายพม่าถูกควบคุมตัวตามมาตรการบังคับทางอาญา” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวกับนักข่าวเมื่อวันศุกร์
ทางการได้ควบคุมตัวเขาในข้อสงสัยว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมจารกรรมที่คุกคามความมั่นคงของชาติจีน โฆษกฯ ระบุ
สถาบันวิจัยดังกล่าวทำการวิจัยเกี่ยวกับพลวัตรทางการเมือง ทรัพยากร และความขัดแย้งของพม่า
กองทัพของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี่ต่อสู้กับกลุ่มฝ่ายค้านหลายกลุ่มนับตั้งแต่การรัฐประหาร
ด้วยวิตกว่าการเมืองในพม่าจะล่มสลาย ซึ่งจีนมีพรมแดนร่วมกันยาวกว่า 2,100 กิโลเมตร จีนจึงได้พยายามควบคุมกลุ่มติดอาวุธที่ต่อสู้กับกองทัพ นอกจากนี้ ปักกิ่งยังให้การสนับสนุนอย่างกระตือรือร้นต่อการเลือกตั้ง ที่ทำให้พันธมิตรของกองทัพในฝั่งการเมืองพลเรือนได้รับชัยชนะอย่างง่ายดาย
หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนได้ให้คำมั่นว่าจะให้การสนับสนุนพม่าในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ ระหว่างการพบหารือกับ มิน อ่อง หล่าย ในกรุงเนปีดอ เมืองหลวงของพม่าเมื่อเดือนเม.ย.
หลังจากปกครองประเทศในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นเวลา 5 ปี มิน อ่อง หล่าย ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีพลเรือนในเดือนเม.ย. ที่ผู้สังเกตการณ์ประชาธิปไตยมองว่าเป็นการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์การปกครองของกองทัพ.


